ผบก.ภ.จว.ประจวบฯคัดตำรวจในจังหวัดทบทวนการฝึกยุทธวิธี ป้องกันเหตุอุกฉกรรจ์-สำรวจบุคคลกลุ่มเสี่ยง
เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ พล.ต.ต.อาทร ชิ้นทอง ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์(ผบก.ภ.จว.ประจวบคีรีขันธ์) เปิดเผยว่าตามข้อสั่งการ พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รองผบ.ตร.) ปป. พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร.(ปป.) สั่งการเข้มงวดเรื่องการดูแลความปลอดภัยให้พี่น้องประชาชนในทุกสถานการณ์ พร้อมกำชับให้ทบทวนการฝึกยุทธวิธีในการเผชิญเหตุ เพื่อให้ตำรวจทั่วประเทศสามารถปฏิบัติการได้อย่างทันท่วงทีและมีประสิทธิภาพเมื่อเกิดเหตุอุกฉกรรจ์
พล.ต.ต.อาทร กล่าวว่า พล.ต.ท.พิสิฐ ตันประเสริฐ ผบช.ภ.7 จึงสั่งการให้ บก.ภ.จว.สังกัด ภ.7 กำชับการปฏิบัติตามข้อสั่งการให้สำรวจข้อมูลบุคคลกลุ่มเสี่ยงในพื้นที่ให้เป็นปัจจุบัน พร้อมทบทวนมาตรการเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุในลักษณะที่เกิดในพื้นที่จังหวัดสงขลาอีก โดยให้ถือว่าเหตุบุคคลมีพฤติกรรมรุนแรงเป็นเหตุอุกฉกรรจ์สะเทือนขวัญที่ต้องให้ความสำคัญเร่งด่วน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน

พล.ต.ต.อาทร กล่าวอีกว่าทาง ผบช.ภ.7 จึงกำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทบทวนการฝึกยุทธวิธีในการเผชิญเหตุบุคคลมีพฤติกรรมรุนแรง และให้ตำรวจภูธรแต่ละจังหวัดควบคุมดูแลการจัดตั้งชุดเผชิญเหตุในทุกสถานีตำรวจ เพื่อเข้าระงับเหตุอุกฉกรรจ์ อาทิ เหตุปล้นทรัพย์ เหตุบุคคลมีพฤติกรรมรุนแรง และเหตุร้ายแรงต่อสาธารณะ รวมทั้งดูแลการเชื่อมระบบกล้อง IBOC เข้ากับกล้องวงจรปิดของสถานศึกษาในพื้นที่

พล.ต.ต.อาทร กล่าวว่า จึงเห็นความสำคัญจึงจัดโครงการเพิ่มประสิทธิภาพหน่วยปฏิบัติทางยุทธวิธีและการใช้ปืน Taser gun เพื่อแสดงศักยภาพด้านยุทธวิธีการควบคุมสถานการณ์ การจับกุม การป้องกันเหตุอาชญากรรม รวมถึงการตอบโต้ภัยคุกคามในรูปแบบต่าง ๆ ให้ประชาชนได้เห็นอย่างเป็นรูปธรรม
โดยจัดเจ้าหน้าที่เข้ารับการฝึกจากหน่วยปฏิบัติการพิเศษ (ปพ.) รวมกับ กก.สส.ภ.จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ 20 นาย และสถานีตำรวจทั้ง 16 สภ. ๆ ละ 2 นาย รวมทั้งหมด 52 นาย เพื่อฝึกฝนทักษะตามหลักยุทธวิธียุคใหม่ อีกทั้งยังเป็นการสื่อสารเชิงบวกต่อประชาชน ช่วยสร้างภาพลักษณ์ที่เข้มแข็งและเป็นการยกระดับมาตรการป้องกันอาชญากรรมในพื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้เพื่อแสดงศักยภาพด้านยุทธวิธีของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการรับมือและควบคุมสถานการณ์อาชญากรรม เพื่อเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชนเกี่ยวกับความพร้อมและความสามารถของตำรวจในการป้องกันและระงับเหตุ และเพื่อเพิ่มทักษะและประสิทธิภาพของเจ้าหน้าที่ตำรวจให้มีความชำนาญในด้านยุทธวิธีที่ถูกต้องและปลอดภัย

