ปธ.สภาอุตใต้ ห่วงเอกภาพรบ.ใหม่ร่วมหลายพรรค เร่งฟอร์มทีมโดยเร็ว เพื่อเรียกเชื่อมั่น-ฟื้นเศรษฐกิจ
เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2569 นายอดิศร ตันเฮงชวน ประธานสภาอุตสาหกรรมภาคใต้ กล่าวถึงรัฐบาลชุดใหม่ภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทย ว่า น่าจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับภาคเอกชน และต่อนานาประเทศได้ดี หากการฟอร์มคณะรัฐมนตรีเร็วเท่าไหร่ ก็จะยิ่งส่งผลดีต่อภาคอุตสาหกรรม ภาคการเกษตร ภาคการบริการ หรือการจ้างงานต่างๆ ที่สำคัญบุคคลที่จะมาดำรงตำแหน่งต่างๆ จะต้องมีความรู้ ความสามารถ ความเข้าใจ เพื่อบริหารงานให้เป็นไปตามนโยบาย และสามารถทำได้จริง โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงพาณิชย์ เพราะถือเป็น 3 กระทรวงสำคัญที่มีความเกี่ยวเนื่องกัน
ประธานสภาอุตสาหกรรมภาคใต้ กล่าวว่า กระทรวงเกษตรฯ ยุคใหม่ จะต้องมุ่งเน้นการเพิ่มมูลค่าพืชผล การนำมาผลิต หรือการขยายตลาดใหม่ๆ ส่วนกระทรวงอุตสาหกรรม จะต้องมุ่งเน้นการสนับสนุน และการพัฒนานวัตกรรม เพิ่มมูลค่าการผลิต ขณะที่กระทรวงพาณิชย์ จะต้องมุ่งเน้นการสร้างความเชื่อมั่นในการค้าขายกับต่างประเทศ หรือประเทศคู่ค้า รวมทั้งกระทรวงการคลัง จะต้องมุ่งเน้นดูแลทั้งเรื่องนโยบาย ตลอดจนมาตรการต่างๆ ด้านภาษี เพื่อสนับสนุน 3 กระทรวงหลัก
จึงเห็นด้วยหากนายอนุทินจะให้นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ และอยากให้ควบตำแหน่งรองนายกรัฐมนตรีด้วย เพื่อดูแลกระทรวงเกษตรฯด้วย และอยากให้ดูแลนโยบายที่เกี่ยวเนื่องกับกระทรวงอุตสาหกรรมด้วย เพราะสินค้าเกษตรก็อยู่ในภาคอุตสาหกรรม เพื่อสามารถผลักดันการแก้ปัญหาสินค้าเกษตรทั้งระบบ
นายอดิศรกล่าวว่า ปัญหาของภาคการเกษตรในขณะนี้คือ การผลิตสินค้าที่ยังไม่ได้คุณภาพ ไม่ได้เพิ่มมูลค่า และขายได้ราคาถูก แต่ถ้าได้รัฐมนตรีที่มากำกับดูแล และมีความเข้าใจในด้านนี้ จะช่วยยกระดับมาตรฐานเพื่อแข่งขันในตลาดโลก จะเป็นประโยชน์ต่อเกษตรกร และช่วยสร้างรายได้ให้ดีขึ้น ส่วนตัวเชื่อมั่นนางศุภจี ว่าเป็นบุคคลที่มีความรู้ ความสามารถ มีประสบการณ์ ดูได้จากผลงานในกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งที่ผ่านมาได้ไปพบกับนานาประเทศ จนสร้างความน่าเชื่อถือความเชื่อมั่นได้เป็นอย่างดี
นายอดิศรกล่าวว่า ส่วนภาคใต้ผลกระทบจากน้ำท่วม แม้ภาคอุตสาหกรรมการผลิต จะสามารถฟื้นตัวได้เร็ว และเกิดผลกระทบไม่มาก เพราะส่วนใหญ่ตั้งอยู่นอกเมือง แต่ภาคเอสเอ็มอี หรือร้านค้า ยังฟื้นตัวได้ช้า โดยเฉพาะในพื้นที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา ส่วนใหญ่ยังเปิดกิจการไม่ได้ หรือถึงขั้นเลิกกิจการไปเลยเป็นจำนวนมาก ภาครัฐจะต้องเร่งฟื้นฟู และเร่งขับเคลื่อนเศรษฐกิจให้ได้อีกครั้ง
แต่ที่ห่วงคือ เรื่องเอกภาพของรัฐบาลชุดใหม่เพราะมีหลายพรรค ในส่วนคุณศุภจี มีโควต้ารัฐมนตรีจากภาคเอกชน ซึ่งมีลักษณะการทำงานที่อาศัยความรู้ หรือการตัดสินใจที่รวดเร็ว แต่เมื่อต้องเข้ามาทำงานกับฝ่ายการเมือง ต้องไว้วางใจ จะต้องมอบอำนาจการทำงานให้เต็มที่ เพราะจะเกิดประสิทธิภาพ แต่ถ้ามาขัดแข้งขัดขากันก็คงลำบาก
อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนก็ยังเชื่อว่า นายกรัฐมนตรี ซึ่งมาจากพรรคภูมิใจไทยและเสียงข้างมาก น่าจะดึงคนที่มีความรู้ ความสามารถ เข้ามาทำงานได้ เพื่อให้ดูแลตั้งแต่การผลิต ไปจนถึงการขาย ทำให้เกิดความเชื่อมั่น และเกิดประโยชน์กับประเทศ

