นายกสมาคม แจง ยกเลิกฌาปนกิจชัยภูมิ เหตุสมาชิกไม่จ่ายเงิน ทำค้างจ่ายค่าทำศพ 300 ราย เร่งทวง-ขายทรัพย์สินสมาคม มาเฉลี่ยคืนสมาชิก
เมื่อวันที่ 19 กุมภาพพันธ์ ที่ จ.ชัยภูมิ หลังเกิดกระแสดราม่าไปทั่วในขณะนี้ ว่ามีการยกเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์เมืองชัยภูมิ เกิดผลกระทบต่อไม่มีเงินจ่ายต่อสมาชิกที่เสียชีวิตอีกจำนวนมาก นั้น
ล่าสุด นายสุภาพ คุ้มหมู่ นายกสมาคมสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์เมืองชัยภูมิ (ปัจจุบันเป็นเพียงตำแหน่งรักษาการนากยสมาคมฯ) ชี้แจงหลังมีมติการยกเลิกสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ลง เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา ว่า ตามที่มีข่าวดราม่าว่าสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ที่ก่อตั้งเมื่อปี 2530 และมีสมาชิกในพื้นที่เขตอำเภอเมืองชัยภูมิ ไม่จ่ายเงินค่าทำศพให้กับทายาทสมาชิกที่เสียชีวิต ซึ่งข้อเท็จจริงคือสมาชิกที่เสียชีวิตในปัจจุบันมีประมาณ 300 คน ส่วนบัญชีสมาชิกในปัจจุบันมี 1,400 คน

นายสุภาพกล่าวว่า สมาคมจัดประชุมใหญ่เพื่อชี้แจงต่อสมาชิกทั้งหมดให้ทราบแล้ว จึงมีมติจากสมาชิกส่วนใหญ่ให้ยกเลิกตั้งสมาคมฌาปนกิจสงเคราะห์ ลงได้เมื่อวันที่ 30 ม.ค.69 เพราะดำเนินการต่อไม่ได้ เนื่องจากไม่มีเงินจ่ายค่าทำศพให้สมาชิกเกือบ 300 คน เพราะสมาชิก 1,400 คน ยังค้างจ่ายค่าฌาปนกิจสงเคราะห์ จึงเกิดปัญหาขึ้น และสมาคมไม่มีรายได้จากการเก็บค่าสมาชิกค่าฌาปนกิจสงเคราะห์เป็นส่วนน้อยไม่เกิน 6% เพื่อเป็นค่าดำเนินการสมาคมฯในการดำเนินการจ้างเจ้าหน้าที่ดำเนินการเอกสาร ค่าเช่าที่ตั้งสมาคมฯ ต่างๆ รวมเดือนประมาณเพียงละ 20,000 บาท ส่วนเงินที่สมาชิกจ่ายค่าฌาปนกิจสงเคราะห์มา ที่เหลือก็ดำเนินการทำบัญชีจัดเก็บไว้จ่ายค่าทำศพให้กับสมาชิกที่เสียชีวิตได้ด้วยดีมากมาต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังมีสมาชิกค้างจ่ายค่าสมาชิกสงเคราะห์ รวมเป็นเงินกว่า 1,700,000 บาท ซึ่งเงินส่วนนี้เป็นเงินที่จะนำมาจ่ายให้สมาชิกที่เสียชีวิตร่วม 300 คน รวมเป็นเงินกว่า 970,000 บาท หากสมาชิกค่าค้างจ่ายมาก็จะไม่เกิดปัญหา
และสมาชิกในที่ประชุมใหญ่ก็ถามด้วยเช่นกันว่า แล้วปัญหาสมาชิกที่เสียชีวิตเกือบ 300 คน ที่ยังไม่ได้เงินทำศพ จะช่วยเขาอย่างไร ที่ประชุมจึงมอบหมายให้คณะกรรมการชุดรักษาการ ไปสอบถามสมาชิกที่เหลืออยู่ว่าจะอยู่ต่อไหม ที่ยังขาดเงินค้างจ่ายอีกจำนวนมาก เพื่อเร่งนำจะไปช่วยเหลือสมาชิกเสียชีวิต 300 คน

ซึ่งผลสรุปเสียงสมาชิกส่วนใหญ่บอกไม่อยู่ต่อแล้วก็ต้องยกเลิกสมาคมฯในครั้งนี้ ซึ่งทางคณะกรรมการที่เหลือยังรักษาการอยู่ก็ต้องเร่งไปดำเดินการทวงค่าค้างจ้างจากสมาชิกที่เหลือทั้งหมด 1.7 ล้านบาท เพื่อนำมาจ่ายให้ทายาทสมาชิกที่เสียชีวิตทั้งรวม 9.7 แสนบาท ต่อไป ก่อนที่จะเหลือเท่าไรก็จะนำมาคืนเฉลี่ยให้กับสมาชิกที่เหลือในปัจจุบัน รวมทั้งในส่วนทรัพย์สินของสมาคมฯหลังประกาศตามระเบียบให้ยุบตามมติสมาชิกแล้ว ทรัพย์สินส่วนที่เหลือก็มีเหลือประเภทเครื่องคอมพิวเตอร์ อุปกรณ์ในสำนักงานต่างๆ ก็จะนำไปขายเพื่อนำเงินมาเฉลี่ยคืนให้สมาชิกที่เหลือทั้งหมดให้จบลงด้วยดีทุกฝ่ายตามขั้นตอนต่อไป ซึ่งไม่ได้ไปเกี่ยวกับสหกรณ์ การดำเนินงานของฌาปนกิจสงเคราะห์ ของหน่วยงาน องค์กร หรือสมาคมฯอื่นๆ แต่อย่างใดในครั้งนี้ด้วย


