สัปเหร่อเผาศพ พลทหาร เปิดใจเจอช้อนปริศนา ยันตรวจชุดที่ใส่แล้ว เล่าจุดสังเกตพบวัตถุอยู่ใต้คอ
กรณีพลทหาร เพชรัตน์ กำลังยิ่ง อายุ 22 ปี สังกัดกรมทหารปืนใหญ่ที่ 2 รักษาพระองค์ ค่ายพรหมโยธี จังหวัดปราจีนบุรี เสียชีวิตเมื่อ วันที่ 11 พฤศจิกายน 2568 ที่โรงพยาบาลค่ายจักรพงษ์ และโรงพยาบาลได้ส่งศพไปชันสูตรที่โรงพยาบาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร ก่อนที่ญาตินำมาตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดสามัคคีสโมสร (วัดหนองจิก) หมู่ 12 ต.วังดาล อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี และทำการฌาปนกิจวันที่ 15 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ต่อมาญาติทำการเก็บกระดูก พบมีช้อนสั้นปนอยู่ในกองกระดูก ญาติสงสัยและติดใจการเสียชีวิต จึงติดต่อขอทราบรายละเอียดจากต้นสังกัด ก็ยังไม่ได้รับคำตอบ จึงร้องเรียนกับ ผู้สมัคร ส.ส.พรรคประชาชน เพื่อทวงความยุติธรรมให้ผู้เสียชีวิต ตามปรากฏในสื่อนั้น
อ่านข่าว – ทบ.เคลียร์ปมพบ ช้อน หลังเผาร่าง พลทหาร ชี้ผลชันสูตรไม่มี ทหารต้องพกช้อนไว้ทานข้าว
เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี ได้เดินทางไปที่วัดสามัคคีสโมสร (วัดหนองจิก) หมู่ 12 ต.วังดาล อ.กบินทร์บุรี จ.ปราจีนบุรี พบกับทางญาติของผู้เสียชีวิตและสัปเหร่อ รอกลุ่มผู้สื่อข่าวอยู่บริเวณเมรุของวัด
นายสิทธิพรได้พาผู้สื่อข่าวดูที่บริเวณเมรุที่ใช้ในการเผาร่าง พลทหาร เพชรัตน์ กำลังยิ่ง อายุ 22 ปี สังกัดกรมทหารปืนใหญ่ที่ 2 รักษาพระองค์ เมื่อวันที่ 15 พ.ย.68 พอรุ่งเช้าในช่วงพิธีเก็บกระดูกก็พบช้อนอยู่ที่บริเวณด้านในเมรุที่เผาศพ

นายสิทธิพร สัปเหร่อที่เผาศพพลทหารเพชรัตน์ กล่าวว่า ก่อนเผาศพเราจะเอาสำลีออกเอาไม้ของดอกไม้จันทน์เขี่ยสำลี แต่ก็ไปโดนของแข็งมือเราล้วงไม่ได้ ซึ่งอยู่ลึกมากระหว่างคอ เวลาเผาเราไม่ได้พลิกศพเพราะเป็นเตาไฟฟ้า
ซึ่งทำพิธีเผาช่วงตอนเวลาบ่ายสามโมงครึ่ง เราตรวจตามร่างกายตามกระเป๋าก็ไม่มีช้อน คนตายเขาใส่ชุดเครื่องแบบในกระเป๋ากางเกงก็ไม่มี ก่อนเผาผมต้องตรวจทุกครั้ง เผื่อมีทรัพย์สินเราก็ต้องคืนญาติ ในปากใส่สำลีมาเยอะเอามือล้วงไม่ถึง ผมก็เลยเอาไม้ของดอกไม้จันทน์ไปแคะเพื่อดึงสาลีออก แคะลงไปก็เจอของแข็งดังกึ๊ดๆ อยู่บริเวณใต้คอลงไปเราก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไร
นายสิทธิพรกล่าวว่า เคสแบบนี้ไม่เคยมี เพิ่งจะเจอเคสแรก ผมก็คิดเองคนเดียวว่าพรุ่งนี้ต้องเจออะไรแน่ ตอนเช้าจะมาเก็บกระดูกก็เห็นช้อนอยู่ก็บอกว่าช้อนไปอยู่ได้อย่างไร

นายก้องภพ อายุ 45 ปี (อาเขยผู้เสียชีวิต) กล่าวว่า เริ่มสงสัยและติดใจตั้งแต่วันเกิดเหตุว่า เขาตายเพราะอะไรด้วยโรคประจำตัวหรือถูกทำร้ายร่างกาย ด้วยหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ของโรงพยาบาลในการชันสูตรระบุว่าเสียชีวิตด้วยโรคประจำตัว คือ กล้ามเนื้อหัวใจโตผิดปกติ
นายก้องภพกล่าวว่า ก็อยากจะทราบว่าโรคนี้มีปัจจัยอะไรที่ทำให้เสียชีวิตได้ เราไม่ทราบว่าหลานเป็นอยู่ก่อนหรือไม่เราแค่สงสัย ที่ถูกลงโทษก็เนื่องจากการกลับเข้าค่ายช้าและมีการเขียนในเอกสารไว้ว่าถ้ามีกรณีนี้เกิดขึ้นอีกยินดีที่จะให้ถูกนำขังแต่รายละเอียดว่าเขาผิดอะไรบ้างโทษควรจะแค่ไหนเราไม่ทราบรายละเอียด
นายก้องภพกล่าวว่า ส่วนที่ว่าจะโดนครูฝึกลงโทษหรือไม่นั้นเราก็ไม่ทราบ เห็นแต่เขาบ่นว่าปวดหลังปวดเมื่อย ทางเราทราบการเสียชีวิตจนเขาประมาณ 6 โมงกว่าเกือบทุ่ม โรงพยาบาลโทรมาแจ้ง เราก็ถามกลับไปว่าเรือนจำทำไมไม่โทรแจ้งเรา ผมก็ติดใจ

นายก้องภพกล่าวว่า ในความรู้สึกมันเป็นความรู้สึกแต่วันแรก เราไม่มีหลักฐาน และสุขภาพร่างกายเขาแข็งแรง ผมไม่เคยเห็นเขาเข้าโรงพยาบาลเลย ตั้งแต่รู้จักเขามาตั้งแต่เล็ก อย่างกล้ามเนื้อหัวใจโตมันทำให้เสียชีวิตได้ใช่ไหมที่ทำให้คนคนหนึ่งเสียชีวิต ปัจจัยอะไรที่ทำให้พลทหารคนหนึ่งหนีทหาร อีกคนหนึ่งกลับเข้าค่ายช้า ปกติการชันสูตรต้องแจ้งญาติและผู้เกี่ยวข้องเข้าไปสังเกตการณ์ ทางเราได้รับแจ้งให้ไปรับศพทีเดียว
นายก้องภพกล่าวว่า เราไม่มีหลักฐานตอนที่อยู่ในโลง ผมถามก่อนว่าช้อนมาจากไหน ถ้ามาจากค่าย ช้อนสั้นในค่ายทหารใช้ในช่วงไหน ขั้นตอนไหน เวลาใด ถ้าใช้ได้แสดงว่าอยู่กับตัวเขาใช่ไหม ทำไมไม่เจอ ขณะที่เราเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เขา จากที่ผมสอบถามครั้งสุดท้ายว่าไม่มี แต่ก็ยังไม่ฟันธง
หลังจากเผาศพแล้วเราก็มาเจอช้อนทำให้ผมย้อนความรู้สึกทั้งหมดที่เราปล่อยไปแล้วกลับมา ผมก็ถามว่าช้อนเกี่ยวข้องกับการเผาศพอย่างไรไม่มีใครใส่ไว้ ลืมไว้ ผมขอให้เป็นการชี้แจงรายละเอียดความเป็นธรรม ขอให้มีการชี้แจงในรายละเอียดในข้อสงสัยที่ญาติติดใจ เป็นข้อๆ อธิบายถึงขั้นตอนอันนี้ก็เป็นขั้นตอนนานแล้ว ก็ให้เป็นคำตอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นคนชี้แจง


