แม่แจงแล้ว หลังลูกสาวอัดคลิปหลวงพี่เรียกสีกามานวด ชี้พระอาพาธ แขนขยับลำบาก ลูกไหว้ขอโทษเข้าใจผิด
เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี ความคืบหน้าเพจหมอปลาช่วยด้วย โพสต์คลิปภาพพระสูงอายุกำลังให้สีกาผู้หญิงสูงอายุรายหนึ่ง สีกานวดบ่าหลังไหล่ใกล้ๆ ยังพบมีพระอีกรูปหนึ่งอยู่ด้วยภายในบ้านหลังหนึ่ง
อ่านข่าว – ลูกสาวสุดทน! แอบถ่ายคลิปพระเรียกสีกามานวดแก้เมื่อยในบ้านแม่ ซ้ำบิณฑบาตเสร็จมานอนเล่นประจำ
ความคืบหน้าผู้สื่อข่าว ว่า ได้เดินทางไปยังบ้านดังกล่าว หมู่ 12 ตำบลวังดาล อำเภอกบินทร์บุรี จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งเป็นบ้านพี่ นางสาวปาริชาติ (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 21 ปี พนักงานสาวโรงงานแห่งหนึ่งในนิคม 304 ซึ่งพักอยู่กับนาย และนางอัมพร พ่อกับแม่มีอาชีพทำไม้ไผ่ขาย ยอมรับว่าเป็นคลิปที่ตนเองแอบถ่ายไว้เมื่อวันที่ 20 ก.พ.69 โดยแอบถ่ายจากในห้องนอนของตนเองเนื่องจากเห็นว่าพระสำรวย ทราบว่าปัจจุบันจำพรรษาอยู่ที่วัดราษฎร์เจริญศรัทธาธรรม ต.กรอกสมบูรณ์ อ.ศรีมหาโพธิ จ.ปราจีนบุรี และ อีก 2 รูปมาที่บ้านเป็นประจำ
โดยอาศัยความสนิทสนมกับแม่ตนจากการติดต่อเรื่องไม้ไผ่ และ ซื้อขายที่ดิน จนตน ทนไม่ไหวเนื่องจากพระสำรวยมาที่บ้านประจำบางครั้งบิณฑบาตก็ยังขับรถกระบะมาฉันข้าวที่บ้านมานอนพักผ่อนจนถึงเย็น จึงจะกลับวัด
ตนเองออกจากงานมาตอนเช้าอยากจะพักผ่อนหรือทำธุระส่วนตัวก็ไม่สะดวก เพราะพระสงฆ์ทั้ง 3 รูป มานั่งๆนอนๆอยู่ภายในบ้าน นอกจากนี้พระสำรวยได้คุยกับแม่ว่าเคยมีเมียมาแล้วถึง 9 คน แม่หน้าตาเหมือนอดีตภรรยาของสำรวย
ผู้สื่อข่าวได้พบกับ นางอัมพร แม่นางสาวปาริชาติ ได้กล่าวด้วยเสียงสั่นเครือว่า เรื่องที่เกิดขึ้น เป็นเพราะลูกสาวเกิดความเข้าใจผิด คิดว่าตนเองมีความสนิทสนมกับพระสำรวย และพระที่มาด้วยกันจนเกินเลยเกินงาม ตนแค่รู้จักและเคารพพระสำรวยเหมือนกับคนทั่วไป
นางอัมพร กล่าวต่อว่า พระสำรวยอายุเยอะแล้ว 80 กว่าปี มาที่บ้านเห็นว่ามือของพระสำรวยข้างหนึ่งนั้นบวมจนเป่งขยับลำบากแทบอัมพาต จึงได้ไปบอกยายข้างบ้าน ให้มานวดมือให้ เพื่อบอกให้ยายกับพระเข้ามานั่งนวดยาภายในบ้าน เกรงว่าหากนวด-จับเส้นนอกบ้านจะมีคนผ่านมาผ่านไปเห็นมันเป็นภาพที่ไม่เหมาะสม
นางอัมพร กล่าวต่อว่า จึงนิมนต์ให้เข้ามานั่งนวดอยู่ภายในบ้านแทน โดยใช้ยาหม่องธรรมดานวดมือ-เส้นให้พระสำรวย ซึ่งก่อนที่จะนวดยายข้างบ้านที่รู้จักกันอายุ 70 กว่าได้กล่าวขอขมาลาโทษต่อพระท่านแล้ว และได้พายาหม่องให้เพียงแค่นี้ไม่ได้มีความสนิทชิดเชื้อหรือเกินเลย
นางอัมพร กล่าวต่อว่า ลูกสาวเข้าใจผิดไปเองและตน-บิดาได้ว่ากล่าวตักเตือนลูกสาวแล้ว ซึ่งลูกสาวก็ยอมขอโทษพ่อกับแม่ พ่อกับแม่ให้อภัยลูกสาว ที่ขาดสติและว่ากล่าวตักเตือนว่าหากมีอะไรขอให้ปรึกษาพ่อกับแม่ก่อน ผิดไปแล้วพ่อกับแม่ให้อภัยได้
ด้านนางสาวปาริชาติ กล่าวว่า ยอมรับว่าเข้าใจแม่ผิดไป เพราะเห็นพระมาที่บ้านบ่อยครั้ง เกรงว่าจะมาหลอกลวงพ่อกับแม่ ในเมื่อพ่อกับแม่บอกว่าไม่ได้มีความสนิทชิดเชื้อและไม่มีอะไรเกินเลย ก็สบายใจขึ้นมาก จากนี้ไปจะไม่ให้พระสำรวยกับพระมาที่บ้านอีก เพื่อตัดปัญหาและเรื่องเข้าใจผิดที่จะตามมาในภายหลัง
ผู้สื่อข่าวรายงานต่อไป หลังจากมีภาพ/คลิปออกไปตามสื่อต่างๆ ทางเจ้าคณะอำเภอกบินทร์บุรีและพระวิญญาธิการ (ตำรวจพระ) ได้ติดต่อพระทั้ง 3 รูป ให้เข้ามาชี้แจงกับเรื่องที่เกิดขึ้น
ซึ่งในช่วงบ่ายวันนี้ (23 กุมภาพันธ์) ประมาณ15.30 น. สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดปราจีนบุรี พร้อมกับคณะสงฆ์นำโดยเจ้าคณะอำเภอกบินทร์บุรีจะทำการเรียกพระทั้ง 3 รูปมาสอบถามเรื่องราวที่เกิดขึ้น หากผิดก็จะดำเนินการตามวินัยสงฆ์ทันที

