หมอปลา พาผู้เสียหาย บุกสุสานสัปเหร่อดัง ขุดศพทารกส่งตรวจ คืนญาติ เจ้าอาวาส-ฝ่ายปกครอง ยันไม่รู้เรื่องเตรียมรื้อหมด
เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 16 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังจากหมอปลา ได้รับการร้องเรียนจากผู้เสียหาย ว่ามีสัปเหร่อชื่อดังรายหนึ่งของจังหวัดอ่างทอง ที่โด่งดังทางด้านผ่าศพหญิงสาวตายทั้งกลม เพื่อแยกเด็กและแม่ตามความเชื่อของโบราณ และได้นำเด็กไปฝังไว้บริเวณข้างศูนย์กู้ภัย จนตั้งเป็นสุสานและมีของเล่น ขนม และเครื่องเซ่นสังเวย มีผู้นำมาถวายและบริจาค โดยผู้เสียหายร้องเรียน ว่า สัปเหร่อคนดัง ให้อาบน้ำมนต์และปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายต่าง ๆ ภายในห้องดอกแก้ว และถูกกระทำอนาจารกับหญิงสาว จนหมอปลานำผู้เสียหายไปขอความช่วยเหลือจากพล.ต.ต. จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง จนกระทั่งมาออกรายการของพิธีกรชื่อดัง จนนำผู้เสียหายเดินทางมาขุดศพ

โดยหลังจากจบรายการหมอปลาและทนายหมี พร้อมผู้เสียหายได้เดินทางมาที่ สภ.วิเศษชัยชาญ เพื่อนำผู้เสียหายทั้งหมดมาลงบันทึกประจำวัน เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 16 กุมภาพันธ์
จากนั้นได้เดินทางไปยังวัดสิงห์ ตำบลศาลเจ้าโรงทอง อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งของสุสานฝังศพเด็กทารกจากหญิงสาวตายทั้งกลม ได้เดินทางไปพบกับเจ้าอาวาสวัดสิงห์ โดยแจ้งเจตนาที่เดินทางมาในวันนี้ และข้อกฎหมายให้เจ้าอาวาส ได้รับรับทราบ

ซึ่งได้พบกับ นางสำเริง อายุ 77 ปี ภรรยาสัปเหร่อชื่อดัง กล่าวเพียงว่า สามีและตนเองไม่เคยจะเก็บศพเด็กทารกตายทั้งกลมไว้เลย หากทางญาติต้องการนำกลับไปก็ยินดีที่จะให้ ไม่ได้มีเจตนาที่จะเก็บเอาไว้ ทั้งนี้ หมอปลาสอบถามภรรยาของสัปเหร่อว่ามีส่วนรู้เห็น ในการโกนบวชชีให้กับหญิงสาวหรือไม่ คุณป้ายอมรับบอกว่าทำจริงแต่ว่าหญิงเหล่านั้นไม่มีการขัดขืนแต่อย่างใด ยืนยันไม่มีการใช้ลูกกลม ๆ ยัดเข้าช่องคลอดหญิงสาวหรือล่วงละเมิด
โดย เจ้าอาวาส กล่าวว่า เรื่องที่สัปเหร่อคนดังนั้น ใช้สถานที่ทำเป็นสุสานฝังศพเด็กทารกที่ตายทั้งกลม ไม่เคยรับรู้มาก่อน แต่จากนี้หากมีผู้เสียหายจะมาขอขุดศพเด็กที่เป็นลูกหลานของตนเองไปบำเพ็ญกุศลก็อนุญาต แต่ในอนาคตจะทำการขุดศพเด็กทั้งหมดให้เหลือเพียงศูนย์กู้ภัย
ส่วนทางด้านองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็ออกมายอมรับว่าไม่ทราบเรื่อง ที่สัปเหร่อคนดังทำสุสานมาก่อน เนื่องจากไม่มีใครมาร้องเรียน

เมื่อทำการพูดคุยด้านข้อกฎหมายและแจ้งเจตนาเรียบร้อย จึงให้ญาติผู้เสียหายนำไปที่จุดฝังศพเด็กทารกตายทั้งกลม เพื่อทำการขุดศพเด็กขึ้นมาโดยญาติได้ชี้จุดที่ฝังศพเด็ก โดยให้เจ้าหน้าที่อาสามูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ขุดศพขึ้นมาเจอเป็นศพแรก ได้ทำการห่อผ้าขาวและกระดาษนำมาถวายเจ้าอาวาส โดยเจ้าอาวาสได้มอบศพให้กับญาตินำไปบำเพ็ญกุศลตามความประสงค์ ส่วนที่เหลือก็จะขุดเมื่อผู้เสียหายต้องการ
ขณะเดียวกันหมอปลา เปิดเผยว่า หลังจากที่มีข่าวนี้ออกไป ก็มีผู้เสียหายและแม่เด็กหลายรายติดต่อมา เพราะอยากนำกระดูกของญาติ หรือลูกที่เป็นทารกกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป วันนี้มีการพบ 2 โครงกระดูกเด็กทารก คือหลานสาวของพี่วาสนา และลูกของคุณน้ำหวาน

ส่วนลูกของคุณแม่ที่นำร่างเด็กทารกมาฝากเมื่อ 6 ปีที่แล้ว ยังหาไม่พบ เนื่องจากว่ากระบวนการของสัปเหร่อจะมีการนำดินมาถมเป็นชั้น ๆ และฝังซ้อนกัน ทั้งนี้หมอปลายังเป็นตัวกลางประสาน ว่าจะมีการนำกระดูกของเด็ก ที่ขุดได้ในวันนี้ไปตรวจสอบทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างไร เพื่อตรวจพิสูจน์ว่าเป็นโครงกระดูกของลูกหลานจริงหรือไม่ ซึ่งได้มีการประสานทางหมอหมู (รศ.นพ.วีระศักดิ์ จรัสชัยศรี) บอกว่าสามารถนำไปตรวจที่สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ โรงพยาบาลตำรวจ ได้โดยเก็บ DNA ของพี่น้องของเด็กและคุณแม่ของเด็กไปตรวจเทียบได้ ส่วนทางการรื้อสุสาน ได้พูดคุยสอบถามกับทางอบต. ซึ่งเบื้องต้นให้เวลา 15 วัน ในการรื้อถอนแต่ภรรยาของสัปเหร่อบอกว่ายังไม่โอเค ซึ่งประเด็นนี้จะมีการพูดคุยกันอีกครั้งในวันพรุ่งนี้ ระหว่างอบต.และเจ้าอาวาส
ขณะเดียวกันหลังจากที่เจอกระดูกของเด็กทารกทั้งสองร่างแล้ว ได้มีการมาพูดคุยร่วมกันระหว่างเจ้าอาวาสวัดสิงห์ ภรรยาลุงสนมสัปเหร่อ ซึ่งภรรยาลุงสนมอ้างว่าไม่รู้สามีหายไปไหนตั้งแต่ช่วงบ่ายติดต่อไม่ได้ รวมถึงทนายหมี หมอปลา และทางอบต. รวมถึงกลุ่มญาติ ๆ ของเด็กทารก โดยพูดคุยถึงแนวทางการตรวจพิสูจน์โครงกระดูกเด็กทารก ในกระบวนการนิติวิทยาศาสตร์ต่อไป
โดยเบื้องต้นพนักงานสอบสวนก็จะแพ็กโครงกระดูก แล้วก็นำไปเก็บไว้ที่ สภ.วิเศษชัยชาญ โดยญาติก็จะมีการลงบันทึกประจำวันเพิ่มเติมในการฝากโครงกระดูกไว้ที่สถานีตำรวจ ก่อนที่จะส่งตรวจกับตามกระบวนการนิติวิทยาศาสตร์ต่อไป


