ไฟป่าภูแลนคาลามกว่า 5 พันไร่ จ่อไหม้วัด จี้รัฐบาลใหม่เร่งแก้โลกเดือด เร่งมาตรการงดเผาไฟป่าจากปัญหาลดต้นทุนการเกษตรไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำซาก เผยชัยภูมิ จุดความร้อนสูง อันดับ 2 ของไทย
จากกรณีเทือกเขาภูแลนคา ไฟป่ายังปะทุลามไม่หยุดเสียหายแล้วไม่น้อยกว่า 5 พันไร่ จากต้นเหตุเผาในพื้นที่การเกษตรเกิดขุยเศษไฟปลิวไปตกใส่พื้นที่ป่าแห้งจัดในช่วงหน้าแล้ง ทำให้เกิดไฟป่าไหม้ลุกลามได้ง่ายในทุกพื้นที่ในขณะนี้ด้วย
เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ที่จ.ชัยภูมิ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์ปัญหาจาการเผาในพื้นที่การเกษตร และป่าไม้ ทำให้ค่า PM 2.5 ที่ส่งผลกระทบต่อมลพิษทางอากาศและภาวะวิกฤตโลกเดือดในทั่วประเทศ ทำให้เกิดภาวะอากาศแปรปรวนหนักสูงต่อเนื่องในปัจจุบัน

ที่ทางจังหวัดชัยภูมิต้องระดมเจ้าหน้าที่ออกดับไฟป่าในหลายพื้นที่อย่างต่อเนื่อง หลังในเพียงช่วง 1 วันที่ผ่านมา ในพื้นที่จ.ชัยภูมิ เกิดเหตุไฟไหม้ป่า และสถานการณ์การพบจุดความร้อนที่เกิดจาการเผาในพื้นที่การเกษตร และการเกิดปัญหาไฟป่า เกิดขึ้นสูงต่อเนื่องทะลุ 1,020 จุด/ครั้ง เริ่มกระทบค่า PM 2.5 จะกลับมาพุ่งสูงขึ้นกระทบต่อสุขภาพอาการเจ็บป่วยของประชาชนโดยรวมขณะนี้ด้วย ที่ล่าสุดพบเกิดปัญหาการเผาในพื้นที่การเกษตรและในพื้นที่ป่าไม้ ของ จ.ชัยภูมิ ล่าสุดพุ่งสูงทะลุกว่า 1,229 จุด/ครั้ง พุ่งสูงต่อเนื่อง ทำให้ จ.ชัยภูมิ ติดอันดับ 2 ของประเทศ

ที่ล่าสุดวันนี้ทั้งด้านพระกับชาวบ้านเอง ก็ได้ร่วมกันชิงเผาก่อนเพื่อเป็นแนวป้องกันไฟป่าจะลามจากยอดเขาลงมาถึงวัดได้ โดยหลวงพ่อพิลา พลญาโณ เจ้าอาวาสวัดป่าดงเย็น ตำบลบ้านไร่ อำเภอคอนสวรรค์ จังหวัดชัยภูมิ ได้ร่วมกับญาติโยมกว่า 20 คน เร่งทำแนวกันไฟป่าที่จะลามเข้ามาไหม้ภายในพื้นที่วัดได้ โดยการชิงเผาก่อนไฟป่าลามลงมาจากยอดเขาภูแลนคา ที่ช่วงนี้ยังเกิดไฟไหม้ป่าปะทุใกล้ลามเข้ามาไกลถึงกุฏิที่พักสงฆ์ภายในวัด

ทางหลวงพ่อพิลา ยอมรับว่าปีนี้เกิดไฟป่าเร็วกว่าทุกปีที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าจะมีการเตรียมการล่วงหน้า ด้วยการต่อท่อน้ำทำเป็นสปริงเกอร์ความยาวกว่า 400-500 เมตร วางไปตามไหล่เขา เพื่อเตรียมไว้ป้องกันดับไฟป่าลามที่พร้อมเปิดน้ำ เพื่อให้เกิดความชุ่มชื้นตลอดเวลา เป็นด่านแรกในการเตรียมป้องกัน

และในส่วนพื้นที่ด้านล่างวางท่อน้ำ ก็ใช้วิธีชิงเผา เพื่อทำเป็นแนวป้องกันไฟป่าไม่ให้ลามเข้ามาถึงวัด ซึ่งทำเช่นนี้เป็นประจำทุกปี สามารถป้องกันไฟป่าได้ระดับหนึ่ง ในปีนี้บริเวณที่วางท่อน้ำ และทำแนวกันไฟป่าด้านทิศเหนือ สามารถควบคุมได้ แต่พื้นที่ด้านทิศตะวันตก ไฟป่าเกิดมีการลามเข้ามามากกว่าทุกปี ที่อยู่ห่างจากกุฏิที่พักสงฆ์เพียง 5 เมตรแล้ว เนื่องจากบริเวณดังกล่าว เป็นพื้นที่ที่ยังไม่มีงบประมาณในการวางท่อน้ำ แต่ชาวบ้านได้ช่วยกันดับไฟได้ทัน และช่วยกันเร่งทำแนวกันไฟอย่างต่อเนื่องในขณะนี้ด้วย

ซึ่งอย่างไรก็ตามขณะนี้บริเวณยอดเขาภูแลนคา ยังเกิดการไหม้เป็นบริเวณกว้าง และลุกลามอย่างต่อเนื่องมาตลอดทั้งวันทั้งคืนกว่า 3 วันแล้ว ก็ยังไม่ดับ และมีพื้นที่ป่าได้รับความเสียหายในขณะนี้ไม่น้อยกว่า 5,000 ไร่ ที่ขณะนี้ไฟป่ายังไม่มีทีท่าว่าจะสงบได้ง่ายๆ จากปัญหาอุปสรรค์ต่อการควบคุมไฟป่า เนื่องจากพื้นที่ไฟป่าไหม้เป็นหน้าผาสูงชัน เจ้าหน้าที่อุทยานต้องใช้วิธีเดินเท้าใช้เครื่องมือตบไฟ และเครื่องเป่าลม ทำงานกันตลอดทั้งวันทั้งคืน
ขณะที่อีกด้านชาวบ้านเกษตรกรในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ก็ฝากเรียกร้องไปถึงว่าที่รัฐบาลใหม่ในครั้งนี้ด้วยที่อยากให้มีมาตรการเร่งด่วนในการเร่งแก้ปัญหาคุณภาพชีวิตของประชาชนโดยรวมที่เกิดภาวะโลกเดือด เกิดภัยแล้ง-น้ำท่วมซ้ำซาก ที่มีอากาศแปรปรวน ที่ควรมีแนวทางการบริหารจัดการน้ำที่มีคุณภาพมากขึ้นด้วย รวมทั้งในการช่วยกันงดเผาในพื้นที่การเกษตร ที่ในขณะนี้ในส่วนของไร่อ้อยที่เกิดปัญหาราคาตกต่ำมากเหลือเพียงไม่เกิน 890 บาท ซึ่งไม่เคยต่ำกว่า 1,200-1,300 บาท หากชาวไร่ไปจ้างแรงงานคนมาช่วยตัดก็ยังขาดทุนหนักรายได้ลดลงอีกจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้ก็เกิดปัญหาไฟไหม้ไร่อ้อยในพื้นที่จำนวนมาก
ซึ่งแนวทางการช่วยลดต้นทุนอยากให้รัฐบาลเร่งเข้ามาช่วยลดต้นเหตุจาการเผาในการช่วยลดต้นทุนการเกษตร ที่ควรมีแนวทางเข้าช่วยเสริมจากองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในเรื่องมีเครื่องไม้เครื่องมือเครื่องจักรมาช่วยตัดอ้อย หรือการเกษตรอื่นๆ ทั้งการมาช่วยไถกลบตอซังข้าว การช่วยปรับพื้นที่ที่ควรมีการนำเทคโนโลยีใหม่แทนการเผาเข้ามาช่วย ที่ควรมีแนวทางอุปกรณ์ช่วยเหลือเข้ามาลดต้นทุนมีรถไถ รถช่วยตัดอ้อย ประจำไว้ในทุกตำบล อย่างของจ.ชัยภูมิ มี 124 ตำบล กว่า 1,620 หมู่บ้าน ใน 16 อำเภอ ก็ควรมีแนวทางศูนย์ช่วยเหลือลดต้นทุนเกษตรกรประจำอำเภอ ตำบล หรือเทศบาลตำบล และหมู่บ้าน ที่เป็นแนวทางมาช่วยการแก้ปัญหาลดต้นทุนลดรายจ่ายเพิ่มรายได้ให้อาชีพเกษตรกรไทยที่เป็นอาชีพหลักของประชาชนทั่วประเทศเป็นส่วนใหญ่
รวมทั้งการสร้างมูลค่าสินค้าการเกษตรที่มีมูลค่าสูงที่จะเป็นแนวทางในการเพิ่มคุณภาพการเกษตร อย่างชาวไร่อ้อย ที่มีการปลูกจำนวนมากหลายไร่แต่ขายไม่ได้ราคา ก็ควรจะเร่งเสริมมูลค่าคุณภาพการปลูกอ้อย ที่บางรายขายได้ 10ไร่ แต่นำไปผลิตได้ค่าน้ำตาลได้น้อย แต่ถ้าไร่อ้อยที่มีคุณภาพขายไม่กี่ไร่แต่มีราคาที่นำไปผลิตค่าคุณภาพน้ำตาลได้สูงกว่า ก็จะเป็นแนวทางสร้างคุณภาพชีวิตการเกษตรเพิ่มมูลค่าสูงที่ยั่งยืนต่อไปในอนาคตของเกษตรกรไทยโดยรวมได้ ซึ่งอยากฝากถึงว่าที่รัฐบาลใหม่ไม่ว่าจะเป็นใคร ควรมีนโยบายที่ฟังเสียงจากประชาชนนำไปสู่การแก้ปัญหาที่แท้จริงของประเทศได้อย่างยั่งยืนตามมาในอนาคตได้อีกด้วย

