ตำรวจล่อซื้อทัวร์เถื่อน จับครูในฐานะผู้จัดคาด่าน ขณะนำนักท่องเที่ยว กลับจากสปป.ลาว
เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ 69 จากกรณีกรมการท่องเที่ยวของไทย หลังได้รับการร้องเรียนจากนักท่องเที่ยว ว่าบริษัทนำเที่ยวไม่มีใบอนุญาต หรือกลุ่มบุคคล ซึ่งมีการลักลอบจัดทริปท่องเที่ยว โดยเฉพาะไป สปป.ลาว โดยทางผู้จัดไม่มีใบอนุญาตนำเที่ยว และไม่มีการทำประกันภัยให้กับนักท่องเที่ยวตามพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ.2551 ของกรมการท่องเที่ยวของไทย จึงได้ออกหนังสือแจ้งเตือน
เนื่องจากได้สร้างปัญหาระหว่างการท่องเที่ยวในต่างประเทศ เช่น ไม่มีการทำประกันภัยให้นักท่องเที่ยว และไม่มีการจัดทำเอกสารผ่านทัวร์ โดยเฉพาะเส้นทางด่านคกไผ่ อำเภอปากชม จังหวัดเลย และด่านบ้านวังเมืองหมื่น เพื่อไปยังเมืองเฟือง แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของแขวงเวียงจันทน์
ล่าสุด พ.ต.ท.นิธิศ เอกทัศน์ สารวัตรสถานีตำรวจท่องเที่ยว 6 กองกำกับการ 1 กองบังคับการตำรวจท่องเที่ยว 2 (ตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดเลย) ได้สั่งการให้ชุดสืบสวนตำรวจท่องเที่ยวจังหวัดเลย ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการสืบสวนกองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และเจ้าหน้าที่กรมการท่องเที่ยว เข้าสืบสวนสอบสวน โดยติดตามและได้ทำการล่อซื้อทัวร์
ซึ่งได้เดินทางวันที่ 14-15 กุมภาพันธ์ 2569 และได้ท่องเที่ยวไปพร้อมกับคณะจนจบทริป และได้ควบคุมบุคคลลักลอบจัดทริปท่องเที่ยว ขณะนำคณะนักท่องเที่ยวข้ามกลับมาไทยที่ด่านพรมแดนบ้านคกไผ่ หมู่ 6 ต.ปากชม อ.ปากชม จ.เลย โดยไม่มีใบอนุญาตนำเที่ยว และไม่มีการทำประกันภัยให้กับนักท่องเที่ยว
จากการสอบสวนพบว่า มีผู้จัดทำทัวร์เถื่อนร่วมกัน 2 คน เป็นข้าราชการครูแห่งหนึ่งในจังหวัดเลย พร้อมกับสารภาพว่าได้จัดทำทัวร์ออกเที่ยวทำมาได้ 2 เดือนกว่า โดยเปิดขายทัวร์ผ่านช่องทางเฟซบุ๊ก ติ๊กต็อก อินสตาแกรม ซึ่งจะขายทัวร์ผ่านช่องทางสื่อโซเชียล พร้อมจัดหารถตู้ ฝั่ง สปป.ลาว ที่พัก และอื่นๆ โดยทำการส่งออกทางทัวร์ด่านคกไผ่ อ.ปากชม จ.เลย ซึ่งการจัดทัวร์ไม่มีใบอนุญาตนำเที่ยว และไม่มีประกันภัยนักท่องเที่ยวตาม พ.ร.บ.นำเที่ยว
เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา ร่วมกันประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจนำเที่ยวจากนายทะเบียนฯ และบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ จึงได้นำตัวทั้ง 2 คน ส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปากชม เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

