หน้าแรก ภูมิภาค เชียงใหม่หารื...

เชียงใหม่หารือรับมือไฟป่า–ฝุ่น PM2.5 ห่วง 8 อำเภอใต้เสี่ยงสูง 65% ฝนปีนี้ต่ำกว่าปกติ สั่งคุมเข้ม-ลดไฟต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี

17.02.26 | 12:37 น.

เชียงใหม่หารือรับมือไฟป่า–ฝุ่น PM2.5 ห่วง 8 อำเภอใต้พื้นที่เสี่ยงสูง 65% ฝนปีนี้ต่ำกว่าปกติ สั่งคุมเข้ม-ลดไฟต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ที่อุทยานแห่งชาติออบหลวง อำเภอฮอด จังหวัดเชียงใหม่ นายรัฐพล นราดิศร ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการแก้ไขปัญหาไฟป่าและฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM2.5แบบบูรณาการ ครั้งที่ 1/2569 โดยมี นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายศิวกร บัวป้อง รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ นายกริชสยาม คงสตรี ผู้อำนวยการสำนักพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 เชียงใหม่ นายสมคิด ปัญญาดี ผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดเชียงใหม่ น.ส.ณัชธน์กมล พ่อค้า นายอำเภอฮอด และหัวหน้าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วมประชุมในพื้นที่และผ่านระบบออนไลน์ไปยัง 25 อำเภอ

นายรัฐพล กล่าวว่า จังหวัดออกประกาศห้ามเผาตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2569 และเตรียมความพร้อมทั้งด้านงบประมาณ บุคลากร เครื่องมือ เครื่องจักร และอากาศยานสนับสนุนการปฏิบัติการ ขณะนี้กำลังเข้าสู่ช่วงเผชิญเหตุ แม้สถิติจุดความร้อนและคุณภาพอากาศยังดีกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี แต่จากข้อมูลสภาพอากาศที่คาดว่าฝนน้อยและมีความแห้งแล้งสูง จึงต้องยกระดับมาตรการเชิงรุก โดยเฉพาะพื้นที่โซนใต้ 8 อำเภอ ซึ่งคิดเป็น 65% ของไฟทั้งหมด ต้องทำให้จำนวนไฟลดลงต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปีที่ผ่านมา พร้อมกำชับการบังคับใช้กฎหมายและมาตรการได้สิทธิ–เสียสิทธิประโยชน์ด้านการทำกินและการสนับสนุนจากภาครัฐ

ทั้งนี้ จากการวิเคราะห์ข้อมูลการเกิดไฟป่าในปีที่ผ่านมา จะเห็นได้ว่า ไฟป่าที่เกิดขึ้นในพื้นที่ 16 ตำบล จาก 8 อำเภอในพื้นที่โซนใต้ของจังหวัด กินพื้นที่ไปกว่า 410,000 ไร่ หรือคิดเป็น 65% ของพื้นที่เผาไหม้ทั้งหมดของจังหวัด ซึ่งมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย ทั้งการลักลอบเผาเพื่อหาของป่า การเตรียมพื้นที่เพื่อทำเกษตรบนพื้นที่สูง การประกอบอาชีพในป่า จึงต้องโฟกัสไปที่จุดนี้เป็นพิเศษ โดยให้เร่งทำความเข้าใจให้กับชาวบ้านในการงดเผา แล้วหาทางสนับสนุนช่วยเหลือในด้านต่างๆ เพื่อให้ชาวบ้านเลี้ยงชีพได้โดยไม่ต้องพึ่งการเผา แต่หากมีความจำเป็นอย่างยิ่งยวดในแต่ละพื้นที่ ก็จะต้องมามองถึงการใช้การบริหารจัดการไฟ ต้องแยกไฟที่จำเป็นกับไฟที่ไม่จำเป็นออกจากกันให้ได้ ซึ่งในประเด็นนี้ ได้มอบหมายให้ นายบุญลือ ธรรมธรานุรักษ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ไปเร่งหารือร่วมกับทั้ง 16 ตำบล ใน 8 อำเภอ รวมถึงหน่วยงานที่รับผิดชอบในแต่ละด้าน เพื่อวางแนวทางการบริหารจัดการไฟ การประสานงาน และหาจุดสมดุลร่วมกัน เพื่อที่จะให้ปริมาณของฝุ่นที่เกิดจากการบริหารจัดการเผาไม่เกินเกณฑ์มาตรฐานค่าคุณภาพอากาศที่กรมควบคุมมลพิษกำหนดไว้ และไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของพี่น้องประชาชนโดยรวม

กรณีไฟป่านอกฤดูในพื้นที่อำเภอแม่ออน ได้ใช้อากาศยานเข้าควบคุมสถานการณ์เรียบร้อยแล้ว ขณะเดียวกันเริ่มพบไฟในอำเภอเชียงดาวและอำเภอสันทราย ส่วนสถานการณ์ที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษอยู่ในอำเภอดอยเต่า และบริเวณอุทยานแห่งชาติออบหลวง ซึ่งเป็นพื้นที่ป่าเต็งรังและป่าเบญจพรรณ มีใบไม้แห้งสะสมจำนวนมาก ทำให้เชื้อเพลิงสูงและเสี่ยงลุกลามง่าย จังหวัดเชียงใหม่ยืนยันเดินหน้าบูรณาการทุกภาคส่วน ควบคุมค่า PM2.5 ไม่ให้เกินมาตรฐานกรมควบคุมมลพิษ และลดจำนวนไฟป่าให้ต่ำกว่าค่าเฉลี่ย 5 ปี ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ในปี 2569 นี้

Advertisement

ด้าน นายกริชสยาม คงสตรี ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 16 เปิดเผยว่า ตั้งแต่ต้นปี 2569 สถานการณ์ยังไม่รุนแรง แต่ช่วง 1–2 สัปดาห์ที่ผ่านมาไฟเริ่มขยายเข้าสู่โซนใต้ จากเดิมที่เกิดในจังหวัดตากและลำพูน ปัจจุบันพื้นที่น่ากังวลคืออำเภอดอยเต่าและพื้นที่อุทยานแห่งชาติออบหลวง จึงเพิ่มความเข้มงวดลาดตระเวน ปิดป่าในบางจุด และกำหนดให้ผู้เข้าป่าลงทะเบียน พร้อมปรับแผนบริหารจัดการเชื้อเพลิงแบบแปลงขนาดเล็กในพื้นที่ไฟไหม้ซ้ำซาก ยึดหลักวิชาการตามมติคณะรัฐมนตรี ทั้งนี้ที่ผ่านมา การบริหารจัดการเชื้อเพลิงทำได้ไม่เกิน 3% ของแผน เนื่องจากข้อจำกัดด้านสภาพอากาศและผลกระทบต่อประชาชน พร้อมเดินหน้าทำบันทึกความร่วมมือ (MOU) บริหารจัดการกลุ่มป่าร่วมกับสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 14 ในพื้นที่กลุ่มป่าเขื่อนภูมิพล เพื่อแก้ไขปัญหาแบบบูรณาการไร้รอยต่อ

ขณะที่ น.ส.ณัชธน์กมล พ่อค้า นายอำเภอฮอด กล่าวว่า อำเภอฮอดกำหนด 25 หมู่บ้านใน 5 ตำบล เป็นพื้นที่ “เรดโซน” จากทั้งหมด 61 หมู่บ้าน พร้อมจัดทำประชาคมกำหนดกติกาหมู่บ้าน กำหนดบทลงโทษปรับเงินผู้ลักลอบเผา และให้รางวัลนำจับ 500 บาท บางหมู่บ้านให้รางวัล 1,500 บาท และปรับสูงสุด 5,000 บาท หากกระทำผิดซ้ำครั้งที่สองจะส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยสถิติปี 2567 พบจุดความร้อนกว่า 1,300 จุด ปี 2568 ลดลงเหลือกว่า 700 จุด ลดลง 43% และปี 2569 ขณะนี้สถิติไฟป่าในพื้นที่อำเภอฮอดยังเป็นศูนย์

ศูนย์อุตุนิยมวิทยาภาคเหนือรายงานว่า คาดการณ์สภาพอากาศช่วงเดือนมกราคม–พฤษภาคม 2569 ภาพรวมปริมาณฝนมีแนวโน้มต่ำกว่าค่าปกติหลายเดือน โดยเฉพาะเดือนมีนาคม–พฤษภาคม ซึ่งอาจส่งผลให้ความแห้งแล้งสะสมเพิ่มขึ้น เดือนมกราคมค่าปกติ 11.3 มม. คาดการณ์ 10–20 มม. ใกล้เคียงหรือสูงกว่าปกติเล็กน้อย เดือนกุมภาพันธ์ค่าปกติ 9 มม. คาดการณ์ต่ำกว่า 10 มม. ใกล้เคียงค่าปกติ เดือนมีนาคมค่าปกติ 20 มม. คาดการณ์ 5–15 มม. ต่ำกว่าปกติ เดือนเมษายนค่าปกติ 54.3 มม. คาดการณ์ 30–40 มม. ต่ำกว่าปกติเล็กน้อย และเดือนพฤษภาคมค่าปกติ 167.5 มม. คาดการณ์ 120–150 มม. ต่ำกว่าปกติอย่างชัดเจน สะท้อนแนวโน้มฝนน้อยกว่าปีก่อน ส่งผลต่อการระบายอากาศและความเสี่ยงไฟป่า

ทั้งนี้ สถานการณ์ไฟป่าตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม -15 กุมภาพันธ์ 2569 จังหวัดเชียงใหม่เกิดจุดความร้อนขึ้นรวมทั้งสิ้น 171 จุด มากที่สุด คือ อำเภอดอยเต่า 99 จุด แม่แจ่ม 18 จุด เชียงดาว 10 และอมก๋อย 10 จุด ส่วนมากเกิดขึ้นในพื้นที่ป่าสงวน และอยู่ในโซนใต้ของจังหวัด แต่หากเทียบกับค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ในช่วงเวลาเดียวกัน พบว่า จุดความร้อนลดลงถึง 86% และหากเทียบกับปี 2568 ที่ผ่านมา พบว่า ลดลง 16%