ลูกสาวไม่เชื่อ แม่ซดยาจบชีวิต ตามที่เพื่อนชายคนสนิทอ้าง เปิดกล้องวงจรปิด-ผลชันสูตร ตร.บุกจับทันที เจ้าตัวยังปากแข็ง
จากกรณี สาวใหญ่ วัย 49 ปี นางเล็ก(นามสมมุติ) เสียชีวิตดับปริศนา หลังถูกชายเพื่อนสนิท หามร่างส่งรพ.กลางดึก เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จากนั้น ได้เสียชีวิตลง เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 3 มีนาคม ที่ผ่านมา ท่ามกลางความสงสัยคาใจของญาติ ครอบครัว ผู้เสียชีวิต ว่าการเสียชีวิตครั้งนี้ อาจไม่ได้เป็นไปตามที่ชายคนสนิทแม่อ้างว่า แม่กินยาฆ่าตัวตายเอง ลูกสาวรวบรวมหลักฐานแจ้งความเอาผิด ปักใจเชื่อว่า แม่ถูกฆาตกรรม จึงแจ้งความดำเนินคดีนั้น
เมื่อวันที่ 3 มีนาคม นส.บี (นามสมมุติ) ลูกสาวของผู้เสียชีวิต ได้เปิดเผย ว่า จากกรณีดังกล่าว ตนได้รับแจ้งจากน้าสาว เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 28 ก.พ.ที่ผ่านมา ว่าแม่ถูกนำตัวส่งรพ. หลังเพื่อนชายคนสนิทแม่ อ้างว่า แม่กินยาฆ่าตัวตายเอง หลังจากตนทราบเรื่อง จึงได้รีบเดินทางกลับจาก กทม.มาที่รพ.เจ้าพระยายมราชทันที ปรากฏว่าแม่อยู่ในห้องไอซียูแล้ว ตนจึงได้ไปดูที่บ้านเช่า ที่แม่พักอาศัยอยู่ และพยายามแกะรหัสจากมือถือแม่ และ ภาพกล้องวงจรปิด ที่บ้านเช่า จึงไม่ปักใจเชื่อคำพูด เพื่อนชายของแม่ เพราะดูไม่ตรงกับภาพและเสียงในวงจรปิด เพราะมีหลักฐานว่ามีเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทรุนแรง และมีการใช้อาวุธปืนด้วย ตนจึงได้นำหลักฐานทั้งหมดเข้าแจ้งความกับตำรวจที่สภ.สุพรรณบุรี ทันที

ต่อมา วันที่ 3 มีนาคม เวลา 16.00 น. ที่สภ.เมือง สุพรรณบุรี ด้าน นส.วัน (น้องสาวของผู้ตาย) และญาติได้เดินทางมาที่โรงพัก ได้เปิดเผยว่า ตนเองนั้น ได้รับโทรศัพท์ จากเพื่อนชายคนสนิท คือ นายก้อย (นามสมมุติ) ของพี่สาว ตอนเวลา 23.00 น. โดยนายก้อย (นามสมมุติ) ได้เป็นคนโทรบอกเองว่า พี่สาวกินยาฆ่าตัวตายเข้าไป ตอนนี้ได้พาส่งรพ.แล้ว
จากนั้นตนก็เลยรีบโทรบอกลูกของพี่สาวทันที ซึ่งตอนนั้นหมอถามว่า พี่สาวกินอะไรเข้าไป เราก็ตอบอย่างที่ นายก้อย ให้การ เพราะเขาแจ้งเรามาแบบนั้น จากนั้นหมอแจ้งว่า จะทำการสแกนสมอง ซึ่งตอนนั้นเราสังเกตเห็นที่ปากของพี่สาวมีรอยคราบเลือด ก็เลยถามนายก้อย
โดยนายก้อยตอบว่า เป็นคนเอานิ้วมือล้วงเข้าไปในปากของพี่สาว เพื่อเอายาออกที่ปากเขา จึงทำให้มีเลือดติด นี่คือคำให้การของเขา จากนั้นหมอที่รพ.แจ้งว่าคนไข้หยุดหายใจประมาณ 30 นาที ซึ่งส่งผลให้สมองตาย จึงได้ให้ลูกเขาตัดสินใจว่าจะเอายังไง จากนั้นตนและลูกของพี่สาว ได้ไปที่เกิดเหตุ และถ่ายคลิป เห็นว่า ที่นอนมีก้อนเลือดบนผ้าปูที่นอน และในห้องนั้น ก็มีลักษณะเกล็ดสีขาว หล่นอยู่ทั่วห้องเลย และต่อมา ได้นำโทรศัพท์ผู้ตาย มาแกะภาพดูกล้องวงจรปิด เจอคลิปเกินกว่าที่เราจะรับได้ เราจึงเดินทางมาแจ้งความ ตอน ตี 4 พร้อมนำหลักฐานมอบให้ ตำรวจทำตามขั้นตอน จนตำรวจได้จับกุม เรื่องอาวุธปืน ในคืนนั้นก่อนนายก้อยถูกประกันตัวออกไป

พอมาถึงวันที่ 3 มี.ค. 69 พี่สาวเสียชีวิตแล้ว ตำรวจได้ส่งศพไปชันสูตรที่สถาบันนิติเวช ซึ่งเรื่องนี้เราคาใจมากกับการตายของพี่สาวที่นายก้อย บอกว่า พี่สาวเราฆ่าตัวตายเอง แต่มันไม่ใช่ เพราะเรามั่นใจว่า ผู้หญิงที่ร้องขอชีวิต จากในหลักฐาน โดยร้องขอชีวิตจากนายก้อย ว่าให้ปล่อยเขา แล้วมาบอกว่าพี่สาวเรากินยาเอง ซึ่งผู้หญิงที่ร้องขอชีวิตจะมาทำร้ายตัวเอง มันย้อนแย้งกัน เรามั่นใจว่า พี่สาว เราไม่ได้ฆ่าตัวตาย พี่สาวเราถูกกระทำจนสิ้นลม ซึ่งเราก็ต้องรอผลชันสูตรอย่างละเอียดอีกครั้ง
ต่อมา พ.ต.อ.บุญย์พัชร์ ปิยะบุญสิทธิ ผกก.สภ.เมืองสุพรรณบุรี ได้สั่งการให้ พ.ต.ท .พีระพงษ์ จบศรี รอง ผกก .สืบสวน สภ.เมืองสุพรรณบุรี พร้อมด้วย ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองสุพรรณบุรี , จนท.พิสูจน์หลักฐาน , ได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมรวบรวมพยาน หลักฐาน ที่บ้านเช่าแห่งหนึ่งใน ต.สนามชัย อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี

จากนั้น เวลา 15.00 น. ได้นำหมายจับของ ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี ตามจับกุม นายก้อย (นามสมมุติ) อายุ 59 ปี ผู้ต้องสงสัย ซึ่งเป็นเพื่อนชายคนสนิทของผู้ตาย ในข้อหา “ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา, ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่นโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ และได้กระทำโดยมีอาวุธปืน, กระทำอนาจารแก่บุคคลอายุกว่าสิบห้าปีโดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ และได้กระทำโดยมีอาวุธปืน , บุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืนโดยมีอาวุธ”
เวลา 17.00 น. ชุดสืบสวน สภ.เมืองสุพรรณบุรี ได้เข้าทำการจับกุม นายก้อย (นามสมมุติ) อายุ 59 ปี ผู้ต้องสงสัย ได้ที่ รีสอร์ทแห่งหนึ่งในพื้นที่ ต.ดอนมะนาว อ.สองพี่น้อง จ.สุพรรณบุรี และนำตัวมาสอบสวนที่ สภ.เมืองสุพรรณบุรี
เวลา 18.00 น. ชุดสืบสวนได้นำตัวมาทำการสอบสวนต่อ ที่ห้องสืบสวน สภ.เมืองสุพรรณบุรี เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา แต่ยอมรับว่าได้พกพาอาวุธปืนเข้าไปบ้านที่เกิดเหตุจริง ตำรวจจึงได้นำตัวผู้ต้องหาตรวจร่างกาย และ จนท.พฐ ตรวจร่างกาย เก็บเป็นพยานและหลักฐานแล้ว
ขณะนี้ ผลชันสูตรเบื้องต้น จากสถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ ได้สันนิษฐาน สาเหตุการตาย กะโหลกศีรษะหลังแตกร้าว สมองน้อยฟกช้ำ ส่วนประเด็นเรื่องสารต้องสงสัยที่ผู้ต้องหาอ้างว่าผู้ตายกินเข้าไปที่ญาติคาใจนั้น ทางตำรวจได้เปิดเผยว่า อย่างไรก็ดีเรื่องนี้ ต้องรอผลการผ่าร่างกายจากนิติเวช อย่างละเอียดอีกครั้ง และ ส่วนสารสีขาวต้องสงสัยที่ตกพื้นในห้องนอนตามที่ญาติกล่าวอ้างนั้น ทางตำรวจได้ส่งสารดังกล่าว ไปตรวจสอบที่พิสูจน์หลักฐานกลาง ว่าคือ สารอะไร ซึ่งต้องรอฟังผลอย่างละเอียดอีกครั้งเช่นกัน ส่วนผู้ต้องหา ขณะนี้ตำรวจได้ทำการฝากขังที่ สภ.เมืองสุพรรณบุรี และคัดค้านการประกันตัว ส่วนศพของผู้ตาย ยังเก็บไว้ที่ รพ.


