หน้าแรก ภูมิภาค หมอปลา–ทนาย แ...

หมอปลา–ทนาย แจ้งความสัปเหร่อดังเพิ่ม จี้สอบข้อหาหนัก เร่งพิสูจน์หลักฐาน ก่อนเดินหน้ารื้อสำนัก

20.02.26 | 18:35 น.
สัปเหร่อ

หมอปลา–ทนาย แจ้งความสัปเหร่อดังเพิ่ม จี้สอบข้อหาหนัก เร่งพิสูจน์หลักฐาน ก่อนเดินหน้ารื้อสำนัก

เมื่อวันที่ 20 กุมภาพันธ์ ที่ สภ.วิเศษชัยชาญ ตำบลศาลเจ้าโรงทอง อำเภอวิเศษชัยชาญ นาย จีรพันธ์ เพชรขาว หรือ หมอปลา และ นายอนันต์ชัย ไชยเดช ประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม และทีมงาน เดินทางเข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน สภ. วิเศษชัยชาญ เพื่อดำเนินคดีเพิ่มเติมกับ นาย สนม สัปเหร่อคนดังที่ก่อเหตุกระทำอนาจารกับหญิงสาว ที่ไปทำพิธีรดน้ำมนต์ในอำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง

ด้าน นายอนันต์ชัย เปิดเผยว่า นอกเหนือจากคดีอนาจาร ที่ผู้เสียหายเข้าแจ้งความไปก่อนหน้านี้ ทางนายอำเภอวิเศษชัยชาญ ได้ดำเนินคดีกับ นาย สนม ในฐานความผิด พ.ร.บ.สุสานและฌาปนสถาน ปี 2528 ไปแล้ว ซึ่งโดยส่วนตัวเห็นว่า นาย สนม มีพฤติกรรมกระทำความผิดทางคดีอาญาในอีกหลายข้อหาคือ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 199 ซ่อนเร้น ปิดบัง ทำลายศพ ,มาตรา 150 ผ่าศพโดยไม่ใช่แพทย์นิติเวช ,มาตรา 366/3 ไม่มีเหตุอันควรเคลื่อนย้ายทำลายศพ และ มาตรา 334 ลักทรัพย์ จึงได้เดินทางมาแจ้งความดำเนินคดีเพิ่มกับ นาย สนม พร้อมทั้งขอให้พนักงานสอบสวน ตรวจสอบความผิดในฐานฉ้อโกงประชาชนอีกด้วย เนื่องจากพฤติกรรมเข้าข่ายความผิด

อีกทั้งในส่วนของทางวัดนั้น หลังแจ้งความตนเองจะเข้าไปพบเจ้าอาวาสวัดสิงห์ ตำบลศาลเจ้าโรงทอง อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง ซึ่งทางวัดเป็นเจ้าของที่ดิน ที่สำนักของ นาย สนม ตั้งอยู่ ซึ่งหลังจากเกิดเรื่องทางเจ้าคณะจังหวัดได้มีคำสั่งให้รื้อถอนและขับไล่สำนัก ทางเจ้าอาวาสจะต้องดำเนินการตามคำสั่ง แต่ยังอยู่ระหว่างการดำเนินการของการพิสูจน์หลักฐาน จึงอยากให้ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เร่งเข้าตรวจพิสูจน์ให้แล้วเสร็จ เพื่อดำเนินการรื้อถอนต่อไป

ซึ่งการเข้ามาดำเนินการของมูลนิธิฯ ยังไม่ได้ไปแตะต้องเรื่องพระธรรมวินัยของเจ้าอาวาสหรือไวยาวัจกร ถ้าเจ้าอาวาสปล่อยปละละเลยให้ให้มีการพาเด็ก ฝังศพเด็กในเขตของวัด ถือว่ามีความหย่อนยาน ซึ่งจะต้องปรึกษากับทีมทนายความว่าจะร้องสอบเจ้าอาวาสหรือไม่ต่อไป

Advertisement

ส่วนที่มีกระแสข่าวว่า มีการทำเป็นกระบวนการรับผลประโยชน์ร่วมกัน โดยมีนักการเมืองท้องถิ่นหนุนหลังนั้น ระบุว่าใครแตะเรื่องนี้ก็ต้องเดือดร้อน เพราะมูลนิธิทนายกองทัพธรรม ไม่สนใจว่าจะเป็นใครมาจากไหน ใครให้การหนุนหลังเรื่องนี้ เพื่อทำผิดให้เป็นถูก เราจะดำเนินการทั้งหมด ต่อเป็นให้นักการเมืองระดับประเทศก็ไม่สนใจ นักการเมืองท้องถิ่นไม่ต้องพูดถึง และอย่าให้มาวุ่นวายกับการทำหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐ

ทางด้าน นายจีรพันธ์ เพชรขาว หรือ หมอปลา เปิดเผยว่า หลังจากที่ตนเองไปสัมผัสพื้นที่ที่มีการฝังศพเด็ก ไม่สามารถสัมผัสอะไรได้ เนื่องจากเป็นวิญญาณบริสุทธิ์ แต่ก็มีข้อสงสัยหลายอย่างที่อยากรู้ อยากถามนายอำเภอวิเศษชัยชาญ ว่าทำไมแจ้งข้อหาดำเนินคดีกับ นาย สนม ในข้อหาเบา ซึ่งจะมีความเกรงใจนักการเมืองท้องถิ่นระดับจังหวัดหรือไม่ เนื่องจากทราบมาว่ามีทนายความของนักการเมืองท้องถิ่นระดับจังหวัดดูแล นาย สนม อยู่ และเจ้าอาวาสวัดสิงห์ ที่เคยมีประเด็นเรื่องสีกาด้วย รวมถึงเรื่องเงิน 8 ล้านบาท ของวัดที่หายไป ซึ่งดูเหมือนว่าเจ้าอาวาสนั้นกลัวภรรยาของ นาย สนม ทั้งที่ตนเองเป็นเจ้าของพื้นที่ เพราะเป็นเรื่องราวที่ชาวบ้านฝากมาถาม

จากนั้นจึงเดินทางพบ นายอภิชาติ ศรีเหรา นายอำเภอวิเศษชัยชาญ เพื่อสอบถามความคืบหน้าการดำเนินคดี แต่ไม่พบตัวเนื่องจากไปราชการ โดยในวันนี้จะมีหญิงสาวผู้เสียหายอีก 3 คน เดินทางมาชี้จุดเกิดเหตุในสำนักที่ทำพิธี เพื่อประกอบสำนวนคดีด้วย

หลังจากแจ้งความเสร็จสิ้น หมอปลา และ นาย อนันต์ชัย ไชยเดช ประธานมูลนิธิทนายกองทัพธรรม และทีมงาน ได้เดินทางไปยังวัดสิงห์ ตำบลศาลเจ้าโรงทอง อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง เพื่อพบกับ พระอธิการประเสริฐ ฐานยุตโต เจ้าอาวาส ซึ่งได้เล่าว่า ให้ นายสนม อยู่โดยไม่ได้คิดค่าเช่ามาหลายปี ทราบแค่ว่ามีการทำพิธีให้กับลูกศิษย์ลูกหา แต่ไม่ทราบว่าทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง การผ่าศพนำร่างเด็กออกก็ไม่ทราบว่าผิดกฎหมาย เพราะไม่มีความรู้เรื่องกฎหมายเลย ส่วนจะมีใครเป็นแบล็คอยู่เบื้องหลังให้หรือไม่นั้นก็ไม่ทราบ อย่างไรก็ตาม เมื่อหมอปลาถามกับ พระอธิการประเสริฐ ว่าจริงหรือไม่ ที่วัดแห่งนี้มีเครือญาติของเจ้าอาวาสเข้ามาดูแลยุ่งเกี่ยวด้วย ก็ปฏิเสธว่าไม่เป็นความจริง จะมีก็ช่วยงานเล็กน้อย อย่างเช่น การทำความสะอาดวัดไม่มีเรื่องของผลประโยชน์มาเกี่ยวข้อง

จากคำถามดังกล่าวจึงสร้างความไม่พอใจกับญาติของ พระอธิการประเสริฐ ที่อยู่ในระหว่างสื่อมวลชนสัมภาษณ์ (น้องสะใภ้) จึงชี้แจงว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นไม่เกี่ยวกับ พระอธิการประเสริฐ ที่ผ่านมา พระอธิการประเสริฐ เคยบอกเคยเตือน นายสนม ว่าเห็นมีลูกศิษย์ลูกหามาทำพิธีเยอะ ภาพลักษณ์ดูเหมือนเป็นพุทธพาณิชย์ เพราะอยู่ในพื้นที่วัด แต่ นาย สนม ก็ไม่เชื่อฟังยังเปิดสำนักให้ลูกศิษย์ลูกค้ามาทำพิธีอย่างต่อเนื่อง ซึ่งกรณีนี้ก็ขัดใจกับชาวบ้านเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะญาติพี่น้องของพระอธิการประเสริฐ ที่ นาย สนม ไม่เชื่อฟัง

ซึ่งชาวบ้านรับรู้มานานแล้วว่า นายสนม รับทำพิธีหลายอย่าง แต่ก็ไม่รู้ว่าไปก่อเหตุลวนลามกับเหยื่อที่ทำพิธี ซึ่งก็ไม่เห็นด้วยกับพฤติกรรมดังกล่าว แต่อยากจะชี้แจงคือญาติพี่น้องของพระอธิการประเสริฐ ว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง หรือรับผลประโยชน์จากเงิน ที่ได้จากการทำพิธีของ นายสนม แต่อย่างใด พระอธิการประเสริฐ ก็มีส่วนเกี่ยวข้อง แต่ที่ยอมให้ นายสนม ตั้งสำนักอยู่ในเขตวัด เพราะไม่อยากมีปัญหาด้วย ถือว่าต่างคนต่างอยู่ไป เพราะเคยตักเตือนกันไปแล้ว พอรู้ว่ามีคำสั่งจากเจ้าคณะจังหวัดให้รื้อถอนสำนักดังกล่าว และให้ขับไล่ นายสนม และภรรยาออกไป ก็เห็นด้วยเพราะอยากให้ออกไปจากวัดนานแล้ว

ซึ่งในวันนี้มีหญิงสาวผู้เสียหาย 3 คน ที่ถูก นายสนม กระทำอนาจารมาชี้จุดเกิดเหตุที่สำนักด้วย ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยหน่วยงานหนึ่ง ได้เดินทางมาที่ทำการกู้ภัยที่อยู่ในสำนักของ นาย สนม และได้ขนย้ายสิ่งของออกไปตามคำสั่งของเจ้าคณะจังหวัด

ล่าสุดจากการประชุมของรองเจ้าคณะจังหวัด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเมื่อวาน (19 ก.พ.69) มีมติให้รื้อถอนสำนักของ นายสนม ในวัน 23 กุมภาพันธ์ นี้ แต่จากการแจ้งความในวันนี้ ทำให้ยังไม่สามารถรื้อสำนักดังกล่าวได้ เพราะยังมีหลักฐานทางคดีอีกหลายอย่าง ที่ต้องให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานเข้าไปตรวจสอบให้ 100 เปอร์เซ็นต์ก่อน ตอนนี้ห้ามมีใครพักอาศัยและดำเนินการใด ๆ ทั้งสิ้น ซึ่ง นายสนม และภรรยา ก็ไม่ได้อยู่ในสำนักดังกล่าวแล้ว