หน้าแรก ภูมิภาค อดีตทหาร บุกบ...

อดีตทหาร บุกบ้านว่าที่ผู้สมัครนายกทต. ในโคราช ผวาคุกคามสกัดเล่นการเมือง ตร.ไม่รับแจ้งความ

25.02.26 | 17:14 น.

อดีตทหาร บุกบ้านว่าที่ผู้สมัครนายกทต. ในโคราช ผวาคุกคามสกัดเล่นการเมือง ตร.ไม่รับแจ้งความ

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 25 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.นครราชสีมา นางสาวพัชราภรณ์ พยักฆ์ อายุ 62 ปี ว่าที่ผู้สมัครนายกเทศมนตรีตำบลภูหลวง อำเภอปักธงชัย จังหวัดนครราชสีมา พาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบภายในบ้าน หมู่ 10 บ้านหนองนกเขียน ตำบลภูหลวง อำเภอปักธงชัย หลังถูกอดีตสามี ซึ่งเป็นอดีตข้าราชการทหารยศร้อยตรี บุกเข้ามาในบ้านโดยไม่แจ้งล่วงหน้า พร้อมทำลายกล้องวงจรปิด ประตู และทรัพย์สินภายในบ้านหลายจุด โดยเหตุการณ์เกิดเมื่อวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2569 เวลา 09.00 น.ที่ผ่านมา

นางสาวพัชราภรณ์ เปิดเผยว่า ตนและสามีแยกกันอยู่มานานกว่า 5 ปีแล้ว ไม่ได้ใช้ชีวิตร่วมกันฉันสามีภรรยา แต่จู่ ๆ ฝ่ายชายได้โทรศัพท์มาหา ก่อนจะขับรถมาที่บ้าน แล้วงัดประตูบ้าน ทำลายกล้องวงจรปิด และพังประตูห้องพักหลายห้อง รวมถึงห้องของตนและลูกน้อง พร้อมอ้างว่า “บ้านของผม” ทั้งที่บ้านดังกล่าวเป็นทรัพย์สินของตนตามกฎหมาย และฝ่ายชายไม่เคยมีส่วนร่วมในการปลูกสร้างเลย

ก่อนเกิดเหตุ ตนได้ให้ลูกน้องพักอาศัยอยู่ในบ้าน เมื่อฝ่ายชายเข้ามาเห็นก็เกิดการโต้เถียงกันเล็กน้อยเรื่องกรรมสิทธิ์บ้าน จากนั้น ฝ่ายชายได้อาละวาดทำลายข้าวของ และเข้าพักอาศัย กินข้าว นอนอยู่ภายในบ้าน ทำให้ตนไม่กล้าเข้าไปในบ้าน เพราะตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดเห็นพฤติกรรมรุนแรง เกรงว่าจะไม่ปลอดภัยต่อชีวิต

Advertisement

นางสาวพัชราภรณ์ กล่าวอีกว่า ตั้งแต่ปี 2566 ฝ่ายชายเคยโทรศัพท์มาข่มขู่หลายครั้ง ทั้งขู่ว่าจะเผาบ้าน และขู่ฆ่า ตนเคยพยายามขอหย่าโดยสันติแต่ไม่สำเร็จ กระทั่งยื่นฟ้องหย่า แต่คดีถูกตีกลับเนื่องจากหลักฐานไม่เพียงพอ ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ตนได้ไปสมัครรับเลือกตั้งนายกเทศมนตรีตำบลภูหลวง และในวันถัดมา ฝ่ายชายก็บุกเข้ามาก่อเหตุทันที จนเกิดความหวาดระแวงว่า จะเป็นการคุกคามข่มขู่เพื่อไม่ให้ลงสนามการเมือง ถ้ามาดีควรโทรแจ้ง ไม่ใช่บุกงัดประตู ทำลายกล้องวงจรปิด ตนมองว่าเป็นการบุกรุกและคุกคามชัดเจน ตอนนี้ไม่กล้าเข้าบ้าน ไม่กล้าออกหาเสียง เพราะกลัวจะถูกทำร้าย

บุกบ้านว่าที่ผู้สมัครนายกทต.

ทั้งนี้ บ้านทุกหลังสร้างจากเงินกู้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ซึ่งตนกู้เพียงคนเดียวไม่ได้กู้ร่วมกับฝ่ายชาย ปัจจุบัน มีภาระหนี้ประมาณ 3.5 ล้านบาท โดยฝ่ายชายไม่เคยมีส่วนร่วมในการผ่อนชำระหรือปลูกสร้างแต่อย่างใด ซึ่งหลังจากเกิดเหตุ ตนได้เข้าแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อขอความช่วยเหลือ แต่ได้รับคำตอบว่า “เหตุยังไม่เกิด” จึงยังไม่มีการบันทึกประจำวัน ทำให้รู้สึกกังวลใจอย่างมาก เนื่องจากยังถูกข่มขู่ว่า “มึงได้แต่ลง มึงไม่ได้เป็นดอก” ตนเองและทีมงานหาเสียง ต่างรู้สึกหวาดกลัวและเป็นกังวลว่าจะไม่ความปลอดภัย

หลังจากนี้ จะเข้าแจ้งความอย่างเป็นทางการ พร้อมลงบันทึกประจำวัน และเดินหน้าดำเนินคดีฟ้องหย่าอีกครั้ง รวมถึงร้องขอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจัดกำลังคุ้มครองความปลอดภัย เนื่องจากขณะนี้อยู่ในช่วงหาเสียงเลือกตั้ง เกรงว่าจะถูกทำร้าย พร้อมกันนี้ ขอฝากไปถึงมูลนิธิและองค์กรด้านสิทธิสตรีให้เข้ามาช่วยเหลือผู้หญิงที่ถูกคุกคามและข่มขู่ เนื่องจากตนไม่ต้องการให้เกิดเหตุร้ายขึ้นก่อนแล้วจึงมีการดำเนินการทางกฎหมาย โดยขอย้ำว่า “หากเกิดอะไรขึ้น หลักฐานเหล่านี้คือสิ่งสำคัญที่สุด”

บุกบ้านว่าที่ผู้สมัครนายกทต.