หน้าแรก ภูมิภาค ชุดพญาเสือ ยึ...

ชุดพญาเสือ ยึดแพหรูท้ายอ่างเก็บน้ำเขื่อนเขาแหลม รุกพื้นที่อุทยานฯ

16.05.17 | 21:55 น.

เมื่อวันที่ 16 พฤษภาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่าตั้งแต่ช่วงเช้านายยรรยง เลขาวิจิตร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) พร้อมด้วย นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร หัวหน้าชุดพญาเสือ เจ้าหน้าที่ชุดพยัคฆ์ไพร และเจ้าหน้าที่ชุดฉลามขาว เจ้าหน้าที่ กก.5 บก.ปทส. รวมทั้งเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาแหลม เจ้าหน้าที่ตำรวจสภ.สังขละบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ตรวจสอบและแบ่งหน่วยปฏิบัติการทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ เพื่อตรวจสิ่งปลูกสร้างที่รุกล้ำลำน้ำท้ายเขื่อนเขาแหลม ที่อยู่ในความรับผิดชอบของอุทยานแห่งชาติเขาแหลม

โดยคณะเจ้าหน้าที่ร่วมกันปฏิบัติการทางน้ำ ด้วยการใช้เรือยนต์ลาดตระเวนไปตรวจสอบแพเป้าหมาย คือ แพเดชธารา เมื่อไปถึงพบ แพดังกล่าวเป็นแพสองชั้น สร้างด้วยไม้สักทั้งหลัง มีความยาว 16 เมตร กว้าง 8 เมตร สูง 5.50 เมตร ลักษณะเป็นแพสำหรับบริการนักท่องเที่ยวตั้งอยู่กับที่ รองรับนักท่องเที่ยวได้ไม่เกิน 20 คน นอกจากนี้ยังมีโรงเก็บเรือยนต์ จำนวน 1 หลัง และแพกรง 3 แพ โดยจากการประเมินราคาการก่อสร้างเบื้องต้นคาดว่าไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท มีนายณรงค์เวชย์ เชาว์สิทธิเดช ชาวกรุงเทพฯ เป็นเจ้าของและผู้ดูแล เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการตรวจยึดและแจ้งความดำเนินคดี นายณรงค์เวทย์ ในข้อกล่าวหา ฐาน “เข้ายึดถือ ครอบครองป่า เพื่อตนเองหรือผู้อื่นโดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” ตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช 2484 มาตรา 54-55 และมาตรา 72 ตรี ฐาน “ยึดถือ ครอบครอง พื้นที่ป่า ภายในเขตอุทยานแห่งชาติ โดยมิได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่” ตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 มาตรา 16 (1) และมาตรา 24 เป็นต้น

จากนั้นคณะเจ้าหน้าที่จึงประชุมวางแผนเพื่อปฏิบัติการทางอากาศเพราะเชื่อว่าจะทำให้การตรวจสอบมีความชัดเจนมากยิ่งขึ้น ซึ่งผลจากการตรวจสอบเบื้องต้นปรากฏว่า พบพื้นที่ถูกบุกรุกเป็นวงกว้าง ซึ่งจะต้องทำการตรวจเพิ่มเติมจากสภาพพื้นที่จริงอีกครั้ง นอกจากนี้ยังพบว่ามีการสร้างเขื่อนกั้นกีดขวางทางน้ำและปลูกปาล์มยางพาราอยู่ในเขตของอุทยานแห่งชาติอย่างเห็นได้ชัด ต่อมาได้มีผู้ประกอบการแพรับบริการนักท่องเที่ยวชื่อ แพพาราไดซ์ ซึ่งเป็นของชาวต่างชาติ ได้ติดต่อประสานกับคณะเจ้าหน้าที่เพื่อแสดงเจตจำนงอันบริสุทธิ์ใจ พร้อมกับยินยอมรื้อถอนแพออกนอกพื้นที่อุทยานฯ

นายยรรยง เลขาวิจิตร ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) กล่าวว่าการดำเนินการตรวจสอบแพและรีสอร์ทในพื้นที่ของ จ.กาญจนบุรี ทางศูนย์ปฏิบัติการพิทักษ์ป่า (ศปก.พป.) ได้ลงพื้นที่มาตั้งแต่ช่วงปลายเดือนเมษายน ที่ผ่านมา ซึ่งได้เข้าดำเนินการไปแล้วในพื้นที่ 3 อุทยานฯ ประกอบด้วย อุทยานแห่งชาติเอราวัณ อุทยานแห่งชาติเขาแหลม และ อุทยานแห่งชาติไทรโยค ซึ่งผลการดำเนินการได้ตรวจยึดจับกุมในเขตอุทยานฯ เขาแหลม รวม 10 คดี อุทยานฯ ไทรโยค รวม 7 คดี ส่วนอุทยานฯ เอราวัณ 1 คดี และกำลังทำการปลูกป่าฟื้นฟู ซึ่งการปฏิบัติการคณะเจ้าหน้าที่ได้ยึดแนวทางตามคำสั่ง คสช. ที่ 66/2557 ที่ไม่ให้เกิดผลกระทบกับผู้ยากไร้ ทั้งผู้ที่ไม่มีที่ดินทำกิน และไม่มีที่อยู่อาศัย โดยจะพิจารณาคัดแยกบุคคลเหล่านั้น และในส่วนของนายทุนก็จะต้องดำเนินการอย่างเฉียบขาด และหากผู้ประกอบการมีเอกสารหลักฐานการครอบครองก็ให้นำมาแสดง คณะเจ้าหน้าที่จะได้ร่วมกันพิจารณาว่าถูกต้องและได้มาโดยชอบหรือไม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่พร้อมให้ความเป็นธรรม

Advertisement