เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า กรณีชาวประมงพื้นบ้านเรือเล็ก กลุ่มแหลมรุ่งเรือง ต.ปากน้ำ อ.เมืองระยอง นำเรือออกไปกู้ลอบปลา บริเวณนอกชายฝั่งท่าเรือมาบตาพุด ห่างจากฝั่งประมาณกว่า 10 ไมล์ทะเล จุดที่เคยเกิดเหตุการณ์ท่อน้ำมันดิบแตกรั่วไหลลงทะเลเมื่อปี 2556 ที่ผ่านมา ขณะกำลังกู้ลอบปลาได้กลิ่นเหม็นน้ำมัน จึงใช้โทรศัพท์มือถือถ่ายภาพคราบน้ำมันที่ลอยเหนือผิวน้ำจำนวนมาก เห็นเรือบรรทุกน้ำมันดิบขนาดใหญ่ไม่ทราบสัญชาติจอดลอยลำอยู่ เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคมที่ผ่านมา
ในวันนี้ น.ต.อภิชัย คล้ายแก้ว ผู้อำนวยการสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาระยอง กล่าวว่า จากการตรวจสอบเบื้องต้นทราบว่า เรือบรรทุกน้ำมันดิบ ชื่อ MELODY สัญชาติไซบีเรีย ขนาด 156,975 ตันกรอส จอดลอยลำนอกชายฝั่ง มีการขนถ่ายน้ำมันดิบทางท่อส่งขึ้นฝั่งให้กับ 2 บริษัท ขณะนี้อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐานภาพถ่ายคราบน้ำมันดิบ เรือ เพื่อแจ้งความดำเนินคดีแก่เรือบรรทุกน้ำมันดิบลำดังกล่าวที่ สภ.มาบตาพุดต่อไป ซึ่งเรือลำดังกล่าวได้เดินทางออกนอกน่านน้ำไทยไปแล้ว
ด้าน น.ส.นลินี กาญจนามัย ผู้อำนวยการสำนักงานท่าเรือมาบตาพุด กล่าวว่า บริเวณที่ชาวประมงพบคราบน้ำมันอยู่ห่างจากฝั่ง 10 กว่าไมล์ทะเล อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานเจ้าท่าภูมิภาค สาขาระยอง แต่ก็จะช่วยกันร่วมตรวจสอบคราบน้ำมันดังกล่าว จากการประสานไปยังผู้บริหารบริษัท PTTGC (พีทีทีจีซี) ทราบว่า เมื่อวันที่ 13–15 พฤษภาคมที่ผ่านมา มีกิจกรรมโหลดน้ำมันดิบจากเรือบรรทุกน้ำมันต่างชาติ ที่ลอยลำอยู่ห่างจากฝั่ง 12 ไมล์ทะเลขึ้นฝั่ง โดยโหลดน้ำมันดิบร่วมกันกับของบริษัท SPRC ซึ่งทางบริษัทได้มีมาตรการตามปกติ จึงได้สั่งการให้เรือตรวจการณ์ออกสำรวจคราบน้ำมันบริเวณชายฝั่งตลอดแนว ยังไม่พบคราบน้ำถูกคลื่นซัดเข้าชายหาดแต่อย่างใด

