รวบแล้ว โจรชิงทอง 26 บาท ในร้านทองขอนแก่น ที่แท้เป็นพ่อค้าก๋วยเตี๋ยว
เมื่อเวลาประมาณ 19.00 น. ของวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พล.ต.ต.นพเก้า โสมนัส รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค4 พล.ต.ต.ภูมิพัฒน์ ภัทรศรีวงษ์ชัย ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 4 พ.ต.อ.ณัฏฐ์ โหม่งพุฒ ผู้กำกับการปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการสืบสวนสอบสวน ตำรวจภูธรภาค 4 พ.ต.อ.ปรีชา เก่งสาริกิจ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 4 และตำรวจกองปราบปราม ร่วมกันบเข้าควบคุมตัวนายชลธิป หรือ “เก๋” (สงวนนามสกุล) อายุ 47 ปี ชาวบ้านเหล่าโพนทอง ต.บ้านหว้า อ.เมือง จ.ขอนแก่น ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุบุกเดี่ยวเข้าชิงสร้อยคอทองคำรูปพรรณ ภายในห้างทองกรุงเทพเยาวราช บริเวณสี่แยกไฟแดงบ้านทุ่ม จ.ขอนแก่น เมื่อเวลาประมาณ 14.07 น. ของวันที่ 15 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
โดยคนร้ายได้สร้อยคอทองคำรูปพรรณไป จำนวน 11 เส้น น้ำหนัก 26 บาท มูลค่า 1.9 ล้านบาทเศษ ก่อนจะวิ่งไปขับขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ 11 สีเทา-ดำ หลบหนีไป หลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ระดมกำลังแกะรอยไล่ล่าคนร้ายตามเส้นทางที่คนร้ายหลบหนี พร้อมกับรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งพยานแวดล้อมและพยานบุคคล จนกระทั้งเป็นที่แน่ชัดว่า คนร้ายที่ก่อเหตุคือ นายชลธิป จึงแสดงตัวเข้าจับกุมตัว โดยเป็นการจับกุมตัวได้หลังจากเกิดเหตุ 6 วัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนเข้าจับกุม เป็นช่วงที่ผู้ต้องหากำลังทำความสะอาดร้านขายบะหมี่ ในพื้นที่ ต.บ้านหว้า อ.เมืองขอนแก่น เพื่อที่เตรียมเปิดร้าน ในช่วงการจับกุม ผู้ต้องหาให้การปฏิเสธ แต่สุดท้ายจำนนด้วยหลักฐานของตำรวจ ก่อนจะยินยอมพาตำรวจไปตรวจค้นที่บ้านตนเอง ที่ต.บ้านหว้า อ.เมืองขอนแก่น พร้อมกับนำชี้จุดที่ซุกซ่อนสร้ายทองคำทั้งหมดเอาไว้ภายในเสาบ้านที่เป็นเหล็กกล่อง ขนาด 4×4 นิ้ว ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องให้ช่างใช้เครื่องเจียรไฟฟ้าตัดที่บริเวณต้นเสาเป็นช่อง ก่อนจะพบสร้อยคอทองคำทั้งหมดที่ชิงมา อยู่ภายในเสาเหล็กและอัดทับด้วยฟางข้าว เจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลาง ท่ามกลางชาวบ้านที่พากันจับกลุ่มมุงดูจำนวนมาก

จากนั้น ผู้ต้องหาได้พาเจ้าหน้าที่ตำรวจไปชี้จุดที่นำรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีบรอนซ์ดำที่ใช้ในวันก่อเหตุไปทิ้ง บริเวณหนองน้ำกลางทุ่งนาในพื้นที่ ต.บ้านหว้า ห่างจากบ้านผู้ต้องหา ประมาณ 10 กิโลเมตร เจ้าหน้าที่ต้องใช้นักประดาน้ำจากมูลนิธิกู้ภัยสว่างสามัคคีอุทิศ ช่วยกันลงค้นหาตามคำให้การของผู้ต้องหา โดยใช้เวลาไม่นานจึงพบรถจักรยานยนต์และสามารถนำขึ้นมาจากหนองน้ำได้สำเร็จ โดยกุญแจยังเสียบคาอยู่ที่รถ ส่วนเสื้อผ้าที่ใช้ใส่ในวันก่อเหตุ เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การว่าได้เผาทำลายทิ้ง ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจจะนำตัวไปชี้จุดค้นหา รวมทั้งค้นหาจุดที่ทิ้งเหล็กตะขอที่ใช้เกี่ยวเอาสร้อยคอทองคำต่อไป
ขณะที่ผู้สื่อข่าว ได้รับการเปิดเผยข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมว่า เดิมผู้ต้องหาเป็นคนต่างพื้นที่แต่มาแต่งงานและมีครอบครัวอยู่ที่บ้านเหล่าโพนทอง ต.บ้านหว้า อ.เมืองขอนแก่น และมีลูกด้วยกันกับภรรยา ภายหลังได้แยกทางกัน ทำให้ผู้ต้องหาต้องรับผิดชอบเลี้ยงลูก โดยประกอบอาชีพเป็นพ่อค้าขายบะหมี่ในพื้นที่ ต.บ้านหว้า ประกอบกับประสบปัญหาเรื่องหนี้นอกระบบ และหนี้สินอื่นๆ อีกจำนวนมาก ทำให้เป็นสาเหตุในการชิงทองในครั้งนี้ อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสอบสวนอย่างระเอียดและจะมีการแถลงข่าวเกี่ยวกับคดีนี้อีกครั้งในช่วงสายวันนี้ (21 ก.พ.)






