หน้าแรก ภูมิภาค อดีตข้าราชการ...

อดีตข้าราชการ ยื่นคำฟ้องศาลปกครองอุบลฯ อ้าง5หน่วยงานรัฐล่าช้า หลังผลสอบคดียุติส่งผลรับบำเหน็จล่าช้า

24.02.26 | 14:05 น.

อดีตข้าราชการอุบลฯ สังกัดกรมส่งเสริมการเกษตร ยื่นคำฟ้องศาลปกครอง อ้าง 5 หน่วยงานของรัฐเพิกเฉย หลังผลสอบคดียุติไม่มีความผิด เดือดร้อนส่งผลรับบำเหน็จล่าช้า

เมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่าที่ ศาลปกครองจังหวัดอุบลราชธานี มีนายไชยเดช ศิริพร อดีตอัยการจังหวัดอุบลราชธานีและอดีตประธาน กกต.จังหวัดยโสธร ได้รับมอบอำนาจจาก นายฉกาจ กันเมือง อายุ 67 ปีกับพวก 10 คน ซึ่งเป็นอดีตข้าราชการ ในการยื่นคำฟ้อง ต่อศาลปกครองอุบลราชธานี เพื่อยื่นฟ้องคดี ประกอบด้วย สำนักงานข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี อธิบดีกรมบัญชีกลาง และปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

เนื่องจากเป็นเจ้าหน้าที่หน่วยงานของรัฐหรือองค์กรของรัฐปฎิบัติหน้าที่ล่าช้า หรือละเลยเพิกเฉยตามบทบัญญัติของกฎหมาย มาตรา 9 ( 2) แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯลฯ ซึ่งผู้ฟ้องคดีทั้งหมดได้รับความเดือดร้อนและเสียหาย จากการปฎิบัติหน้าที่ของผู้ถูกฟ้องคดี ทั้ง 5 เป็นไปตามมาตรา 42 แห่งพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลปกครองฯลฯ จึงขออาศัยอำนาจของศาลปกครองสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง 5 ปฎิบัติตามมาตรา 100 แห่งพระราชบัญญัติข้าราชการพลเรือง พ.ศ. 2562

นายไชยเดช เปิดเผยว่า นายฉกาจ กันเมือง อายุ 67 ปีกับพวก 10 คน ซึ่งเป็นอดีตข้าราชการสำนักงานเกษตรจังหวัดอุบลราชธานี สังกัด กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ถูกตั้งกรรมการสอบสวนวินัย ในเรื่องการทุจริตจัดซื้อสารเคมีป้องกันและกำจัดศัตรูพืช เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติฉุกเฉิน (ด้านพืช) ในพื้นที่จังหวัดอุบลราชธานี เมื่อปี 2563 ซึ่งมีข้าราชการจากหลายหน่วยงานที่ถูกแจ้งข้อกล่าวหามี ทั้งข้าราชการสังกัดกระทรวงมหาดไทย ข้าราชการสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ข้าราชการสังกัดสำนักนายกรัฐมนตรี และข้าราชการสังกัดกระทรวงสาธารณสุข

หลังจากมีการแต่งตั้งกรรมการสอบสวนเมื่อปี 2563 กลุ่มของนายฉกาจ กันเมือง อายุ 67 ปีกับพวก 10 คนที่สังกัด กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ผลการสอบสวนจากคณะกรรมการสอบสวน พบว่าไม่มีความผิด รวมไปถึงผลการสอบสวนของ ป.ป.ช.และ สตง. ได้แจ้งยุติเรื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2566 ซึ่งข้าราชการทั้ง10 รายได้เกษียณอายุราชการแล้ว

Advertisement

แต่ปัจจุบันต้องได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก เนื่องจากไม่ได้รับเงินบำเหน็จดำรงชีพตามสิทธิที่จะได้รับ มีการติดต่อ ติดตามทวงถามไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แต่โยนเรื่องกันไป-มา แต่ขณะเดียวกันข้าราชการที่สังกัดหน่วยงานอื่น ที่ถูกกล่าวหาร่วมกระทำความผิดในคดีเดียวกัน เช่น กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข และสำนักนายกรัฐมนตรี ได้รับเงินบำเหน็จดำรงชีพกันไปหมดแล้ว

แต่ข้าราชการที่สังกัดกรมส่งเสริมการเกษตรยังไม่ได้ จึงได้ยื่นฟ้องคดีต่อศาลปกครองอุบลราชธานี และขอให้ศาลได้มีคำวินิจฉัยสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีทั้ง 5 ราย ดำเนินการในเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ เพื่อจะได้สิทธิเงินบำเหน็จดำรงชีพ คือเงินที่จ่ายให้กับผู้รับบำนาญ เพื่อช่วยเหลือในการดำรงชีพ โดยมีอัตราการจ่ายไม่เกิน 15 เท่า ของบำนาญรายเดือนและสิทธิประโยชน์อื่นๆ