หน้าแรก ภูมิภาค นรข.มุกดาหาร ...

นรข.มุกดาหาร สกัดรถบรรทุก 12 ล้อ ลอบขนข้าวไรซ์เบอร์รี่ต่างประเทศ 300 กระสอบ

17.02.26 | 16:37 น.

นรข.มุกดาหาร สกัดรถบรรทุก 12 ล้อ ลอบขน “ข้าวไรซ์เบอร์รี่ต่างประเทศ” ไร้เอกสาร คนขับอ้างรับจ้าง ไม่รู้ที่มา 300 กระสอบ เตรียมขยายผลต่อถึงเครือข่าย

เมื่อวันที่ 17 กุมภาพันธ์ ที่สถานีเรือมุกดาหาร น.ท.โอรส พุทธโค หัวหน้าสถานีเรือมุกดาหาร พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ศุลกากร ฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ส่วนควบคุมทางศุลกากร สำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 ด่านศุลกากรมุกดาหาร สำนักการข่าว กอ.รมน. ร้อย ตชด.234 และตำรวจน้ำมุกดาหาร แถลงข่าวตรวจยึดข้าวไรซ์เบอร์รี่ จำนวน 300 กระสอบ น้ำหนัก 15,000 บาทกิโลกรัม พร้อมรถบรรทุกและคนขับ

สืบเนื่องจาก เวลาประมาณ 07.30 น. ของวันนี้ (17 กุมภาพันธ์) เจ้าหน้าที่ศุลกากร ฝ่ายสืบสวนและปราบปราม ส่วนควบคุมทางศุลกากร สำนักงานศุลกากรภาคที่ 2 นำโดย นายสุริโย พรมสวัสดิ์ นักวิชาการศุลกากรชำนาญการ พร้อมด้วยหน่วยสืบสวนและปราบปรามประจำพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ บูรณาการกำลังร่วมกับสถานีเรือมุกดาหาร (นรข. เขตนครพนม) ร่วมกันตั้งจุดตรวจตามข้อมูลสายลับแจ้งเบาะแสว่าจะมีการลักลอบขนสินค้าประเภทข้าวสาร ซึ่งนำเข้ามาในราชอาณาจักรที่ยังมิได้เสียค่าภาษีอากร เพื่อนำส่งเข้าไปจำหน่ายยังจังหวัดต่างๆ ในราชอาณาจักร

กระทั่งในเวลาต่อผ่านได้ตรวจพบรถบรรทุก 12 ล้อ ยี่ห้อ ISUZU สีขาว ทะเบียน 70-46872 ร้อยเอ็ด ต้องสงสัย บริเวณหน้าวัดสว่าง บ้านแก้ง ต.นาโสก อ.เมืองมุกดาหาร จึงแสดงตัวขอตรวจค้น

จากการตรวจสอบ พบ ข้าวไรซ์เบอร์รี่บรรจุกระสอบสีขาวจำนวนมาก ระบุแหล่งกำเนิดต่างประเทศ แต่ไม่สามารถแสดงเอกสารหรือหลักฐานการผ่านพิธีการศุลกากรได้อย่างถูกต้อง

Advertisement

โดยมีผู้ควบคุมรถคือ นายชำนาญพร อายุ 55 ปี ให้การว่า มีอาชีพขับรถรับจ้างขนส่งสินค้า ได้รับการว่าจ้างจากนายสุรชัย นาสอ้าน ให้มารับสินค้าบริเวณบ้านสามขา ต.คำป่าหลาย อ.เมืองมุกดาหาร เพื่อนำไปส่งจังหวัดสุรินทร์ โดยมีผู้นำทางไปรับสินค้าจากรถกระบะอีกทอดหนึ่ง

ผู้ต้องหาระบุว่า ไม่ทราบว่าสินค้าดังกล่าวยังไม่ได้ผ่านพิธีการศุลกากร และยินดีให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ พร้อมแสดงความประสงค์นำของกลางทั้งหมดไปตรวจสอบอย่างละเอียดที่ด่านศุลกากรมุกดาหาร และจะติดต่อผู้ว่าจ้างให้นำเอกสารมาแสดงต่อพนักงานสอบสวน

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึดของกลางไว้เป็นหลักฐาน และอยู่ระหว่างขยายผลถึงเครือข่ายผู้ว่าจ้างและเส้นทางลำเลียงสินค้าผิดกฎหมายต่อไป