หน้าแรก ภูมิภาค อดีตภรรยา โต้...

อดีตภรรยา โต้ไม่เกี่ยว เควนติน มหาเศรษฐีอังกฤษ เสียชีวิต พร้อมทวงสิทธิ์เลี้ยงลูกคืน 

27.02.26 | 18:23 น.

อดีตภรรยา โต้ไม่เกี่ยวเหตุ เควนติน มหาเศรษฐีอังกฤษ เสียชีวิต พร้อมทวงสิทธิ์เลี้ยงลูกคืน ห่วงไม่รู้ตอนนี้อยู่ที่ไหน

จากกรณีสื่อต่างประเทศรายงานการเสียชีวิตของ นายเควนติน จอห์น กริฟฟิธส์ อายุ 58 ปี ชาวสหราชอาณาจักร มหาเศรษฐีและผู้ร่วมก่อตั้งบริษัทแฟชั่นออนไลน์ ASOS ซึ่งพลัดตกจากระเบียงคอนโดมิเนียมหรูในเมืองพัทยา เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจสอบพบว่า ห้องพักล็อกจากด้านใน ไม่พบบุคคลอื่นเข้าออก และไม่พบร่องรอยการต่อสู้ เบื้องต้นสันนิษฐานว่าอาจเป็นการกระโดดลงมาเอง ขณะนี้อยู่ระหว่างรอผลชันสูตรอย่างเป็นทางการนั้น

ล่าสุด เมื่อวันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2569 ที่สำนักงานประธานสภาทนายความจังหวัดพัทยา ต.นาเกลือ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี นายสุขสันต์ มิสสาจันทร์ ประธานสภาทนายความจังหวัดพัทยา พร้อมด้วย น.ส.พลอยนภัส (สงวนนามสกุล) หรือ “คุณพลอย” อดีตภรรยาของผู้เสียชีวิต ร่วมกันแถลงข่าวยืนยันความบริสุทธิ์ พร้อมทวงสิทธิ์ความเป็นแม่ ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยติดตามบุตรทั้ง 3 คนที่ถูกพาตัวไปไม่ทราบที่อยู่

นายสุขสันต์เปิดเผยว่า ได้รับการร้องเรียนจาก น.ส.พลอยนภัส หลังได้รับผลกระทบจากสื่อต่างประเทศบางแห่งที่นำเสนอข่าวในลักษณะพาดพิงว่าเธออาจมีส่วนเกี่ยวข้องกับการเสียชีวิตของอดีตสามี ทั้งที่ข้อเท็จจริงคือทั้งสองได้เลิกราและแยกกันอยู่มากว่า 5 ปี ต่างคนต่างใช้ชีวิต โดยผู้เสียชีวิตมีครอบครัวใหม่แล้ว ขณะที่ฝ่ายหญิงอาศัยอยู่ในกรุงเทพมหานคร และไม่ได้รับรู้รายละเอียดเกี่ยวกับธุรกิจหรือทรัพย์สินใดๆ ของอดีตสามี

Advertisement

ก่อนหน้านี้ ทั้งสองเคยมีข้อพิพาทเรื่องอำนาจปกครองบุตร ซึ่งศาลมีคำสั่งให้อำนาจปกครองอยู่กับฝ่ายบิดา อย่างไรก็ตาม ภายหลังเด็กไม่ได้อยู่กับบิดาโดยตรง แต่พักอาศัยกับภรรยาใหม่และมีพี่เลี้ยงดูแล ขณะที่ฝ่ายมารดาเคารพคำสั่งศาล และไม่สามารถเข้าพบลูกได้ตามต้องการ

กระทั่งเกิดเหตุอดีตสามีเสียชีวิต ฝ่ายหญิงระบุว่าเพิ่งทราบข่าวพร้อมกับสาธารณชน และยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ แต่กลับมีกระแสข่าวจากต่างประเทศเชื่อมโยงประเด็นทรัพย์สิน รวมถึงมีบุคคลติดต่อเข้ามาในลักษณะพาดพิง ทำให้เกิดความหวาดวิตกและเสียหายต่อชื่อเสียง

ประเด็นสำคัญในขณะนี้คือ บุตรทั้ง 3 คน คนแรกเป็นบุตรบุญธรรมชื่อน้องแตงโมอายุ 19 ปี และบุตรชายคนโต น้องเจมส์ อายุ 12 ปี ลูกสาวคนเล็ก น้องลิลลี่ อายุ 11 ปี ถูกพาตัวออกจากที่อยู่เดิมโดยไม่ทราบสถานที่แน่ชัด และไม่สามารถติดต่อได้ ฝ่ายมารดาจึงเข้าแจ้งความร้องทุกข์ และร้องขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยติดตามตัวเด็ก พร้อมย้ำว่าเมื่อบิดาซึ่งเป็นผู้ใช้อำนาจปกครองเสียชีวิต อำนาจปกครองตามกฎหมายควรกลับมาอยู่ที่มารดา

ด้าน น.ส.พลอยนภัส กล่าวทั้งน้ำตาว่า ตนเป็นห่วงความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของลูกทั้ง 3 คนอย่างมาก ไม่ทราบว่าขณะนี้อยู่ที่ใด และไม่สามารถติดต่อได้ จึงขอความเมตตาจากหน่วยงานรัฐช่วยติดตามตัวลูกกลับคืนสู่อ้อมอกแม่โดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ ครอบครัวยืนยันว่าจะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย พร้อมขอให้สังคมรับฟังข้อเท็จจริงอย่างรอบด้าน โดยย้ำว่าจุดประสงค์หลักคือการติดตามหาบุตร และปกป้องชื่อเสียงจากกระแสข่าวที่คลาดเคลื่อนเท่านั้น