หน้าแรก ภูมิภาค นราธิวาส คุมเ...

นราธิวาส คุมเข้มราคาสินค้า-พลังงาน หลังปชช.แห่เติมน้ำมันเกลี้ยงปั๊ม สั่งห้ามเติมแกลลอน

4.03.26 | 15:33 น.

นราธิวาส สั่งคุมเข้มราคาสินค้า-พลังงาน หลังปชช.กังวลสงครามอิสราเอล-อิหร่าน แห่เติมน้ำมันเกลี้ยงปั๊ม สั่งห้ามเติมถัง-แกลลอนสำรอง เฝ้าระวัง 20 แรงงานนราฯ ในพื้นที่ 5 ประเทศตะวันออกกลาง

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม นายบุญช่วย หอมยามเย็น ผู้ว่าราชการจังหวัดนราธิวาส ได้เรียกประชุมด่วนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อวางมาตรการรองรับผลกระทบจากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง ตามข้อสั่งการของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่เน้นย้ำให้ทุกจังหวัดเตรียมแผนความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชน

ผู้ว่าฯ นราธิวาส กล่าวต่อว่า จึงได้กำชับให้หน่วยงานดำเนินการใน 3 มาตรการหลัก ประกอบด้วย 1. กำกับดูแลราคาสินค้าอุปโภคบริโภคและพลังงานอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสขึ้นราคาและการกักตุนสินค้า 2.สร้างการรับรู้และทำความเข้าใจกับประชาชน เพื่อลดความตื่นตระหนกจากกระแสข่าวสถานการณ์ต่างประเทศ 3.ใช้กลไกศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดและอำเภอ เป็นช่องทางรับแจ้งเหตุหรือข้อร้องเรียนสำหรับผู้ที่ได้รับผลกระทบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภายหลังการประชุม นายอุดิษฐ์ เพ็ชรศิริ พลังงานจังหวัดนราธิวาส พร้อมด้วย นางนฤมล แก้วมุกดากุล พาณิชย์จังหวัดนราธิวาส ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานีบริการน้ำมันในเขตอำเภอเมือง หลังพบปรากฏการณ์ประชาชนแห่เติมน้ำมันเป็นจำนวนมากเมื่อวานนี้จนทำให้บางสถานีน้ำมันหมดชั่วคราว

Advertisement

นายอุดิษฐ์ เพ็ชรศิริ พลังงานจังหวัดนราธิวาส กล่าวว่า จากการสำรวจพบว่าพลังงานในพื้นที่ยังมีเพียงพอ ส่วนที่น้ำมันหมดในบางปั๊มเกิดจากประชาชนตื่นตระหนกแห่มาเติมพร้อมกัน โดยเฉพาะปั๊มที่เปิด 24 ชั่วโมง อย่างไรก็ตามในช่วงบ่ายวันนี้จะมีน้ำมันจากคลังสงขลาเข้ามาเติมในพื้นที่ตามปกติ

“ได้สั่งการให้ผู้ประกอบการงดจำหน่ายน้ำมันใส่ภาชนะบรรจุทุกประเภทชั่วคราว เช่น แกลลอน หรือถัง 200 ลิตร เพื่อป้องกันการกักตุน แต่สำหรับการเติมใส่ยานพาหนะทุกประเภทเพื่อการใช้งานปกติยังสามารถทำได้ตามปกติ” พลังงานจังหวัดระบุ

ด้านพาณิชย์จังหวัดนราธิวาส ระบุว่า ยังไม่พบการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้าอุปโภคบริโภค แต่ได้กำชับให้ผู้ประกอบการต้องติดป้ายแสดงราคาให้ชัดเจน และแจ้งสถานะสินค้าให้ผู้บริโภคทราบทันทีหากสินค้าหมด

สำหรับมาตรการช่วยเหลือแรงงานไทยในต่างประเทศ ผู้ว่าฯ นราธิวาส ได้สั่งการให้ศูนย์ดำรงธรรมติดตามสถานการณ์ของแรงงานที่มีภูมิลำเนาในจังหวัดนราธิวาส ซึ่งปัจจุบันปฏิบัติงานอยู่ในภูมิภาคตะวันออกกลางรวม 20 คน จาก 12 อำเภอ กระจายตัวอยู่ใน 5 ประเทศ ได้แก่ โอมานอิสราเอล ซาอุดีอาระเบีย บาห์เรน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

ทั้งนี้ทางจังหวัดได้เตรียมแผนเผชิญเหตุและพร้อมประสานงานให้ความช่วยเหลือทันที หากสถานการณ์ความขัดแย้งทวีความรุนแรงขึ้นจนส่งผลกระทบต่อความปลอดภัยของแรงงานกลุ่มดังกล่าว