หน้าแรก ภูมิภาค เชียงราย มีมต...

เชียงราย มีมติยกระดับ 4 ด้าน แก้ปัญหาสารหนูในแม่น้ำกก เผยคุณภาพน้ำ 6 อำเภอ ไม่ปนเปื้อน

26.02.26 | 16:05 น.

เชียงราย เร่งคัดกรองกลุ่มเสี่ยงสารหนู พร้อมยกระดับแก้ไขปัญหา

เมื่อวันที่ 26 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณีทีมวิจัยของมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง (มฟล.) ทำการวิจัยประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มแม่น้ำกก เพื่อประเมินผลกระทบจากสารปนเปื้อนในแม่น้ำ โดยการตรวจเล็บและผม จำนวน 90 คน ตั้งแต่ต้นน้ำในพื้นที่ อ.แม่อาย จ.เชียงราย ไปจนถึงปลายน้ำด้าน อ.เชียงแสน จ.เชียงราย พบ 16 คนที่มีสารหนูอยู่ในร่างกายว่า การตรวจพบดังกล่าวแม้จะเป็นการตรวจสอบเบื้องต้นที่ยังไม่สามารรถระบุได้ว่ามีผลกระทบต่อสุขภาพ หรือมีแหล่งที่มาที่ชัดเจนจากปัจจัยใด แต่หน่วยงานที่เกี่ยว โดยเฉพาะเกี่ยวกับการควบคุมโรคก็ได้เร่งดำเนินการตรวจสอบและป้องกัน

ล่าสุด นพ.วัฒนา วงศ์เทพเตียน รองผู้อำนวยการฝ่ายบริการปฐมภูมิ พร้อมด้วย พญ.ดารณี อินทรลาวัลย์ แพทย์เวชศาสตร์ครอบครัว นำทีมสหวิชาชีพจากงานสุขศึกษา งานอาชีวเวชกรรม งานควบคุมโรค กลุ่มงานเวชกรรมสังคม โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ รพ.สต.รวมมิตร ลงพื้นที่เยี่ยมประชาชนที่อาศัยอยู่ในลุ่มแม่น้ำกก พื้นที่ ต.แม่ยาว อ.เมือง จ.เชียงราย เพื่อติดตาม ดูแล ให้กำลังใจ และให้คำแนะนำในการปฏิบัติตัวแก่ประชาชนที่ตรวจพบสารหนูในร่างกาย โดยมุ่งประเมินภาวะสุขภาพและความเสี่ยงอย่างใกล้ชิด พร้อมเสริมความรู้การดูแลตนเองอย่างถูกต้อง เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจและลดผลกระทบด้านสุขภาพของประชาชนในพื้นที่

ขณะเดียวกัน นพ.เอกชัย คำลือ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด (สสจ.) เชียงราย ได้ประสานความร่วมมือกับศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 1/1 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เฝ้าระวังผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน
ที่ใช้น้ำจากแหล่งดังกล่าวเพื่อการอุปโภคบริโภค และการดำรงชีวิตประจำวัน พร้อมกับจัดเจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการลงพื้นที่เชิงรุก ดูแลประชาชนกลุ่มเสี่ยง เฝ้าระวังและติดตามอาการผิดปกติที่อาจเกี่ยวข้องกับการสัมผัสสารปนเปื้อน พร้อมจัดทีมให้คำแนะนำประชาชนเกี่ยวกับการใช้น้ำดื่มและน้ำใช้ในชีวิตประจำวันอย่างถูกต้อง ปลอดภัย และเหมาะสมกับสถานการณ์

โดยสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงรายได้ประสานความร่วมมือกับหน่วยงานสาธารณสุขในสังกัด รวมถึง รพ.เชียงรายประชานุเคราะห์ รพ.เชียงแสน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ อ.เมือง จ.เชียงราย และ อ.เชียงแสน รพ.สต.ในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) เชียงราย ร่วมลงพื้นที่เยี่ยมบ้านผู้ที่มีความเสี่ยงจากการสัมผัสน้ำในพื้นที่ดังกล่าว เพื่อให้คำแนะนำด้านการเฝ้าระวังสุขภาพ การสังเกตอาการผิดปกติ และแนวทางการป้องกันตนเองเบื้องต้น

Advertisement

ทั้งนี้ สสจ.เชียงรายรายงานว่า ได้ดำเนินการคักรองประชาชนกลุ่มเสี่ยงด้วยแบบคัดกรอง Env-As-01 เพื่อประเมินความเสี่ยง จำนวน 2,056 คน พบความเสี่ยงกลุ่มที่มีโอกาสสัมผัสสารหนูสูงและปานกลาง จำนวน 305 คน ดำเนินการเก็บปัสสาวะ 322 คน พร้อมสื่อสารข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนรับทราบอย่างโปร่งใส ถูกต้อง และทันท่วงที เพื่อลดความตื่นตระหนก และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในการดูแลสุขภาพตนเอง

สสจ.เชียงราย ขอยืนยันจะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และพร้อมให้การดูแลด้านสุขภาพแก่ประชาชนในพื้นที่อย่างเต็มที่ หากประชาชนมีอาการผิดปกติหรือมีข้อสงสัยเกี่ยวกับผลกระทบต่อสุขภาพ สามารถติดต่อสถานบริการสาธารณสุขใกล้บ้านได้ทันที

นพ.เอกชัยเปิดเผยว่า สาธารณสุขเชียงรายยังคงจะร่วมกับศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ที่ 1/1 โรงพยาบาลประชานุเคราะห์ โรงพยาบาลประจำอำเภอ และ รพ.สต.ลงพื้นที่พบปะกลุ่มเสี่ยงและกลุ่มเป้าหมายตามที่ทีมวิจัยมีการตรวจพบสารหนู เพื่อดำเนินการตรวจซ้ำ โดยมีการจัดเก็บปัสสาวะเพื่อไปตรวจอย่างละเอียด ซึ่งจะทราบผลที่ชัดเจนจะต้องมีการตรวจในช่วงตั้งแต่ 1 วัน ไปจนถึง 8 สัปดาห์ หรือประมาณ 2 เดือน โดยปี 2569 ตั้งเป้าที่จะดำเนินการตรวจ 1,500 ราย พร้อมกันนี้มีการแนะนำให้ความรู้แก่ประชาชนด้วย

นพ.เอกชัยกล่าวอีกว่า นอกจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังได้มีการตรวจคุณภาพน้ำจากแม่น้ำกก ในพื้นที่ 6 อำเภอ รวม 7 จุด ล่าสุดไม่พบค่าปนเปื้อนของสารหนูเกินค่ามาตรฐานแต่อย่างใด ซึ่งสร้างความมั่นใจในคุณภาพน้ำที่ใช้ผลิตประปาหมู่บ้านและชุมชนได้ อย่างไรก็ตาม เพื่อความปลอดภัยของประชาชนในระยะยาว ยังคงต้องมีการเฝ้าระวังคุณภาพน้ำต่อเนื่อง แนะให้ประชาชนดื่มน้ำสะอาดผ่านการกรองหรือผ่านมาตรฐาน อย. ทำความสะอาดถังเก็บน้ำ หรือระบบจ่ายน้ำในครัวเรือนเป็นประจำ หากพบมีสี มีกลิ่น หรือรสผิดปกติ ควรหลีกเลี่ยงการบริโภคและแจ้งหน่วยงานในพื้นที่ทราบทันที และติดตามประกาสและคำแนะนนำจากสาธารณสุขอย่างใกล้ชิด

ด้านนายชูชีพ พงษ์ไชย ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า เพื่อให้เกิดความชัดเจนและป้องกันความสับสนในสังคม จังหวัดมีมติยกระดับการทำงานร่วมกับทีมวิจัยใน 4 ด้านหลัก คือ 1.พิสูจน์ซ้ำด้วยมาตรฐานสากล : สนับสนุนงบประมาณและทรัพยากรให้ทีมวิจัย มฟล. ร่วมกับกรมควบคุมมลพิษ เก็บตัวอย่างซ้ำตามมาตรฐาน SOP ทั้งในสิ่งแวดล้อมและชีวภาพ เพื่อยืนยันแหล่งที่มาของสารหนูให้ชัดเจนภายใน 2 สัปดาห์ 2. ตั้งศูนย์ข้อมูลกลาง (Single Command) : ให้สำนักงานจังหวัดเป็นตัวกลางประสานงานข้อมูล ไม่ให้นักวิจัยต้องแบกรับแรงกดดันเพียงลำพัง และเพื่อให้ข้อมูลที่ส่งถึงประชาชนมีความถูกต้องและเป็นเอกภาพ

ผู้ว่าฯเชียงรายกล่าวว่า 3.ยกระดับโครงสร้างพื้นฐาน : เตรียมผลักดันให้ มฟล.และศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์ เป็นห้องปฏิบัติการอ้างอิงหลักในพื้นที่ เพื่อให้เชียงรายสามารถตรวจวิเคราะห์สารโลหะหนักได้อย่างรวดเร็ว ไม่ต้องรอผลจากส่วนกลาง และ 4.มาตรการท่องเที่ยวปลอดภัย : สำหรับช่วงสงกรานต์ จังหวัดเน้นย้ำความปลอดภัยตามคำแนะนำผู้เชี่ยวชาญ โดยจะเร่งทำอินโฟกราฟิกแนะนำจุดที่ทำกิจกรรมได้และจุดที่ควรเฝ้าระวัง เพื่อให้เศรษฐกิจเดินหน้าไปพร้อมกับสุขภาพที่ดีของคนในพื้นที่