หน้าแรก ภูมิภาค ผู้ว่าฯสกลนคร...

ผู้ว่าฯสกลนคร รุดสอบข้อเท็จจริง ป.4 ถูกรุ่นพี่แกล้งบิดไข่ จนต้องตัดทิ้ง

18.02.26 | 17:52 น.

ผู้ว่ารุดเยี่ยมตรวจสอบข้อเท็จจริง ด.ช.หลังถูกรุ่นพี่แกล้งบิดไข่จนต้องตัดทิ้ง


ภายหลังจากมีการนำเสนอข่าว ด.ช.เอ (นามสมมุติ) อายุ 10 ปี นักเรียนชั้น ป.4 ของโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดสกลนคร เมื่อวันที่ 6 ก.พ.69 ถูก เพื่อนรุ่นพี่ชั้น ป.6 แกล้งเอามือดึงกระชากบิด กกน.จนลูกอัณฑะได้รับบาดเจ็บต้องตัดทิ้ง 1 ข้าง ขณะอยู่ในเต็นท์ตอนไปเข้าค่ายลูกเสือ ด้วยความเป็นเด็กไม่กล้าบอกผู้ปกครอง แต่อาการกำเริบทนไม่ไหวมาแจ้งกับคุณครูอีกทีในวันที่ 9 ก.พ.69 ต่อมา น.ส.ปรียะนันท์ (สงวนนามสกุล) ผู้ปกครอง ได้เดินทางไปแจ้งความไว้และเดินทางไปยื่นเรื่องต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มาร่วมรับผิดชอบ

วันที่ 18 กุมพาพันธ์ นางรณิดา เหลืองฐิติสกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดสกลนคร พร้อมด้วย สาธารณสุขจังหวัดสกลนคร สพป.เขต 1 สกลนคร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหลายหน่วยงาน ได้เดินทางมาที่บ้านพาน ต.ขมิ้น อ.เมือง จ.สกลนคร บ้านของ ด.ช.เอ (นามสมมุติ) เพื่อมอบสิ่งของ เงินจำนวนหนึ่ง ให้เป็นขวัญและกำลังใจ โดยมี น.ส.ปรียะนันท์ (สงวนนามสกุล) มารดาน้องเอ (นามสมมุติ) เป็นผู้รับมอบ

ระหว่างนี้ได้พูดถึงเมื่อช่วงแรกที่เกิดเหตุ ตนไปถามหาความรับผิดชอบ การเครมประกันภัยจากโรงเรียน รู้สึกถูกเพิกเฉย ในขณะอีกด้านในเรื่องของทางการแพทย์ซึ่งมีข้อมูลอีกด้านว่าตัวน้องเองไม่รู้ตัวว่ามีอาการป่วยอัณฑะบิดตัวร่วมด้วยประกอบกับมาเหมาะเจาะเหตุการณ์ที่ถูกกลั่นแกล้งจนต้องผ่าตัด

Advertisement

ส่วนของโรงเรียนต้นสังกัดเองยืนยันว่าทางโรงเรียนมีครูเวรยามตรวจตลอดระหว่างเข้าค่ายลูกเสือ แต่ตัวเด็กเองได้แอบคุณครูไปเล่นหยอกล้อกัน และที่ผ่านมาได้พยายาม ทางโรงเรียนรวมถึง สพป.เขต 1 สกลนคร ช่วยเหลือครอบครัวอยู่ ไม่ได้เพิกเฉยหรือปล่อยปละละเลย

ผู้ว่าฯสกลนครกล่าวว่า ได้มีการถามไถ่ถึงอาการบาดเจ็บและสภาพจิตใจพบว่าดีขึ้นตามลำดับ ก่อนหน้านี้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เดินทางมาดูแลเยียวยาในเบื้องต้นแล้ว ส่วนวันนี้มามอบกำลังใจให้กับครอบครัว และติดตามเพื่อดูแล อยากให้ครอบครัวเน้นเรื่องดูแลร่างกายและสภาพจิตใจของน้องเอ (นามสมมุติ) ไม่ต้องกังวลว่าจะไม่ได้รับความเป็นธรรมตนได้ให้มีตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว ขณะนี้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้ดำเนินการตามขั้นตอนอยู่ อย่างไรก็ตาม ได้กำชับให้มีมาตรการเข้มงวดเรื่องการดูแลความปลอดภัยในพื้นที่และกิจกรรมต่างๆ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะนี้อีก นอกจากนี้ทางครอบครัวอยากให้ย้ายโรงเรียนแต่ ด.ช.เอ ลูกชาย ไม่อยากย้ายและขอเรียนที่โรงเรียนเดิมต่อไป