หน้าแรก ภูมิภาค ​กกต.แหลมใหญ่...

​กกต.แหลมใหญ่ สมุทรสงคราม แจ้งจับมือดี ฉกบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง 2 จุด เตือนโทษหนัก

6.03.26 | 15:59 น.

​กกต.แหลมใหญ่ สมุทรสงคราม แจ้งจับมือดี ฉกบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาเทศบาล และนายกเทศมนตรี 2 จุด เตือนโทษหนัก คุกสูงสุด 10 ปี  เพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปี

 

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดร.อุทิศ ดวงผาสุข ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ประจำเทศบาลตำบลแหลมใหญ่ พร้อมด้วย นายณัฐวุฒิ กิ่งโก้ ผู้อำนวยการ กกต.ประจำเทศบาลตำบลแหลมใหญ่ เดินทางเข้าพบ ร.ต.ท.มนตรี สายวงศ์ รองสารวัตร (สอบสวน) สถานีตำรวจภูธรเมืองสมุทรสงคราม เพื่อแจ้งความดำเนินคดีกับผู้ก่อเหตุลักลอบขโมยบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิเลือกตั้ง

​เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นกับบัญชีรายชื่อที่ทาง กกต. นำไปติดประกาศไว้เพื่อให้ประชาชนตรวจสอบความถูกต้องก่อนการเลือกตั้ง โดยพบว่าบัญชีรายชื่อสูญหายไปจากสถานที่ประกาศ 2 จุด ประกอบด้วย หน่วยเลือกตั้งที่ 4 เขตเลือกตั้งที่ 1 หมู่ 3 ตำบลแหลมใหญ่ และ หน่วยเลือกตั้งที่ 1 เขตเลือกตั้งที่ 2 หมู่ 3 ตำบลแหลมใหญ่


​ทั้งนี้ บัญชีรายชื่อดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นการประกาศเพื่อให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งได้ตรวจสอบรายชื่อของตนเองให้เรียบร้อย ก่อนจะมีการลงคะแนนเสียงเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นและผู้บริหารท้องถิ่น ในวันอาทิตย์ที่ 29 มีนาคม 2569 ที่จะถึงนี้

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียงและสืบหาเบาะแสเพื่อนำตัวผู้กระทำความผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมายอย่างเร่งด่วนต่อไป

Advertisement

​ ด้าน น.ส.มาณวิกา ทองประเสริฐ ผู้อำนวยการ กกต.ประจำจังหวัดสมุทรสงคราม ได้ออกมาชี้แจงและฝากเตือนไปยังประชาชนว่า การกระทำดังกล่าวถือเป็นความผิดทางกฎหมายที่ร้ายแรง โดยระบุว่าผู้ที่ขโมยบัญชีรายชื่อจะมีความผิดตามกฎหมายอาญาในข้อหาลักทรัพย์ และหากสืบสวนพบว่ามีการนำไปใช้เพื่อเจตนาทุจริตในการเลือกตั้ง จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นเพิ่มเติม

​ จึงขอเตือนผู้ที่คึกคะนองหรือมีเจตนาไม่หวังดี การขโมยเอกสารทางราชการในลักษณะนี้ออกมาเตือนนอกจากจะมีความผิดตาม กฎหมายอาญาข้อหาลักทรัพย์ และหากนำไปใช้เพื่อทุจริตในการเลือกตั้งอาจมีความผิดตาม พรบ.การเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่นได้ โดยมีโทษต้องระวางโทษจำคุก จำคุก 1-10 ปี ปรับ 20,000-200,000 บาทและขอให้ศาลเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 20 ปีด้วย