หน้าแรก ภูมิภาค ป.ป.ช.ชี้มูล ...

ป.ป.ช.ชี้มูล นายกอบต.โคราช ใช้นอมินีเปิดบริษัท เข้าเป็นคู่สัญญา ประมูลโครงการรัฐเพียบ

23.02.26 | 17:07 น.

ป.ป.ช.โคราช ชี้มูลความผิด นายกอบต.ห้วยบง ใช้นอมินีเปิดบริษัท เข้าเป็นคู่สัญญาโครงการจัดซื้อจัดจ้างเพียบ

เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ประจำจังหวัดนครราชสีมา เผยแพร่คดีที่คณะกรรมการ ป.ป.ช.มีมติชี้มูลความผิดกรณีเจ้าหน้าที่ของรัฐและผู้ที่เกี่ยวข้องกระทำความผิดฐานทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ จำนวน 2 เรื่อง ดังนี้

เรื่องที่ 1 คณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมายคณะไต่สวนเบื้องต้นดำเนินการไต่สวนเบื้องต้น กรณีกล่าวหานายเจริญ บัวหลวงงาม เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยบง อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา กับพวกเข้ามีส่วนได้เสีย ในโครงการจัดจ้างขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยบง ในปีงบประมาณ 2562-2564 จำนวน 29 โครงการ

ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า นายโก๋ ทองดี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 เป็นเพียงตัวแทนเชิดของห้างหุ้นส่วนจำกัดแห่งที่ 1 ของผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 เท่านั้น เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ประกอบอาชีพเกษตรกรรับจ้างปลูกพืชผลทางการเกษตรและรับจ้างทั่วไป อยู่ในพื้นที่ตำบลห้วยบง ได้ไปทำงานและพักอาศัยอยู่ที่ลานรับซื้อพืชผลทางการเกษตรของ นายเจริญ บัวหลวงงาม ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ตั้งแต่ พ.ศ.2544 จนถึงปัจจุบัน โดยไม่ปรากฏว่า นายโก๋ ทองดี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ไม่เคยประกอบกิจการหรือมีประสบการณ์เกี่ยวกับงานรับเหมาก่อสร้างแต่อย่างใด แต่นายเจริญ บัวหลวงงาม ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 เป็นเจ้าของกิจการที่แท้จริง เนื่องจากปรากฏพยานหลักฐานเกี่ยวกับการจัดตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัดแห่งที่ 1 ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 เป็นผู้ดำเนินการและเป็นผู้ติดต่อให้สำนักงานบัญชีดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งห้าง สอดคล้องกับข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานที่ตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัดแห่งที่ 1 ตั้งอยู่ที่ลานรับซื้อพืชผลทางการเกษตร บ้านโปร่งใหญ่ หมู่ 20 ตำบลห้วยบง อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา ซึ่งนายเจริญ บัวหลวงงาม ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ได้เช่าที่ดินดังกล่าวไว้ เพื่อรับซื้อพืชผลทางการเกษตร โดยพบว่าลานดังกล่าวเป็นสถานที่เก็บเครื่องจักร รถบรรทุกสิบล้อ รถแบ๊กโฮ รถเกรดดิน และเครื่องมือที่ใช้ในการก่อสร้าง และข้อเท็จจริงเกี่ยวกับรายได้ของห้างหุ้นส่วนจำกัด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 ที่พบว่ารายได้ทั้งหมดของห้างหุ้นส่วนมาจากการเป็นคู่สัญญาจัดซื้อจัดจ้างกับองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยบง

อันเป็นพฤติการณ์ผิดปกติวิสัยในการประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้างโดยทั่วไป แต่มีลักษณะเป็นการจดทะเบียนจัดตั้งห้าง เพื่อเข้าเป็นคู่สัญญากับองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยบงโดยเฉพาะประกอบกับได้ข้อเท็จจริงว่า บัญชีเงินฝากธนาคาร ชื่อบัญชีห้างหุ้นส่วนจำกัดแห่งที่ 1 มีการทำธุรกรรมทางการเงิน เป็นรายการโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากของนายเจริญ บัวหลวงงาม ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 และรายการโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากของห้างหุ้นส่วนจำกัดแห่งที่ 2 ซึ่งห้างดังกล่าวมีชื่อ นายธีรภัทร์ บัวหลวงงาม บุตรชายนายเจริญบัว หลวงงาม ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ อีกทั้งยังปรากฏว่า นายโก๋ ทองดี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ได้มอบฉันทะให้นายเจริญ บัวหลวงงาม ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ถอนเงินสดออกจากบัญชีของห้างหุ้นส่วนจำกัดแห่งที่ 1 อันเป็นพฤติการณ์การกระทำความผิดให้เชื่อได้ว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดแห่งที่ 1 ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 เป็นของนายเจริญ บัวหลวงงาม ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 จึงเป็นกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ในฐานะนายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยบงเข้าเป็นคู่สัญญาหรือมีส่วนได้เสียในสัญญาที่ห้างหุ้นส่วนจำกัดแห่งที่ 1 ทำกับองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยบง ซึ่งนายเจริญ บัวหลวงงาม ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะที่เป็นเจ้าพนักงานของรัฐ ซึ่งมีอำนาจไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในการกำกับดูแล ควบคุม ตรวจสอบ หรือดำเนินคดี ระหว่างปี พ.ศ.2562-2564 จำนวน 29 โครงการ เป็นเหตุให้เสียหายต่อระบบราชการ

คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาแล้ว มีมติดังนี้

1.การกระทำของนายเจริญ บัวหลวงงาม ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำจัดการหรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการใด เข้ามีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น เนื่องด้วยกิจการนั้นและฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้น การปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 มาตรา 152 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 91 ฐานเป็น เจ้าพนักงานของรัฐดำเนินกิจการโดยเป็นคู่สัญญาหรือมีส่วนได้เสียในสัญญาที่ทำกับหน่วยงานของรัฐที่เจ้าพนักงานของรัฐผู้นั้นปฏิบัติหน้าที่ในฐานะที่เป็นเจ้าพนักงานของรัฐ ซึ่งมีอำนาจไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมในการกำกับ ดูแล ควบคุม ตรวจสอบหรือดำเนินคดี และฐานเป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่า ด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 126 วรรคหนึ่ง (1) ประกอบมาตรา 168 วรรคหนึ่ง และมาตรา 172 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และมีมูลความผิดฐานเป็นผู้มีส่วนได้เสียในสัญญาหรือกิจการที่กระทำหรือจะกระทำกับ หรือให้แก่องค์การบริหารส่วนตำบลนั้น หรือมีส่วนได้เสียในสัญญาหรือกิจการที่กระทำหรือจะกระทำกับหรือให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่นโดยมีพฤติการณ์แสดงให้เห็นว่าเป็นการต่างตอบแทนหรือเอื้อประโยชน์ส่วนตนระหว่างกัน ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม และฐานจงใจทอดทิ้งหรือละเลยไม่ปฏิบัติการตามอำนาจหน้าที่ อันจะเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง หรือปฏิบัติการไม่ชอบ

Advertisement

ด้วยอำนาจหน้าที่หรือประพฤติตนฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อย ตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ.2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 64/2 (3) และมาตรา 90/1 วรรคหนึ่ง

2.การกระทำของห้างหุ้นส่วนจำกัดแห่งที่ 1 ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 และนายโก๋ ทองดี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการใด เข้ามีส่วนได้เสีย เพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น เนื่องด้วยกิจการนั้น และฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 มาตรา 152 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 91 ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 172 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 ประกอบมาตรา 91 ในส่วนความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 126 ประกอบมาตรา 168 เป็นกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้เป็นความผิดเฉพาะตัวเจ้าพนักงานของรัฐผู้กระทำการฝ่าฝืนข้อห้ามเท่านั้น ไม่อาจมีผู้สนับสนุนการกระทำความผิดดังกล่าวได้ จึงเห็นว่าการกระทำของห้างหุ้นส่วนจำกัดแห่งที่ 1 ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 และนายโก๋ ทองดี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ไม่มีมูลความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 126 ประกอบมาตรา 168 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 แต่อย่างใด ให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญา ในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีกับ นายเจริญ บัวหลวงงาม ห้างหุ้นส่วนจำกัดแห่งที่ 1 และนายโก๋ ทองดี และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัยกับ นายเจริญ บัวหลวงงาม ตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 91 (1) และ (2) และมาตรา 98 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 98 วรรคสี่ แล้วแต่กรณีต่อไป และให้แจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ทราบ ทั้งนี้ ให้แจ้งองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยบง อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ เพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหายต่อไป ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 82 วรรคสอง และให้แจ้งข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับการกระทำของห้างหุ้นส่วนจำกัดแห่งที่ 1 ไปยังกรมบัญชีกลางเพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจให้เป็นผู้มีลักษณะเป็นผู้ทิ้งงาน ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไปด้วย

เรื่องที่ 2 คณะกรรมการ ป.ป.ช. มอบหมายคณะไต่สวนเบื้องต้นดำเนินการไต่สวนเบื้องต้น กรณีกล่าวหา นายเจริญ บัวหลวงงาม

เมื่อครั้งดำรงตำแหน่งนายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยบง อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา กับพวก เข้ามีส่วนได้เสีย ในโครงการจัดซื้อขององค์การบริหารส่วนตำบลห้วยบง ในปีงบประมาณ 2562-2564 จำนวน 20 โครงการ ข้อเท็จจริงจากการไต่สวนปรากฏว่า นายโก๋ ทองดี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 เป็นเพียงตัวแทนเชิดของห้างหุ้นส่วนจำกัดแห่งที่ 1 ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 เท่านั้น เนื่องจากผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ประกอบอาชีพเกษตรกรรับจ้างปลูกพืชผลทางการเกษตรและรับจ้างทั่วไป

อยู่ในพื้นที่ตำบลห้วยบง และได้ไปทำงานและพักอาศัยอยู่ที่ลานรับซื้อพืชผลทางการเกษตรของนายเจริญ บัวหลวงงาม ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ตั้งแต่ พ.ศ.2544 จนถึงปัจจุบัน และไม่ปรากฏว่านายโก๋ ทองดี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 เคยประกอบกิจค้าขายวัสดุอุปกรณ์ประเภท วิทยาศาสตร์หรือการแพทย์, วัสดุอุปกรณ์เครื่องมือทางการเกษตร, หรือวัสดุอุปกรณ์เครื่องมือที่ใช้ในงานก่อสร้าง, วัสดุอุปกรณ์งานด้าน ระบบไฟฟ้าหรือระบบประปา หรือสินค้าประเภทใดๆ แต่นายเจริญ บัวหลวงงาม ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 เป็นเจ้าของกิจการที่แท้จริง เนื่องจากปรากฏพยานหลักฐานเกี่ยวกับการจัดตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัดแห่งที่ 1 ซึ่งผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 เป็นผู้ดำเนินการและเป็นผู้ติดต่อให้สำนักงานบัญชีดำเนินการจดทะเบียนจัดตั้งห้าง สอดคล้องกับข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสถานที่ตั้งห้างหุ้นส่วนจำกัดแห่งที่ 1 ตั้งอยู่ที่ลานรับซื้อพืชผลทางการเกษตร บ้านโปร่งใหญ่ หมู่ 20 ตำบลห้วยบง อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา

ซึ่ง นายเจริญ บัวหลวงงาม ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ได้เช่าที่ดินดังกล่าวไว้เพื่อรับซื้อพืชผลทางการเกษตร โดยลานดังกล่าวมีลักษณะเป็นสถานที่เก็บเครื่องจักร รถบรรทุกสิบล้อ รถแบ๊กโฮ รถเกรดดิน และเครื่องมือที่ใช้ในการก่อสร้าง ไม่พบว่ามีหน้าร้านสำหรับขายสินค้าแต่อย่างใดและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับรายได้ ของห้างหุ้นส่วนจำกัดแห่งที่ 1 ที่พบว่ารายได้ทั้งหมดของห้างมาจากการเป็นคู่สัญญาจัดซื้อจัดจ้างกับองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยบง อันมีพฤติการณ์ผิดปกติวิสัยในการประกอบกิจการค้าโดยทั่วไป แต่มีลักษณะเป็นการจดทะเบียนจัดตั้งห้างฯ เพื่อเข้าเป็นคู่สัญญากับ องค์การบริหารส่วนตำบลห้วยบง

โดยเฉพาะ ประกอบกับได้ข้อเท็จจริงว่า บัญชีเงินฝากธนาคาร สาขาด่านขุนทด ชื่อบัญชีห้างหุ้นส่วนจำกัดแห่งที่ 1 มีการทำธุรกรรมทางการเงิน เป็นรายการโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากของนายเจริญ บัวหลวงงาม ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 และรายการโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝากของห้างหุ้นส่วนจำกัดแห่งที่ 2 ซึ่งห้างดังกล่าวมีชื่อนายธีรภัทร์ บัวหลวงงาม บุตรชายของนายเจริญ บัวหลวงงาม ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 เป็นหุ้นส่วนผู้จัดการ อีกทั้งยังปรากฏว่านายโก๋ ทองดี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ได้มอบฉันทะ ให้นายเจริญ บัวหลวงงาม ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ถอนเงินสดออกจากบัญชีของห้างหุ้นส่วนจำกัดแห่งที่ 1

อันเป็นพฤติการณ์ การกระทำความผิดให้เชื่อได้ว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดแห่งที่ 1 ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 เป็นของ นายเจริญ บัวหลวงงาม ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 จึงเป็นกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 ในฐานะนายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยบงเข้าเป็นคู่สัญญาหรือมีส่วนได้เสียในสัญญาที่ห้างหุ้นส่วนจำกัดแห่งที่ 1 ทำกับองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยบง ซึ่ง นายเจริญ บัวหลวงงาม ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะที่เป็นเจ้าพนักงานของรัฐ ซึ่งมีอำนาจไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมในการกำกับดูแล ควบคุม ตรวจสอบ หรือดำเนินคดี ระหว่างปี พ.ศ.2562-2564 เป็นเหตุให้เสียหายต่อระบบราชการ

คณะกรรมการ ป.ป.ช.พิจารณาแล้ว มีมติดังนี้

1.การกระทำของนายเจริญ บัวหลวงงาม ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีมูลความผิดทางอาญาฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำจัดการหรือรักษาทรัพย์ใดๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ฐานเป็นเจ้าพนักงาน มีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการใด เข้ามีส่วนได้เสียเพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น เนื่องด้วยกิจการนั้น และฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้น การปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 มาตรา 152 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 91 ฐานเป็น เจ้าพนักงานของรัฐดำเนินกิจการโดยเป็นคู่สัญญาหรือมีส่วนได้เสียในสัญญาที่ทำกับหน่วยงานของรัฐที่เจ้าพนักงานของรัฐผู้นั้นปฏิบัติ หน้าที่ในฐานะที่เป็นเจ้าพนักงานของรัฐ ซึ่งมีอำนาจไม่ว่าโดยตรงหรือโดยอ้อมในการกำกับ ดูแล ควบคุม ตรวจสอบหรือดำเนินคดี และฐานเป็นเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติอย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 126 วรรคหนึ่ง (1) ประกอบมาตรา 168 วรรคหนึ่ง และมาตรา 172 ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และมีมูลความผิดฐานเป็นผู้มีส่วนได้เสียในสัญญาหรือกิจการที่กระทำหรือจะกระทำกับ หรือให้แก่องค์การบริหารส่วนตำบลนั้นหรือมีส่วนได้เสียในสัญญาหรือกิจการที่กระทำหรือจะกระทำกับหรือให้แก่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นอื่น โดยมีพฤติการณ์แสดงให้เห็นว่าเป็นการต่างตอบแทนหรือเอื้อประโยชน์ส่วนตนระหว่างกัน ทั้งนี้ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม และฐานจงใจทอดทิ้งหรือละเลยไม่ปฏิบัติการตามอำนาจหน้าที่ อันจะเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง หรือปฏิบัติการไม่ชอบด้วยอำนาจหน้าที่หรือประพฤติตนฝ่าฝืนต่อความสงบเรียบร้อย ตามพระราชบัญญัติสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล พ.ศ. 2537 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 64/2 (3) และมาตรา 90/1 วรรคหนึ่ง

2.การกระทำของห้างหุ้นส่วนจำกัดแห่งที่ 1 ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 และนายโก๋ ทองดี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ เทศบาล สุขาภิบาลหรือเจ้าของทรัพย์นั้น ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่จัดการหรือดูแลกิจการใด เข้ามีส่วนได้เสีย เพื่อประโยชน์สำหรับตนเองหรือผู้อื่น เนื่องด้วยกิจการนั้น และฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 มาตรา 152 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 86 และมาตรา 91 และฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงานของรัฐปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติ อย่างใดในตำแหน่งหรือหน้าที่ หรือใช้อำนาจในตำแหน่งหรือหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด หรือปฏิบัติหรือ

ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172

ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 และมาตรา 91 ในส่วนความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 126 ประกอบมาตรา 168 เป็นกรณีที่กฎหมายบัญญัติให้เป็นความผิดเฉพาะตัว

เจ้าพนักงานของรัฐผู้กระทำการฝ่าฝืนข้อห้ามเท่านั้น ไม่อาจมีผู้สนับสนุนการกระทำความผิดดังกล่าวได้ จึงเห็นว่า การกระทำของห้างหุ้นส่วนจำกัดแห่งที่ 1

ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 และ นายโก๋ ทองดี ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 ไม่มีมูลความผิดตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 126 ประกอบมาตรา 168 และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 86 แต่อย่างใดให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญา ในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีกับ นายเจริญ บัวหลวงงาม ห้างหุ้นส่วนจำกัดแห่งที่ 1 และนายโก๋ ทองดี และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัยกับ นายเจริญ บัวหลวงงาม ตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) และ (2) และมาตรา 98 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 98 วรรคสี่ แล้วแต่กรณีต่อไป และให้แจ้งผลการพิจารณา ของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง ทราบ

ทั้งนี้ ให้แจ้งองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยบง อำเภอด่านขุนทด จังหวัดนครราชสีมา ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจเพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหายต่อไป ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ.2561 มาตรา 82 วรรคสอง และให้แจ้งข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับการกระทำของห้างหุ้นส่วนจำกัดแห่งที่ 1 ไปยังกรมบัญชีกลาง เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจให้เป็นผู้มีลักษณะเป็นผู้ทิ้งงาน ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไปด้วย