สมาคมปาล์มตรัง เสนอ รบ.เพิ่มสัดส่วนปาล์มน้ำมันในไบโอดีเซล จี้ฟื้น B20 รับมือวิกฤตน้ำมันขาดแคลนจากสงครามตะวันออกกลาง-แก้ปาล์มล้นตลาด
เมื่อวันที่ 5 มีนาคม ที่ จ.ตรัง นายชัยวัฒน์ โภคาวัฒนา นายกสมาคมชาวสวนปาล์มน้ำมันจังหวัดตรัง และสมาชิกสมาคมชาวสวนปาล์มน้ำมันจังหวัดตรัง ร่วมหารือเกี่ยวกับปัญหาสถานการณ์ปาล์มน้ำมันใน จ.ตรัง แผนการรับมือกับผลผลิตที่กำลังจะออกมาเป็นจำนวนมากในอีกประมาณ 1-2 เดือนข้างหน้า และวิกฤตพลังงานน้ำมันที่กำลังเกิดขึ้นจากภาวะสงครามตะวันออกกลาง
ภายหลังการหารือ นายฉัตรชัย รัตวิวัฒนาพงศ์ รองนายกสมาคมชาวสวนปาล์มน้ำมัน จ.ตรัง กล่าวว่า จากสถานการณ์สงครามที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลางส่งผลให้เกิดวิกฤตด้านพลังงาน และรัฐบาลประกาศว่าน้ำมันในประเทศไทยยังมีเพียงพอไปอีกประมาณ 60 วัน ไม่ขาดแคลน แต่สงครามที่เกิดขึ้นเห็นได้ชัดถึงปัญหาด้านพลังงาน ดังนั้น ทางสมาคมจึงเสนอขอให้รัฐบาลดำเนินการสำหรับไบโอดีเซลที่ผลิตจากน้ำมันปาล์มในปัจจุบันคือ B5 และอดีตก็เคยพัฒนาไปเป็น B20 หรือ B100 เพื่อใช้กันมาแล้ว

นายฉัตรชัยกล่าว แต่วันนี้จากปัญหาสงครามที่ไม่รู้ว่าจะยืดเยื้อไปถึงไหน จนกำลังส่งผลให้เกิดวิกฤตด้านพลังงานน้ำมันที่ประเทศไทยมีอยู่อย่างจำกัดนั้น สมาคมปาล์มน้ำมันจึงอยากเสนอให้รัฐบาลกลับมาทบทวน เพื่อนำผลผลิตทางการเกษตรที่เรามีเป็นจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นความมั่นคงด้านวัตถุดิบอยู่แล้ว และพัฒนาต่อยอดให้เป็นความมั่นคงด้านพลังงานด้วยคือน้ำมันปาล์ม ซึ่งก็เป็นไปตามแนวพระราชดำริของในหลวง ร.9 ที่พระองค์ท่านทรงคิดค้นไบโอดีเซล โดยนำกลับมาใช้ในอัตราส่วนที่เพิ่มขึ้น เพื่อช่วยทั้งเรื่องความมั่นคงด้านพลังงาน
นายฉัตรชัยกล่าวอีกว่า นอกจากนี้ จะเป็นการช่วยเหลือเกษตรกร เนื่องจากอีกไม่นานนี้ผลผลิตปาล์มน้ำมันก็จะเกิดภาวะล้นตลาด และน่าจะประจวบเหมาะพอดีที่ประเทศไทยกำลังเกิดวิกฤตด้านพลังงาน รัฐบาลจึงควรพลิกวิกฤตนี้ให้เป็นโอกาส โดยการเอาน้ำมันปาล์มมาใช้เพิ่มในสัดส่วนไบโอดีเซล จาก B5 เป็น B10 หรือ B20 และจากการศึกษาวิจัยพบว่าน้ำมันปาล์มยังสามารถพัฒนาเป็นนวัตกรรมชั้นสูง เช่น เป็นน้ำมันไบโอเจ็ต ที่ใช้กับเครื่องบินเจ็ต น้ำมันหล่อลื่น หรือสารตั้งต้นผงซักฟอก ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง โดยที่มีภาคเอกชนในระดับโลกก็สนใจจะเข้ามาลงทุนผลิต เพียงแต่รัฐบาล หรือกระทรวงพลังงาน จะต้องให้การสนับสนุน

นายฉัตรชัยกล่าวว่า ส่วนผลผลิตปาล์มน้ำมันในปีนี้คาดว่าน่าจะออกช้ากว่าทุกปี โดยล่าสุดยังมีสต๊อกอยู่เท่าเดิมประมาณประมาณ 2.8 แสนตัน แต่คาดว่าอีกไม่นานผลผลิตจะออกมาเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อเกษตรกรด้านราคาที่จะตกต่ำลง รัฐบาลจึงควรใช้โอกาสนี้นำน้ำมันปาล์มในสต็อกมาผลิตเป็นไบโอดีเซลเพิ่มขึ้น เพราะปัญหาวิกฤตด้านพลังงานน้ำมันที่กำลังเกิดขึ้นในขณะนี้ นอกจากจะมีการปรับราคาสูงขึ้นแล้ว ยังไม่สามารถขนส่งมายังประเทศไทยได้ ฉะนั้น จงอย่ารอให้เกิดวิกฤตจนเกิดภาวะขาดแคลนน้ำมันจริงๆ ทั้งที่เรามีผลผลิตปาล์มน้ำมันเป็นจำนวนมากอยู่แล้ว โดยช่วงแรกอาจจะเอามาใช้เฉพาะในช่วงสงครามนี้ หรือใช้ในช่วงที่มีสต๊อกน้ำมันปาล์มเกิน แล้วในอนาคตค่อยปรับกันไปให้เหมาะสมต่อไป

