หน้าแรก ภูมิภาค ไหม้ป่าสะแกรา...

ไหม้ป่าสะแกราช ดับเกือบ100% ยันไม่กระทบสัตว์ป่าระบบนิเวศพื้นที่สงวนชีวมณฑล

16.02.26 | 15:59 น.

ไฟไหม้ป่าสถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช โคราช ดับเกือบ 100 % แล้ว เหลือแค่ไฟสุมขอนเล็กน้อย จนท.เร่งดับให้แล้วเสร็จภายในวันนี้ ยืนยัน ไม่กระทบสัตว์ป่า และระบบนิเวศพื้นที่สงวนชีวมณฑล

เมื่อวันที่ 16 กุมภาพันธ์ ความคืบหน้าสถานการณ์ไฟป่า ภายในพื้นที่สถานีวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช ต.อุดมทรัพย์ อ.วังน้ำเขียว จ.นครราชสีมา ซึ่งเกิดขึ้นเวลาประมาณ 20.00 น. วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา

ล่าสุด นายสุรชิต แวงโสธรณ์ ผู้อำนวยการสำนักวิจัยสิ่งแวดล้อมสะแกราช เปิดเผยว่า พื้นที่ป่าเต็งรังที่มีอยู่ 6,400 ไร่ จากพื้นที่ทั้งหมด 48,800 ไร่ ถูกไฟไหม้เกือบหมด จะเหลือพื้นที่เพียงเล็กน้อยที่ยังไม่ถูกไฟเผา จึงต้องเฝ้าระวัง เพราะถือเป็นจุดเสี่ยง เนื่องจากมีเศษใบไม้กิ่งไม้แห้งกองทับถมกันอยู่ ซึ่งจะทำให้เกิดความร้อนสะสม จนอาจปะทุขึ้นมาทำให้เกิดไฟไหม้ป่าในจุดนั้นๆ ได้ จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ฯ เร่งดำเนินการตรวจสอบเพื่อชิงเผาเชื้อไฟในพื้นที่เหลือ ส่วนพื้นที่ที่ถูกไฟไหม้ ตอนนี้ได้สั่งการเจ้าหน้าที่และจ้างชาวบ้าน ให้ช่วยกันเดินเท้าเข้าไปดับไฟตามขอนไม้หรือตอไม้ที่ถูกไฟไหม้ แต่ยังดับไม่สนิท เพื่อไม่ให้ไฟคุขึ้นมาอีกครั้ง คาดว่า จะสามารถดำเนินจนแล้วเสร็จภายในวันนี้

ส่วนสาเหตุยังไม่สามารถระบุได้ว่าเกิดจากสาเหตุใด แต่ได้ไปแจ้งความลงบันทึกประจำวันเอาไว้ที่ สภ.วังน้ำเขียวแล้ว เพื่อให้ช่วยสืบหาต้นตอที่ทำให้เกิดไฟไหม้ครั้งนี้ ในขณะที่สัตว์ป่าหายาก อย่างเช่น ไก่ฟ้าพญาลอ จะอาศัยอยู่ในป่าดิบแล้งเป็นหลัก จึงไม่ได้รับผลกระทบอะไรจากไฟป่าครั้งนี้ ส่วนเต่าเหลืองจะอาศัยในป่าเต็งรังและป่าดิบแล้งสลับกัน เมื่อเกิดไฟไหม้ป่าเต็งรังช่วงหน้าแล้ง เต่าเหลืองก็จะไปหลบอาศัยในป่าดิบแล้งแทน และเมื่อถึงหน้าฝนก็จะออกมาหากินในป่าเต็งรังตามธรรมชาติ จึงไม่ได้รับผลกระทบอะไร

และสำหรับคุณภาพอากาศที่หลายคนกังวลอย่างมากนั้น จากการติดตามและตรวจวัดคุณภาพภายในพื้นที่สถานีวิจัยฯ ในแต่ละวัน พบว่า คุณภาพอากาศยังอยู่ในเกณฑ์ที่ไม่กระทบต่อสุขภาพ โดยวันนี้ ช่วง 08.00 น. อุณหภูมิ อยู่ที่ 21.1 °C ตรวจวัดค่าฝุ่น PM 2.5 ได้ 19 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และเมื่อเวลา 10.00 น.ที่ผ่านมา วัดค่าฝุ่น PM 2.5 ได้ 18 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ยังไม่เกินค่ามาตรฐาน 37.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งตั้งแต่วันที่เกิดไฟไหม้ป่าขึ้นนั้น ทางสถานีวิจัยฯ ยังเปิดให้บริการตามปกติแก่นักเรียน – นักศึกษา และประชาชนทั่วไป ได้เข้ามาศึกษาในแหล่งเรียนรู้ของสถานีวิจัยฯ เพราะพื้นที่ที่เปิดให้บริการมีความปลอดภัยจากสถานการณ์ไฟไหม้ป่าที่เกิดขึ้น อีกทั้งคุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์สีเขียว ระหว่าง 15.1 – 25.0 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร คุณภาพอากาศดี สามารถทำกิจกรรมกลางแจ้งได้ตามปกติ

Advertisement

อย่างก็ตาม สถานการณ์ไฟป่าที่เกิดขึ้น แม้ว่าจะสร้างความเสียหายต่อระบบนิเวศในระยะยาวค่อนข้างน้อย เนื่องจากธรรมชาติของระบบนิเวศป่าเต็งรัง เมื่อถูกไฟไหม้ก็จะมีการฟื้นฟูตามรอบปีอยู่แล้ว แต่ทางสถานีวิจัยฯ จะต้องเฝ้าระวังไม่ให้เกิดผลกรทบต่อพื้นที่ข้างเคียง ด้วยการส่งเจ้าหน้าที่ฯ ออกไปกวาดทำความสะอาดแนวกันไฟให้โล่งเตียน ไม่ให้มีใบไม้แห้งกองสุมทับถม เพราะป่าเต็งรัง 6,400 ไร่ มีปริมาณเชื้อเพลิงสะสมช่วงหน้าแล้ง ประมาณ 130,000 ตัน ส่วนใหญ่จะเป็นหญ้าเพ็ก หรือบางคนเรียก “ไผ่เพ็ก” ซึ่งมักพบขึ้นหนาแน่นตามพื้นป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณ ถ้าปล่อยไว้นานๆ ไม่มีการชิงเผา หรือไม่มีไฟป่า ก็จะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว และหากเกิดไฟไหม้ป่าขึ้นจะทำให้สถานการณ์รุนแรงมากขึ้นด้วย

ดังนั้น ช่วงหน้าแล้งจึงต้องสำรวจตรวจสอบพื้นที่กันโดยตลอด หากพบจุดใดมีความเสี่ยง มีเชื้อไฟสูง ให้ดำเนินการชิงเผา เพื่อลดปริมาณเชื้อไฟ ไม่ให้มีความร้อนสะสมมากเกินไป แต่เนื่องจากช่วงหลายปีมานี้ ทางจังหวัดมีการณรงค์งดเผาอย่างเข้มข้น เพื่อลดฝุ่น PM2.5 และลดมลพิษในอากาศ จึงทำให้เจ้าหน้าที่ไม่สามารถดำเนินการชิงเผาได้ ซึ่งเรื่องนี้ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้เรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวันนี้ เพื่อหารือแนวทางที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพสำหรับรับมือเหตุไฟไหม้ป่าที่จะเกิดขึ้นในช่วงหน้าแล้งปีนี้