หน้าแรก ภูมิภาค บุกจับบาร์รัส...

บุกจับบาร์รัสเซียภูเก็ต ลักลอบเปิดสถานบริการจำหน่ายบารากู่ จ้างชาวเมียนมาทำงาน-ยึดของกลางอื้อ

15.02.26 | 19:30 น.

บุกจับบาร์รัสเซียภูเก็ต ลักลอบเปิดสถานบริการจำหน่ายบารากู่ จ้างชาวเมียนมาทำงาน-ยึดของกลางอื้อ

เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ เวลา 17.30 น. นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต แถลงข่าว กรณีจับกุมชาวต่างชาติแย่งอาชีพคนไทย โดยมี ชุดปฏิบัติการพิเศษ ฝ่ายปกครองจังหวัดภูเก็ต เข้าร่วมฯ ณ กองร้อยอาสารักษาดินแดนจังหวัดภูเก็ต อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต

นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต กล่าวว่า สืบเนื่องจาก เมื่อเวลาประมาณ 24.50 น. (15 กุมภาพันธ์) ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัดภูเก็ต ได้รับแจ้งจากพลเมืองดีว่า ร้าน SAFARI LOUNGE BAR เลขที่ 49 โบ๊ทอเวนิว ถนนบ้านดอน-เชิงทะเล ต.เชิงทะเล อ.ถลาง จ.ภูเก็ต มีชาวต่างชาติสัญชาติรัสเซีย ลักลอบเปิดสถานบริการโดยไม่ได้รับอนุญาต มีการจัดแสดงดนตรีปิดให้บริการดึก และมีการลักลอบจำหน่ายบารากู่อย่างไม่เกรงกลัวต่อกฎหมาย

ต่อมา นายนิรัตน์ พงษ์สิทธิถาวร ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต จึงได้สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษ ฝ่ายปกครองจังหวัดภูเก็ต นำโดย นายรุ่งเรือง ธิมาบุตร ปลัดจังหวัดภูเก็ต นายดนัย สุขสกุล ป้องกันจังหวัดภูเก็ต

จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองจังหวัดภูเก็ต ผู้ช่วยป้องกันจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยสมาชิกกองอาสารักษาดินแดน เข้าทำการตรวจสอบร้านดังกล่าว ผลการตรวจสอบพบว่า ร้านดังกล่าวได้เปิดให้บริการในลักษณะของสถานบริการจริง ตามที่ได้รับเรื่องร้องเรียน มีการจำหน่ายอาหาร เครื่องดื่ม และมีดีเจเปิดเพลงเพื่อความบันเทิง มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติดื่มกิน และมีการสูบบารากู่กันอยู่จำนวนมาก ภายในร้านจำนวนหลายคน

Advertisement

และต่อมาพบ MR.KAMIL สัญชาติรัสเซีย ทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลกิจการภายในร้าน และพบว่าพนักงานบางคนเป็นคนต่างด้าวสัญชาติเมียนมา จากนั้นจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง ทั้งการตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวข้อง ตรวจยึดตัวยา อุปกรณ์สูบบารากู่เป็นจำนวนมากและเงินสดของกลางจำนวนหนึ่ง

จากการสอบสวน ทราบว่า MR.KAMIL ชาวรัสเซีย ถือวีซ่านักท่องเที่ยว ในการเข้ามาโดยไม่ขออนุญาตทำงาน และถือวีซ่า ผิดประเภท โดยเปิดร้านมาเป็นเวลา 6 เดือน รับคนไทยเข้าทำงานและรับชาวเมียนมา คือ นายอองเนียน เข้าทำงาน เมื่อพนักงานคนไทยทำงานเสร็จจะสแกนเข้ากับบัญชี QR Code ของนายอองเนียน หลังจากนั้น MR.KAMIL จะใช้นายอองเนียน ไปกดเงินสดในแต่ละวันให้นาย KAMIL ทุกวัน
การจับกุมครั้งนี้รวมผู้ต้องหา 2 รายคือ ชาวรัสเซีย 1 ราย และชาวเมียนมา 1 ราย ส่วนคนไทยที่เป็นพนักงานมีหน้าที่เป็นลูกจ้างไม่ได้เกี่ยวข้องโดยให้ปากคำไว้เป็นประโยชน์ หลังจากนี้จะส่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมตรวจสอบซึ่งได้ออกคำสั่งปิดร้านแล้ว และกำชับในพื้นที่ให้ดูแลพื้นที่

จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหา จำนวน 2 คน และแจ้งข้อกล่าวหา ดังนี้

ข้อกล่าวหาสัญชาติรัสเซีย
1.ซ่อนเร้น ช่วยจำหน่ายช่วยพาเอาไปเสีย ซึ่งรับจำนำหรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอัน
ตนรู้ว่าเป็นของ เนื่องด้วยความผิด ตามมาตรา 242 ตามมาตรา 246 วรรรคแรกแห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ.2560 ประกอบข้อ 4 แห่งประกาศกระทรวงพาณิชย์
เรื่องกำหนดให้บารากู่ไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้าเป็นสินค้าต้องห้ามในการนำเข้ามาในราชอาณาจักร
2.ขายหรือให้บริการสินค้าบารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า โดยฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค
ที่ 8/2558 เรื่อง ห้ามขายหรือห้ามให้บริการสินค้า “บารากู่ บารากู่ไฟฟ้าหรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากู่ไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้าห้ามขายสินค้า”
3.ตั้งสถานบริการ ประเภทที่มีอาหาร สุรา หรือเครื่องดื่มอย่างอื่น จำหน่ายหรือให้บริการโดยจัดให้มีการเต้นหรือยินยอมให้มีการเต้น หรือจัดให้มีการแสดงเต้น และโดยจัดให้มีการแสดงดนตรีหรือการแสดงอื่นใด เพื่อการบันเทิงซึ่งเปิดทำการหลังเวลา 24.00 นาฬิกา ตามมาตรา 3
(4) (ค) และ (5) แห่งพระราชบัญญัติสถานบริการ พ.ศ.2509 และที่แก้ไขเพิ่มเติมจนถึงปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต
4.ขายเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในเวลาที่รัฐมนตรีกำหนดเวลาห้ามขายตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ.2551 มาตรา 28
5.เป็นคนต่างด้าวทำงานโดยไม่ได้รับทำงานมีความผิดตามมาตรา 8 พ.ร.ก. การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
6.จ้างคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยไม่แจ้งให้นายทะเบียนทราบชื่อและสัญชาติของต่างด้าวที่ทำงานภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่จ้างมีความผิดตามมาตรา 13 พ.ร.บ.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560

ข้อกล่าวหาของชาวเมียนมา คือ ไม่แจ้งให้นายทะเบียนทราบถึงผู้เป็นนายจ้าง สถานที่ทำงานของนายจ้างและลักษณะงานหลักที่ทำ ทั้งนี้ ภายใน 15 วัน นับตั้งแต่วันที่เข้าทำงานมีความผิดตามมาตรา 64/2 พ.ร.บ.การบริหารจัดการการทำงานของคนต่างด้าว พ.ศ.2560

จากนั้นควบคุมตัวผู้ต้องหา พร้อมของกลางส่ง พนักงานสอบสวน สภ.เชิงทะเล ดำเนินคดีตามกฎหมาย