หน้าแรก ภูมิภาค ปิดตำนานสำนัก...

ปิดตำนานสำนักสัปเหร่อสนม จนท.รื้อเคลียร์พื้นที่คืนวัด ทำสาธารณประโยชน์

6.03.26 | 14:18 น.
สัปเหร่อสนม

ปิดตำนานสำนักสัปเหร่อสนม จนท.รื้อเคลียร์พื้นที่คืนวัด ทำสาธารณประโยชน์ ส่วนสุสานที่ฝังเด็ก ถ้าหากจบเรื่องขบวนการทางกฎหมายแล้วก็จะทำการทำบุญล้างป่าช้า

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม ที่บริเวณสุสานที่ฝังเด็ก หน้าวัดสิงห์ ตำบลศาลเจ้าโรงทอง อำเภอวิเศษชัยชาญ จังหวัดอ่างทอง นายอำเภอนำทีมกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และอาสากู้ภัยมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง รื้อเคลียร์พื้นที่สำนักสัปเหร่อสนม หลังผู้เสียหาย ออกมาร้องเรียนว่ามีสัปเหร่อสนม สัปเหร่อชื่อดังจังหวัดอ่างทอง ที่โด่งดังทางด้านผ่าศพหญิงสาวตายทั้งกลม เพื่อแยกเด็กและแม่ตามความเชื่อของโบราณ และได้นำเด็กไปฝังไว้บริเวณข้างศูนย์กู้ภัย จนตั้งเป็นสุสานและมีของเล่น ขนม และเครื่องเซ่นสังเวย มีผู้นำมาถวายและบริจาค โดยผู้เสียหายร้องเรียน ว่า สัปเหร่อคนดัง ให้อาบน้ำมนต์และปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายต่าง ๆ ภายในห้องดอกแก้ว และถูกกระทำอนาจารกับหญิงสาว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ขนย้าย พบงูไม่ทราบชนิดเลื้อยออกมาจากบริเวณสุสาน สร้างความระทึกให้แก่ผู้พบเห็น แต่ไม่ทำอันตรายใคร จึงปล่อยให้เลื้อยเข้าป่าไป สำนักสัปเหร่อ นายสนม วัย 81 ปี ที่มีคดีกระทำอนาจารกับหญิงสาว ที่รับอาบน้ำมนต์และปัดเป่าสิ่งชั่วร้ายต่าง ๆ ภายในห้องดอกแก้ว และยังมีเรื่องที่โด่งดังทางด้านผ่าศพหญิงสาวตายทั้งกลมในสื่อออนไลน์ เพื่อแยกเด็กและแม่ตามความเชื่อของโบราณ และได้นำเด็กไปฝังไว้บริเวณข้างศูนย์กู้ภัย จนตั้งเป็นสุสานและมีของเล่น ขนม และเครื่องเซ่นสังเวย

ด้านนายอภิชาติ ศรีเหรา นายอำเภอวิเศษชัยชาญ เปิดเผยว่า ได้พูดคุยกับทาง นายสนม สัปเหร่อคนดังที่เป็นข่าว และทางญาติยินยอมตกลงให้รื้อถอนสิ่งปลูกสร้างอาคาร แปรสภาพให้เป็นพื้นที่ว่างเปล่าให้กับทางวัด เพื่อให้ทางวัดไปบริหารจัดการแล้วแต่ทางวัด ส่วนบริเวณสุสานที่ฝังเด็ก ทางอำเภอจะประสานกับทาง สภ.วิเศษชัยชาญ และประสานกับทางกองบังคับการปราบปรามอีกที เรื่องสุสานที่ฝังเด็กตรงนี้ ถ้าหากจบเรื่องขบวนการทางกฎหมายแล้ว ก็จะทำการทำบุญล้างป่าช้า นำร่างเด็กบำเพ็ญกุศลตามศาสนาต่อไป

Advertisement

ทางพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปราม ได้คุมตัว สัปเหร่อสนม หรือ นายสนม อายุ 81 ปี ส่งฝากขังศาลอาญาในข้อหาอนาจาร รวมทั้งหมด 7 คดี โดยพนักงานสอบสวนได้ยื่นคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากเป็นคดีโทษสูง หวั่นหลบหนี และเข้าไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน ขณะที่ผู้ต้องหาให้การภาคเสธ โดยอ้างว่าเป็นการประกอบพิธีตามความเชื่อ