รองผู้ว่าฯพิจิตร จับมืออัยการ ช่วยเหลือชาวบ้านกว่า 100 ราย ร้องทุกข์สถาบันการเงินชุมชนขาดสภาพคล่อง ทำสูญเงินกว่า 30 ล้านบาท
เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ที่อาคารอเนกประสงค์ อบต.บ้านนา นายกิติพล เวชกุล รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร พร้อมด้วยนายเอนก ถนอมจิตร์ อัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดพิจิตร นางสาวพันสี คุณธรรม พัฒนาการจังหวัดพิจิตร นายปริวัชร วัชรวิภา นายอำเภอวชิรบารมี ลงพื้นที่ประชุมผู้ได้รับความเดือดร้อนและร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริงหลังจากเกิดเหตุวุ่นวายในกลุ่มสมาชิกสถาบันการจัดการเงินทุนชุมชนแห่งหนึ่งในอำเภอวชิรบารมี เมื่อชาวบ้านจำนวนมากไม่สามารถเบิกถอนเงินฝากของตนเองได้ โดยสถาบันการเงินอ้างสภาวะขาดสภาพคล่อง พบมูลค่าความเสียหายเบื้องต้นพุ่งสูงถึง 30 ล้านบาท
สำหรับเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับสถาบันการจัดการเงินทุนชุมชนแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอวชิรบารมี ซึ่งเป็นกองทุนที่พัฒนามาจากกองทุนฌาปนกิจหมู่บ้าน แต่ไม่ได้จดทะเบียนกับกรมการพัฒนาชุมชน ต่อมามีการขยายตัวและรับสมาชิกจากนอกพื้นที่ โดยเสนออัตราดอกเบี้ยเงินฝากสูงถึงร้อยละ 5 ต่อปี จนมีสมาชิกมากกว่า 1,000 ราย

ปัญหาเริ่มแดงขึ้นเมื่อสมาชิกพยายามไปถอนเงิน แต่สถาบันการจัดการเงินทุนชุมชนปฏิเสธการจ่ายเงิน โดยให้เหตุผลว่าลูกหนี้รายอื่นไม่ชำระหนี้ตามกำหนด มีการเบิกถอนเงินจากสถาบันพร้อมกันเป็นจำนวนมาก จนทำให้ขาดสภาพคล่อง
จากการลงพื้นที่ตรวจสอบของศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิจิตร อำเภอวชิรบารมี และสำนักงานพัฒนาชุมชน บวกกับข้อมูลจาก สภ.วชิรบารมี ระบุว่ามีผู้เสียหายเข้ามาแจ้งความแล้วประมาณ 100 ราย มูลค่าความเสียหายรวมประมาณ 30 ล้านบาท

ขณะที่อำเภอได้รับข้อมูลจากผู้เสียหายอีกกลุ่ม 39 ราย มูลค่าประมาณ 9 ล้านบาท จากการประสานงานกับธนาคาร ธ.ก.ส.พบว่าบัญชีของสถาบันการเงินชุมชนแห่งนี้ เหลือเงินเพียงประมาณ 60,000 บาทเท่านั้น เมื่ออำเภอขอตรวจสอบเอกสารบัญชีและรายชื่อสมาชิก ทางสถาบันการเงินกลับปฏิเสธแสดงหลักฐานดังกล่าว
ล่าสุดกลุ่มผู้เสียหายได้ดำเนินการในหลายช่องทางเพื่อทวงคืนเงินฝาก แจ้งความดำเนินคดีอาญาที่ สภ.วชิรบารมี ซึ่งอยู่ระหว่างการสอบปากคำและรวบรวมพยานหลักฐาน พร้อมกับร้องทุกข์ต่อสำนักงานอัยการ คุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายจังหวัดพิจิตร โดยสมาชิกบางส่วนได้แต่งตั้งทนายความเพื่อฟ้องร้องต่อศาล โดยมีการส่งหมายแจ้งให้สถาบันการจัดการเงินทุนชุมชนดังกล่าวชำระหนี้แล้ว
ด้านอัยการคุ้มครองสิทธิและช่วยเหลือทางกฎหมายและการบังคับคดีจังหวัดพิจิตร และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะดำเนินการให้ความช่วยเหลือตามกฎหมาย และหาแนวทางช่วยเหลือเยียวยาชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบต่อไป

