วัดเพชรสมุทรฯจัดยิ่งใหญ่ เจ้าคุณธงชัย เป็นประธานพิธีถวายพระอุโบสถหลวงพ่อบ้านแหลมหลังใหม่ ถวายเป็นพุทธบูชาและถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง
เมื่อวันที่ 4 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่อาคารอเนกประสงค์ ชั้น 2 วัดเพชรสมุทรวรวิหาร ต.แม่กลอง อ.เมือง จ.สมุทรสงคราม วัดเพชรสมุทรวรวิหารได้จัดพิธีถวายพระอุโบสถหลวงพ่อบ้านแหลม และพิธีบำเพ็ญกุศลทักษิณานุปทานทำบุญอุทิศถวายบุรพาจารย์อดีตเจ้าอาวาสวัดศรีจำปา วัดบ้านแหลม และวัดเพชรสมุทร โดยปรารภชาตกาล 95 ปี และวันมรณภาพพระเดชพระคุณ หลวงพ่อพระเทพสมุทรโมลี (ประยงค์ ปิยธมฺมมหาเถร ป.ธ.5) อดีตเจ้าอาวาสวัดเพชรสมุทรวรวิหาร และอดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 15 โดยได้รับความเมตตาจากเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี วัดไตรมิตรวิทยาราม เป็นประธานในพิธีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย , พระราชสมุทรวชิรโสภณ เจ้าอาวาสวัดเพชรสมุทรวรวิหาร เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ จุดเครื่องทองน้อยบูชาคุณบูรพาจารย์ และนายชยชัย แสงอินทร์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงคราม เป็นประธานฝ่ายฆราวาส
จากนั้นพระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์จำนวน 120 รูป ได้สวดพระพุทธมนต์ คณะเจ้าภาพทอดผ้าไตรบังสุกุลและถวายจตุปัจจัยไทยธรรมชุดละ 16 รูป พระสงฆ์อนุโมทนากถา ผู้ร่วมพิธีกรวดน้ำรับพร และรับมงคลที่ระลึกเป็น “เหรียญแสตมป์นำโชคหลวงพ่อบ้านแหลม” ก่อนเสร็จสิ้นพิธี
อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้ในภาคเช้า พระสงฆ์ทรงสมณศักดิ์เจริญพระพุทธมนต์ จากนั้นศาสนพิธีกรนำกล่าวถวายพระอุโบสถหลวงพ่อบ้านแหลมและนำกล่าวถวายสังฆทานแด่บุรพาจารย์อดีตเจ้าอาวาส คณะเจ้าภาพและผู้ร่วมพิธีได้ร่วมกันถวายจตุปัจจัยไทยธรรมแด่พระสงฆ์และกรวดน้ำรับพร และร่วมกันถวายภัตตาหารเพลแด่พระสงฆ์ด้วย
พระครูสมุทรวชิรานุวัตร รองเจ้าอาวาสวัดเพชรสมุทรวรวิหาร กล่าวถึงความเป็นมาของการจัดสร้างพระอุโบสถหลังใหม่ว่า วัดเพชรสมุทรวรวิหารเป็นวัดเก่าแก่ที่มีอายุกว่า 300 ปี สันนิษฐานว่าสร้างตั้งแต่ปี พ.ศ. 2307 โดยมีองค์หลวงพ่อบ้านแหลมประดิษฐานอยู่คู่กับวัดมาจนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 262 ปี พระอุโบสถหลังเดิมได้จดทะเบียนเป็นโบราณสถานจากกรมศิลปากร แต่ด้วยสภาพปัจจุบันที่มีน้ำทะเลหนุนสูงถึง 3.9 เมตร และพื้นที่โดยรอบถูกถมไปหมดจนไม่มีทางระบายน้ำ ทำให้น้ำท่วมพระอุโบสถที่ประดิษฐานหลวงพ่อบ้านแหลมเป็นไปตามธรรมชาติอยู่บ่อยครั้ง การจะปรับปรุงพื้นให้สูงขึ้นเพื่อให้พ้นน้ำนั้นต้องขออนุญาตกรมศิลปากรซึ่งมีขั้นตอนที่ซับซ้อน นอกจากนี้ เมื่อมีน้ำท่วมยังสร้างความยากลำบากให้แก่พุทธศาสนิกชนที่เดินทางมาจากจตุรทิศเพื่อมากราบสักการะ และในบางครั้งที่พระภิกษุต้องทำสังฆกรรม ญาติโยมก็ต้องรอเป็นเวลานานนับชั่วโมง
ด้วยเหตุนี้ คณะสงฆ์และคณะกรรมการวัด โดยการปรารภของพระราชสมุทรวชิรโสภณ เจ้าอาวาสวัดเพชรสมุทรวรวิหาร จึงเห็นพ้องตรงกันที่จะสร้างพระอุโบสถหลังใหม่เพื่อเป็นถาวรวัตถุในพระพุทธศาสนา ถวายเป็นพุทธบูชาแด่องค์หลวงพ่อบ้านแหลม และถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว เนื่องในวโรกาสทรงเจริญพระชนมพรรษา 72 พรรษา ในปี พ.ศ. 2568 รวมถึงถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระอุโบสถหลังใหม่นี้ออกแบบในรูปแบบไทยประยุกต์ร่วมสมัย โดยบริษัท อุดมชัย กุโฮม จำกัด ซึ่งเข้ามาควบคุมงานก่อสร้างทั้งหมด ตัวอุโบสถมีขนาดความกว้าง 14 เมตร ยาว 25.50 เมตร ด้านนอกเป็นศาลารายรอบพระอุโบสถยาว 60 เมตร กว้าง 40 เมตร (คสล.) นอกจากนี้ พื้นที่ชั้นที่ 2 ยังถูกออกแบบให้เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมที่สามารถรองรับบุคคลและเยาวชนที่มาเข้าค่ายได้นับพันคน ส่วนชั้นใต้ดินจะใช้เป็นที่เก็บอุปกรณ์สำหรับซ่อมแซมเสนาสนะต่างๆ
การดำเนินโครงการก่อสร้างพระอุโบสถหลังใหม่นี้ ได้ผ่านลำดับพิธีการสำคัญมาอย่างต่อเนื่อง เริ่มตั้งแต่พิธีบวงสรวงและวางศิลาฤกษ์เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2566 ต่อมาในวันที่ 19 สิงหาคม 2566 ได้มีพิธีเททองหล่อองค์พระประธานพระพุทธสิหิงค์และพระปางป่าเลไลยก์ จากนั้นในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2566 ได้อัญเชิญพระพุทธสิหิงค์ พระพุทธเบญจภาคีห้าพี่น้อง (หลวงพ่อบ้านแหลม หลวงพ่อพระพุทธโสธร หลวงพ่อวัดเขาตะเครา หลวงพ่อวัดไร่ขิง หลวงพ่อโตวัดบางพลีใหญ่ใน) ขึ้นประดิษฐานบนแท่นรัตนบัลลังก์ พร้อมอัญเชิญพระปางป่าเลไลยก์ขึ้นประดิษฐานในซุ้มเรือนแก้วหน้าพระอุโบสถ ล่วงมาถึงวันที่ 5 ธันวาคม 2567 ได้มีพิธีอัญเชิญตราสัญลักษณ์เฉลิมพระเกียรติฯ ขึ้นประดิษฐานบนหน้าบัน และในวันที่ 26 กรกฎาคม 2568 ได้จัดพิธียกช่อฟ้า 5 ช่อ ขึ้นสู่พระอุโบสถ
ปัจจุบันครบรอบ 3 ปี การก่อสร้างพระอุโบสถคืบหน้าไปแล้วประมาณ 70 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งคาดว่าภายในปลายปีนี้ เฉพาะในส่วนของชั้นโบสถ์น่าจะแล้วเสร็จเรียบร้อยพร้อมใช้งาน จึงขอเชิญชวนพุทธศาสนิกชนที่มากราบขอพรหลวงพ่อบ้านแหลม ให้มาเยี่ยมชมความงดงามของพระอุโบสถหลังใหม่หลังนี้


