ร้านขายปุ๋ยอุดรฯไม่เพิ่มสต็อกกักตุน ชี้เหตุน้ำมันขึ้นราคา ปุ๋ยก็ขยับขึ้นตาม
จากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง เกิดความกังวลในการนำเข้าปุ๋ยเคมีของประเทศไทย ด้านกระทรวงพาณิชย์ได้สั่งควบคุมราคาทั่วประเทศ พร้อมกับย้ำว่าปริมาณปุ๋ยเคมีในประเทศยังอยู่ในระดับเพียงพอในความต้องการ และเตือนประชาชนไม่ต้องตื่นตระหนกในเรื่องนี้ ไม่จำเป็นต้องเร่งซื้อหรือกักตุนปุ๋ยเคมีไว้ในปริมาณมากนั้น

เมื่อวันที่ 6 มีนาคม ผู้สื่อข่าวสำรวจร้านจำหน่ายสินค้าทางการเกษตรรายใหญ่ 2 ร้าน ในเขตเทศบาลนครอุดรธานี ร้านแรกคือร้าน “ใจฮะการเกษตร” ร้านที่ สองคือร้าน “ไทยสามัคคี” พบว่ายังอยู่ในภาวะปกติ มีประชาชนมาซื้อสินค้าตามความต้องการไม่มากกว่าที่ผ่านมา ไม่มีการขึ้นราคาปุ๋ยเกินกว่าราคากลางที่กำหนด และไม่มีการจัดเก็บหรือตุนสินค้า
นางไอลดา อายุ 65 ปี เจ้าของร้านไทยสามัคคี เปิดเผยว่า สถานการณ์ที่อุดรธานียังปกติ ราคาปุ๋ยอาจจะขึ้นเล็กน้อย คิดว่าชาวบ้านยังพอสู้ไหว เพราะช่วงนี้ไม่ใช่ฤดูทำนา เพาะปลูก ยังไม่ถึงฤดูฝน อาจจะยังไม่ได้ต้องการมากเท่าไหร่ แต่ถ้าสงครามตะวันออกกลางจบภายใน 60 วัน คิดว่าไม่น่ามีปัญหา ไม่กระทบ เรื่องกระทบก็คงมีแค่น้ำมันเชื้อเพลิงแค่นั้น ถามว่าปุ๋ยขึ้นราคามั้ยช่วงนี้ก็ขึ้น ประมาณ 50 บาทต่อกระสอบ ชาวบ้านยังพอสู้ไหว ยังพอสู้ได้

“ที่ผ่านมาราคาปุ๋ยขึ้นลงอยู่ตลอด ส่วนมากจะเป็นช่วงที่น้ำมันขึ้น ถ้าน้ำมันขึ้นค่าขนส่งขึ้นปุ๋ยก็จะขึ้น ราคาไม่ไม่เกิน 50-100 บาท ตอนนี้ปุ๋ยราคาก็อยู่กระสอบละ 900 บาท แล้วแต่ยี่ห้อและสูตรปุ๋ย ถ้าส่วนกลางไม่ขึ้นเราก็ไม่ขึ้น ถามว่าภาวะสงครามกังวลบ้างหรือไม่ ไม่กังวล ชาวบ้านเขาก็ใช้ปุ๋ยที่ทำเองได้ ใช้ขี้วัวบ้างขี้ไก่บ้าง ยกเว้นพวกไร่อ้อยหรือการเกษตรอื่นที่มีพื้นที่เยอะ”
นางไอลดา เปิดเผยอีกว่า ต้นฤดูฝนหรือฤดูเพาะปลูกอาจจะเห็นภาพคนเริ่มเข้ามาซื้อมากขึ้น แต่ส่วนมากถ้าปุ๋ยแพงเค้าก็จะลดการใช้ลง ถ้าปุ๋ยถูกก็ใช้ปุ๋ยเต็มที่ แต่เดี๋ยวนี้เขาก็ลดลง อย่างเคยใช้ 4-5 กระสอบ ก็เหลือแค่ 2 กระสอบ ส่วนการสต็อกสินค้าปุ๋ยเคมี ก็สต็อกไว้ปกติ ไม่ได้เพิ่มเติมอะไร ค้าขายแบบซื้อมาขายไป ราคามาแพงเราก็ขายแพง ราคาปกติเราก็ขายปกติ จะไม่สต็อกสินค้า
จากนั้นผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านหนองบึงมอ ต.เชียงเพ็ง อ.กุดจับ จ.อุดรธานี พื้นที่ลุ่มน้ำห้วยหลวงตอนกลาง บางส่วนเริ่มทำนาปรัง หว่านปุ๋ยมาแล้ว 1 รอบ นายธวัขชัย ทวีคูณ อายุ 53 ปี ชาวนาบ้านหนองบึงมอ เปิดเผยว่า ปีนี้ทำนาปรัง 10 ไร่ หวังว่าจะได้ผลผลิตมากขึ้น จากภาวะสงครามตะวันออกกลาง ก็ติดตามข่าวอยู่ตลอด รู้สึกกังวลใจเหมือนกัน เพราะหากปุ๋ยราคาแพงขึ้น ก็ต้องแบกรับต้นทุนที่สูงขึ้น ปกติก็ไม่ค่อยได้กำไรมากนัก ทำนาไปก็พอได้กินข้าว เหลือก็แบ่งขายได้นิดหน่อย หากราคาน้ำมันสูงขึ้น ปุ๋ยก็แพงขึ้น แต่ไม่ได้ไปซื้อปุ๋ยมาตุนไว้ เพราะยังมีเหลือพอในการทำนาปีนี้ ต้องมาลุ้นอีกครั้งในฤดูฝนที่จะมาถึง หากน้ำท่วมอีก ก็คงจะขาดทุนซ้ำไปอีกปี

