ผกก.บัวใหญ่ ชี้ ส.อบต.บัวใหญ่ ถูกยิงดับคาถังประปาหมู่บ้าน แนวทางการตรวจพิสูจน์ชี้ชัด ว่า ฆ่าตัวตาย พร้อมพบจดหมายจองเวรคู่กรณีที่ร้องเรียนผู้ตายเตรียมเรียกคู่กรณีมาให้ปากคำ
จากกรณี นายสุเนตร์ ภักดี อายุ 69 ปี สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนตำบลด่านช้าง อ.บัวใหญ่ จ.นครราชสีมา ถูกยิงเสียชีวิตบริเวณถังน้ำประปาหมู่บ้าน เมื่อเวลาประมาณ 13.15 น.วานนี้ (18 กุมภาพันธ์ 2569) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บัวใหญ่ ตรวจสอบเบื้องต้น พบว่า ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดที่บริเวณขมับขวาจนทะลุศีรษะ มีอาวุธปืนขนาดจุด 38 มม.ตกอยู่ใกล้กับศพผู้ตาย 1 กระบอก ซึ่งญาติติดใจสาเหตุการเสียชีวิต ไม่คิดว่าจะเป็นการฆ่าตัวตาย เนื่องจากไม่เคยมีเรื่องทะเลาะกับใคร มีแต่สร้างคุณประโยชน์ตั้งแต่เป็นผู้ใหญ่บ้านจนเกษียณอายุราชการ และเมื่อได้รับเลือกตั้งเป็น ส.อบต.ในสมัยที่ 2 ทาง กกต.ได้รับรองผลไปเมื่อเดือนที่แล้ว แต่กลับถูกร้องเรียน จึงอาจมีความขัดแย้งทางการเมืองท้องถิ่น จนอาจเป็นชนวนเหตุทำให้ถูกฆาตกรรมดังกล่าว ต่อมามีการชันสูตรพลิกศพและเก็บหลักฐานอย่างละเอียดเพื่อประกอบสำนวนคดี ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ฟันธงว่าเป็นเหตุฆาตกรรมหรือฆ่าตัวตาย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พ.ต.อ.สุรนาท สกลวรรธน์ ผกก.สภ.บัวใหญ่ ให้สัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ถึงความคืบหน้าว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน 3 ที่มาเก็บหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์วานนี้ และถ่ายรูปดูวิถีกระสุน ตรวจเขม่าดินปืน ซึ่งหลังตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่ฯ แนวทางสืบสวนชี้ชัดว่า เป็นการยิงตัวเอง โดยร่องรอยบาดแผลที่ตรวจพบถูกยิงด้วยอาวุธปืนพกสั้นที่ขมับขวา 1 แผล และพบปลอกกระสุนปืนขนาดจุด 38 มม.ตกอยู่ใกล้ศพ 1 ปลอก และพบอาวุธปืนจุด 38 มม.ซึ่งเป็นของผู้ตาย ตกอยู่ด้านซ้ายมือของศพ และมีคราบเขม่าดินปืนที่มือของผู้ตาย โดยมีกระสุนปืนคาอยู่ในลูกโม่ จำนวน 5 นัด และถูกยิงออกไปแล้ว 1 นัด ซึ่งปืนที่ใช้ก่อเหตุ ตรวจสอบแล้วเป็นปืนของผู้ตายเอง มีทะเบียนถูกต้อง เป็นชื่อของผู้ตายเป็นเจ้าของ
ส่วนกรณีที่ชาวบ้านบอกว่าได้ยินเสียงปืน 3 นัด เมื่อตรวจสอบแล้ว พบว่ามีนัดเดียว มาจากปืนกระบอกนี้ และในลูกโม่เองยังเหลือกระสุนปืนอยู่ 5 นัด ส่วนบาดแผลที่ยิงที่ศีรษะ 1 นัด เป็นลูกกระสุนที่ยิงจากปืนกระบอกนี้ ตกหล่นอยู่ใกล้ร่างผู้ตาย และรถก็ขับมาจอดอยู่ข้างๆ ซึ่งเป็นที่นาของผู้ตายเอง ไม่พบร่องรอยการต่อสู้ในบริเวณรอบจุดเกิดเหตุ รวมถึงพบจดหมาย 1 ฉบับที่ผู้ตายเขียนไว้ในลักษณะว่า ขอจองเวรคู่กรณีที่ไปร้องเรียนผู้ตายเอาไว้ ว่า แพ้แล้วก็ยังไม่ยอมเลิกรา วางแผนมาร้องเรียนเพื่อให้ผู้ตายเสียชื่อเสียงและโดนตัดสิทธิ ขอจองเวรไว้ทุกชาติ ซึ่งหลังจากมีหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ และได้เห็นจดหมายลาตาย ญาติก็เริ่มเข้าใจ ว่าเป็นเหตุฆ่าตัวตาย ไม่ใช่การฆาตกรรม
ซึ่งมูลเหตุจูงใจ เจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ผู้ตายน่าจะเกิดความเครียดที่ถูกร้องเรียนเกี่ยวกับการกระทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง และยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบไม่แล้วเสร็จ ซึ่งพนักงานสอบสวนจะเรียกคู่กรณีที่ร้องเรียนผู้ตาย และนายก อบต. มาให้ปากคำและให้ข้อมูลความขัดแย้งที่ร้องเรียนว่า มีประเด็นใดบ้างที่น่าจะเป็นมูลเหตุจูงใจให้ผู้ตายยิงตัวเองเสียชีวิต ส่วนญาติวันนี้ก็จะนัดเข้ามาให้ปากคำเพิ่มเติมอีกว่า ยังติดใจประเด็นอะไรอีกหรือไม่ เพื่อจะนำหลักฐานและผลการสอบปากคำพยานทั้งหมด มาประกอบสำนวนคดีชี้ให้ชัดว่า เป็นการฆ่าตัวตาย ไม่ใช่เป็นการฆาตกรรม ซึ่ง พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา จะเดินทางมาที่ สภ.บัวใหญ่ เพื่อฟังผลการตรวจสอบด้วยตัวเองในวันนี้

