ชาวบ้านต้นน้ำกก ที่ท่าตอน อ.แม่อาย 6 ราย เข้าตรวจสุขภาพเพิ่มเติมที่ รพ.สต. หลังตรวจพบสารหนูตกค้างในร่างกาย
เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ นายทศพร สามหน่อวงค์ ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 14 ต.ท่าตอน อ.แม่อาย จ.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า หลังนักวิชาการมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง จ.เชียงราย ตรวจพบสารหนูในกลุ่มตัวอย่างชาวบ้านริมน้ำกก ต.ท่าตอน อ.แม่อาย ล่าสุดวันนี้ (27 ก.พ.) ชาวบ้าน 6 ราย จากบ้านร่มไทย ซึ่งเป็นกลุ่มตัวอย่างที่ตรวจพบสารหนูตกค้างในร่างกายได้ไปรายงานตัว และตรวจสุขภาพเพิ่มเติมที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ (รพ.สต.) ตำบลท่าตอนแล้ว รวมทั้งเรียกประชุม อสม.แต่ละหมู่บ้านไปประชุม เพื่อรับฟังข้อมูลก่อนลงพื้นที่ชี้แจงทำความเข้าใจกับชาวบ้านในพื้นที่ โดยเฉพาะวิธีการปฏิบัติตัว
ส่วนสถานการณ์ในพื้นที่หลังมีข่าวมีชาวบ้านที่อาศัยออยู่บริเวณต้นน้ำกกมีสารหนูตกค้างในร่างกาย นายทศพรเผยว่า ส่วนใหญ่ไม่ได้วิตกกังวลหรือตื่นตระหนกอะไรมาก ยังใช้ชีวิตกันตามปกติ เนื่องจากชาวบ้านรับรู้เรื่องนี้มาระยะหนึ่งแล้ว และหลีกเลี่ยงไม่ใช้น้ำกกเพื่อทำเกษตรหรือบริโภค แต่ยอมรับว่ายังมีชาวบ้านบางส่วนที่ยังหาปลาในแม่น้ำกกมาบริโภคและจำหน่ายเพื่อเลี้ยงชีพ เพราะไม่มีทางเลือกอื่น จำยอมรับความเสี่ยงจากการสัมผัสสารพิษดีกว่าอดตาย
นายทศพรกล่าวว่า นอกจากนี้ ในช่วงฤดูแล้งโดยปกติจะมีกิจกรรมการท่องเที่ยวและแพริมน้ำกกไว้บริการนักท่องเที่ยวเป็นประจำทุกปี แม้ข่าวพบสารปนเปื้อนในแม่น้ำกกจะทำให้บรรยากาศการท่องเที่ยวซบเซาลงไป แต่ยังมีชาวบ้านและผู้ประกอบการบางรายที่ไปขออนุญาตกับท้องถิ่นเพื่อสร้างแพริมน้ำกก ส่วนใหญ่ยอมเสี่ยงขาดทุน เพราะที่ผ่านมากิจกรรมท่องเที่ยวแพริมน้ำกกในระยะเวลาไม่กี่วันในช่วงสงกรานต์ สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำให้ชาวบ้านและผู้ประกอบการ จนกลายเป็นอาชีพเสริมนอกเหนือจากการประมงไปแล้ว บางรายลงทุนเพียง 40,000-50,000 บาท แต่ได้กำไร 150,000-200,000 บาท
“ปัญหาสารปนเปื้อนในแม่น้ำกกต้องแก้ที่ต้นเหตุ คือการเจรจากับชนกลุ่มน้อยที่ให้สัมปทานกลุ่มทุนจีนเข้าไปทำเหมืองแร่แรร์เอิร์ธในพื้นที่ต้นน้ำกกที่อยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน จนส่งผลกระทบกับพื้นที่ท้ายน้ำ แม้ที่ผ่านมาจะมีข่าวว่ามีการสั่งให้หยุดทำ แต่จากข้อมูลพบว่ายังมีการขุดแร่ต่อเนื่องอยู่ โดยไม่สนใจผลกระทบที่เกิดขึ้น” นายทศพรกล่าว

