16 พ.ค.2560 ปฏิบัติการทวงคืนผืนป่าในพื้นที่ รักษาพันธุ์สัตว์ป่าเทือกเขาบรรทัด ยังคงเดินหน้าตรวจสอบแนวเขตเพื่อปกป้องป่าจากการบุกรุก อย่างต่อเนื่อง แม้ล่าสุด หน่วยเฉพาะกิจปฏิบัติการพิเศษ ผู้พิทักษ์อุทยานแห่งชาติและสัตว์ป่า (หน่วยพญาเสือ) พร้อม สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 6 และ เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด จะพบการบุกรุกเข้าทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าต้นน้ำมากถึง 2,600 ไร่ นอกเหนือพื้นที่เช่ากับผู้ปกครองนิคมพัฒนาตนเองภาคใต้ จ.สตูล 8,023 ไร่ โดยขณะเข้าตรวจยึดพบรถแบ็คโฮ 3 คันกำลังทำขั้นบันไดดินเตรียมปลูกต้นปาล์ม พร้อมผู้ต้องหา 1 คน ของบริษัท ปาล์มไทยพัฒนา จำกัด ในพื้นที่หมู่ 11 บ้านส้านแดง ต.ควนกาหลง อ.ควนกาหลง จ.สตูล จึงควบคุมตัวนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.ควนกาหลง ดำเนินคดีไปแล้ว ใน 5 ฐานความผิดตาม
ตาม พ.ร.บ.ป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตร 45 (27) และมาตร 55 ก่น สร้าง แผ้วถาง กระทำด้วยประการใด ๆเป็นการทำลายป่า เข้ายึดครอบครองป่า เพื่อตนเองหรือผู้โดยมิได้รับอนุญาตฯ , พ.ร.บ.สงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า พ.ศ.2535 มาตรา 37 มาตรา 38 และมาตรา 54 พ.ร.บ. ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม พ.ศ. 2535 มาตรา 97 เมื่อวันที่ 3 พ.ค.2560 ที่ผ่านมา
จากความคืบหน้าในเรื่องนี้ นายประไพย์ศักดิ์ สุขย้อย หน.เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด ระบุว่า ในการเข้าบริหารจัดการป่าผืนนี้เพื่อสำรวจ และปักหมุดให้เกิดความชัดเจน ขณะบินสำรวจ พบหลักฐานเพิ่มเติม ทั้งทางภาพถ่ายดาวเทียม ห่างจากจุดตรวจยึดประมาณ 1 กิโลเมตร พบการบุกรุกในลักษณะเดียวกันอีกกว่า 70 ไร่ ซึ่งในบ่ายวันนี้ชุดทวงคืนผืนป่าจะนำกำลังเข้าตรวจยึด และดำเนินคดีเพิ่มเติมกับ บ.ปาล์มไทยพัฒนา จำกัด
สำหรับ บ.ปาล์มไทยพัฒนา จำกัด ที่กำลังตกเป็นคดีความหลังพบการบุกรุกป่าต้นน้ำ เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าเขาบรรทัด อยู่นั้น พบว่า ได้เช่าดินจาก ผู้ปกครองนิคมสร้างตนเองพัฒนาภาคใต้ จ.สตูล ผ่านกรมประชาสงเคราะห์และกรมพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ตั้งแต่ปี 2518 แรกเริ่มเช่าจำนวน 10,000 ไร่ ต่อมาทางบริษัท ฯ แจ้งว่าไม่สามารถใช้พื้นที่ได้จริง เพราะมีประชาชนอาศัยอยู่ ต่อมาได้เช่าล่าสุดเพียง 8,023 ไร่ โดยเพิ่งต่อสัญญา เมื่อปี 2558 และจะไปหมดอายุในปี 2588 ระยะเวลาในการเช่าแต่ละครั้ง 30 ปี

