กรณีมีเจ้าแม่เงินกู้นอกระบบคิดดอกเบี้ยโหดกับชาวบ้านในจังหวัดนครพนม และใช้เล่ห์เพทุบายต่าง ๆ เพื่อยึดที่ดิน จนเจ้าหน้าที่ตำรวจเข้าจับกุมนางสาวสุนภา หรือสุพิชญ์ฌา เรืองสุวรรณ หรือ อภิชัจฐ์โภคิน อายุ 56 ปี เจ้าของ บจ.มิตรศิลป์มอเตอร์ไซด์ ซึ่งเป็นทั้งร้านจำหน่ายรถจักรยานยนต์และที่พักอาศัยของเจ้าแม่เงินกู้
เบื้องต้นได้ตรวจยึดเอกสารเกี่ยวกับการจดจำนองที่ดิน โฉนดที่ดิน เงินสด 420,000 บาท สมุดเงินฝากธนาคารจำนวนหนึ่ง เครื่องประดับ 11 รายการ มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท และ รถจักรยานยนต์มือสองกว่า 400 คัน ในโกดังขนาดใหญ่ ไว้ทำการตรวจสอบ ภายหลัง “เจ้สุ” ได้ยื่นประกันตัวด้วยวงเงิน 300,000 บาท และเก็บตัวเงียบอยู่แต่บ้านตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุด วันที่ 19 พ.ค.60 ที่ สภ.เมืองนครพนม ตั้งแต่ช่วงเช้า มีลูกหนี้ของ “เจ๊สุ” ทยอยมาแจ้งความอย่างต่อเนื่อง
นางฉลอง สอนรมย์ อายุ 65 ปี ซึ่งเป็นเกษตรกรต้นแบบนาแปลงใหญ่ ปลูกพืชไร่นาสวนผสม ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน ปี 2555 เอาโฉนดที่ดินไปขอกู้จำนวนเงิน 250,000 บาท เพื่อนำไปให้หลานสาวลงทุนรับเหมาก่อสร้าง แต่จดจำนองเป็นเงิน 600,000 บาท คิดอัตราดอกเบี้ย ร้อยละ 3 บาท/เดือน ส่งดอกเบี้ยเดือนละ 7,500 บาท หลังทราบข่าว “เจ๊สุ” เจ้าแม่เงินกู้ถูกตำรวจจับกุม จึงมาแจ้งความร้องทุกข์เพิ่มเติม เพื่อขอจ่ายหนี้ตามที่กู้มาจริงเท่านั้น
นางไพพิรมย์ ชูศรีสม อายุ 51 ปี พร้อมกับญาติ เปิดเผยว่า ทราบข่าว “เจ๊สุ” ทางหน้าหนังสือพิมพ์ หลังจากปี 2553 นำโฉนดที่ดินขอกู้เงินจำนวน 250,000 บาท เพื่อเป็นค่าเดินทางให้ลูกสาวไปทำงานที่ประเทศเกาหลีใต้ จดจำนองเป็นเงิน 400,000 บาท หลังจดจำนองจากสำนักงานที่ดิน อ.พังโคน จ.สกลนคร แล้ว “เจ๊สุ” จ่ายเงินให้เพียง 180,000 บาท อ้างว่า หักค่าบริการต่าง ๆ 70,000 บาท ส่งดอกทุกเดือน ๆ ละ 7,500 บาท กระทั่งครบสัญญาจำนอง จะขอไถ่ถอน “เจ๊สุ” บอกนำเงิน 750,000 บาท มาไถ่ถอนเท่านั้น ถึงจะคืนที่ให้ เหตุที่รู้จัก บจ.ภูวษา ของ “เจ๊สุ” มีนายหน้าถือนามบัตรเข้าไปตามที่ผู้คนพลุกพล่านหรือหน่วยงานราชการต่างๆ ใน อ.พังโคน บอกว่าใครสนใจอยากได้เงินกู้ดอกเบี้ยถูกให้ติดต่อตามนามบัตรที่ให้ไว้ จึงรู้ว่าเป็น “เจ๊สุ” เจ้าแม่เงินกู้ดังกล่าว
นางมณี เสริมศักดิ์ศรี อายุ 72 ปี เดินทางมา สภ.เมืองนครพนม พร้อมกับญาติ ๆ นำเอกสารการกู้ยืมจาก “เจ๊สุ” มามอบให้กับเจ้าหน้าที่พร้อมเปิดเผยว่า ต้นปี 2560 มีนายหน้ามาจากจังหวัดขอนแก่น แจกแบอร์โทร.บจ.ภูวษา ว่า บริการกู้ยืมเงินในอัตราดอกเบี้ยถูก จึงติดต่อขอกู้ยืมเงินไปลงทุนค้าขาย 250,000 บาท ทำสัญญาจำนอง 500,000 บาท ส่งเงินต้นและดอกเบี้ยโดยโอนผ่านบัญชีเงินฝากธนาคาร ไปแล้วเกือบ 200,000 บาท แต่ได้รับใบเสร็จจาก บจ.ภูวษา ว่า เป็นค่าดอกเบี้ยไม่ใช่เงินต้น หลังเป็นข่าวครึกโครม จึงชักชวนกันมาจาก จ.สระบุรี มาแจ้งความร้องทุกข์ ให้พนักงานสอบสวนลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน เพราะเกรงจะถูก “เจ๊สุ” ยึดทรัพย์ เช่นกับรายอื่น ๆ
ผู้สื่อข่างรายงานว่า กรณีที่เกิดขึ้นทำให้บรรยากาศในห้องพนักงานสอบสวน เต็มไปด้วยลูกหนี้ของ “เจ๊สุ” จนล้นออกมานอกห้องสอบสวน
ขณะเดียวกัน พ.ต.อ.ชัชวาลย์ แก้วจันดี รอง ผบก.ภ.จว.นครพนม เปิดเผยว่า ได้แบ่งงานกับ เจ้าหน้าที่ ปปง. เรียบร้อยแล้ว ทางตำรวจมีหน้าที่สอบสวน ทางคดีอาญา ส่วน ปปง.รับผิดชอบตรวจสอบทรัพย์สินทุกอย่างของ “เจ๊สุ” เริ่มจากขอข้อมูล การร้องทุกข์ของลูกหนี้ที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดนครพนม เพื่อนำมาประกอบสำนวนการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ข่าวคืบหน้าจะนำเสนอต่อไป


