สสจ.อุดรฯ ตรวจโอ่งแดงมรณะ ดัดแปลงผิดหลัก อบสมุนไพรโดยไม่มีความรู้ เมียเผยห้ามแล้วแต่ไม่ฟัง
จากกรณีนายนรินทร์ หรือต้อม อายุ 37 ปี ชาว ต.ตูมใต้ อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี มีอาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท จึงเจาะโอ่งแดงในบ้านพักดัดแปลงเป็นที่อบสมุนไพรรักษาตัวเอง กระทั่งภรรยามาพบเป็นศพอยู่ในโอ่งแดง พร้อมกับเตาอั้งโล่และหม้อนึ่งสมุนไพร เหตุเกิดช่วงสายวันที่ 15 กุมภาพันธ์นั้น
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 16 กุมภาพันธ์ ดร.นพ.สมชายโชติ ปิยวัชร์เวลา นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) อุดรธานี มอบหมายให้นายสมชาย ชินวานิชย์เจริญ เภสัชกรชำนาญการพิเศษ หัวหน้ากลุ่มงานการแพทย์แผนไทย นายธนกร คำหารพล สาธารณสุขอำเภอกุมภวาปี พร้อมทั้งคณะเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และ อสม.ต.ปะโค ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุอีกครั้ง โดยมี น.ส.กาญจนา หรือกาน อายุ 58 ปี เจ้าของบ้านที่เกิดเหตุและเป็นภรรยาของผู้เสียชีวิต นำชี้จุดเกิดเหตุและให้ข้อมูลเพิ่มเติม

นายสมชายเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบมีการดัดแปลงโอ่งที่ผิดหลักและไม่มีความรู้เพียงพอ แม้ว่าสมุนไพรที่พบอยู่ในหม้อนึ่งจะไม่มีอันตราย เป็นสมุนไพรพื้นบ้านทั่วไปที่มีกลิ่นหอม จำพวกตะไคร้ ใบเตย แต่การที่เข้าไปอยู่ในพื้นที่จำกัดและไม่มีช่องระบายอากาศ ประกอบกับมีการใช้เตาอั้งโล่ที่ให้ความร้อนด้วยถ่าน ทำให้ผู้ตายขาดอากาศหายใจ คล้ายกับกรณีการรมควันในรถยนต์ แต่ก็ต้องไปดูใบชันสูตรอีกครั้ง เป็นเคสที่แทบจะไม่เคยเจอเลย ก็ต้องพึงระวังในการอบสมุนไพรแบบนี้
นายสมชายเผยว่า จริงๆ แล้วการอบสมุนไพรต้องระวังเรื่องการระบายอากาศ การไม่อบนานเกินไป ควรอบสมุนไพรไม่เกิน 2 ครั้งต่อวัน ครั้งละ 15 นาที เว้นช่วงในการเข้าออก เมื่อร่างกายมีอุณหภูมิสูงขึ้นก็จะระบายความร้อนออกมาทางเหงื่อ การอบสมุนไพรในพื้นที่สาธารณะต่างๆ เราได้ให้ความรู้อยู่เป็นประจำ สถานที่ที่จะดำเนินการต้องมีใบอนุญาตอย่างถูกต้อง เนื่องจากมี พ.ร.บ.สถานประกอบการ ที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพควบคุมอยู่ ต่อไปก็จะเพิ่มความถี่ในการให้ความรู้ในชุมชน ให้ความรู้ต่อสถานบริการต่างๆ มากขึ้น เป็นเรื่องน่าเศร้าที่ต้องมีการสูญเสียกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

ด้าน น.ส.กาญจนา เล่าให้ฟังเพิ่มเติมว่า อยู่กินกับสามีได้ไม่ถึง 5 เดือน หวังว่าจะมีคนมาคอยอยู่ดูแลตัวเองยามแก่เฒ่า แต่ก็ต้องมาสูญเสียสามีไปจากเหตุการณ์นี้ สามีมีอาการปวดหลัง ปวดขา จากอาการหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท และก็เป็นโรคสะเก็ดเงินด้วย ตนก็พาไปรักษามาแล้วหลายที่ กระทั่งอาทิตย์ก่อนสามีไปเปิดดูยูทูบเพื่อดูวิธีการดัดแปลงโอ่งเป็นที่อบสมุนไพร แล้วเขาก็เริ่มเจาะโอ่งมาตั้งแต่นั้น กระทั่งเมื่อวาน ตอนเช้าสามีไปให้อาหารไก่ เขาก็เหนื่อยหอบ เพราะเขาเองก็ไม่ค่อยแข็งแรงอยู่แล้ว ตนก็บอกให้เขาไปนั่งพัก และดื่มน้ำพักให้หายเหนื่อย
น.ส.กาญจนากล่าวว่า จากนั้นสามีก็เอ่ยปากชวนว่า “ถ้าจะไปก็มาเด้อ ป่ะไปด้วยกัน” ตนก็บอกไม่สบาย จะกินยา แล้วก็ผล็อยหลับไป เมื่อรู้สึกตัวก็ออกมารดน้ำผัก เมื่อไม่เห็นสามีนานก็เลยเดินมาที่โอ่ง เปิดผ้าห่มออกจะจ๊ะเอ๋สามี ก็มองเห็นว่าลิ้นจุกปากแล้ว จึงรีบเอาเตาออกมา จะอุ้มร่างสามีออกมาก็ไม่ไหว จึงไปบอกเพื่อนบ้านมาช่วย

น.ส.กาญจนาเล่าทั้งน้ำตาว่า ก่อนเขาจะเจาะโอ่งตนก็ห้ามแล้ว มองว่ามันดูไม่ค่อยได้มาตรฐาน ไม่ค่อยชอบอยู่แล้ว เตือนเขาว่าอย่าทำเลย ถ้าจะไปรักษาอีกก็จะพาไป แต่สามีก็ไม่ฟัง ถ้าตนเข้าไปอบกับสามีก็คงเสียชีวิตไปด้วยกันแน่แน่
จากนั้นเมื่อให้ข้อมูลกับเจ้าหน้าที่เสร็จเรียบร้อย น.ส.กาญจนาได้ปิดบ้านและเดินทางไปยังบ้านของแม่ผู้ตาย ที่อยู่อีกหมู่บ้านหนึ่งใกล้กัน ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งศพเพื่อบำเพ็ญกุศล แต่ก็ยังไม่ทราบว่าทางครอบครัวสามีจะเก็บศพไว้กี่วัน หรือจะทำพิธีฌาปนกิจวันไหน

