สมุทรสงครามถอดบทเรียนรับมือน้ำทะเลหนุน หลังน้ำเค็มทำเสียหายกว่าสองหมื่นไร่

(19 ม.ค.59) ดร.รุจีพัชร บุญจริง เกษตร จ.สมุทรสงคราม พร้อมนายชัยยันต์ อยู่ศิริ ประธานสภาเกษตรกร จ.สมุทรสงคราม และเจ้าหน้าที่สำนักงานเกษตร อ.อัมพวา จัดเวทีถอดองค์ความรู้แก้ไขปัญหาน้ำเค็มแบบยั่งยืน ที่บ้านดนตรี ตำบลสวนหลวง อำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำเค็มรุกพื้นที่การเกษตรจากสภาวะภัยแล้งปี 2559 โดยมีเกษตรกรในพื้นที่ตำบลสวนหลวงเข้าร่วมแลกเปลี่ยนความรู้เกือบ 100 คน

ดร.รุจีพัชร กล่าวว่าจังหวัดสมุทรสงครามมีพื้นที่การเกษตร 160,655 ไร่ เกษตรกร 17,252 ราย ตั้งอยู่ในลุ่มน้ำแม่กลอง ในฤดูฝนปี 258 ที่ผ่านมามีปริมาณน้ำน้อย สถานการณ์วิกฤติภัยแล้งในระหว่างเดือน พ.ย. 2558 – เม.ย. 2559 จึงมีผลต่อปริมาณน้ำจืด ซึ่งเป็นต้นน้ำเหนือเขื่อนมีปริมาณลดลง ทำให้น้ำทะเลหนุนสูง ดันให้น้ำเค็มเข้ามาในพื้นที่ทำการเกษตรของเกษตรกรสร้างความเสียหายให้กับสวนผลไม้ใน 3 อำเภอ 21 ตำบล 23,413 ไร่ และพืชผัก 426 ไร่ สำนักงานเกษตรจังหวัดจึงเตรียมความพร้อม โดยจัดเวทีถอดบทเรียนการแก้ไขปัญหาน้ำเค็มแบบยั่งยืน โดยเกษตรกรชุมชนในพื้นที่เข้ามามีส่วนร่วมเพื่อศึกษาและแลกเปลี่ยนข้อมูลจากประสบการณ์จริงผสมผสานกับวิธีทางวิชาการและประมวลบทเรียนเป็นองค์ความรู้เพื่อแก้ไขปัญหาน้ำเค็มอย่างยั่งยืน

นอกจากนี้ ดร.รุจีพัชร กล่าวว่า จากปัญหาภัยแล้งดังกล่าวจำเป็นต้องบริหารจัดการน้ำอย่างประหยัดควบคู่กับการปฏิบัติต่อพืช เพื่อลดการระเหยของน้ำจากดินและการใช้น้ำของพืช จึงจะทำให้พืชเศรษฐกิจผ่านพ้นวิกฤติภัยแล้งและน้ำเค็มไปได้ สำหรับพืชที่ปลูกลงดินแบบล่องสวน ให้ป้องกันการระเหยของน้ำจากดิน โดยไถพรวนปิดล่องแยกระแหง, คลุมโคนต้นด้วยพลาสติก, ฟางและหญ้าแห้ง, ทำการพลางแสงแดด เพื่อลดการคายน้ำ, ตัดแต่งกิ่งที่ไม่ให้ผลผลิต, ตัดแต่งช่อดอกและต้นอ่อนทิ้งตามความเหมาะสม, การลอกและสาดเลนจากร่องสวนขึ้นบริเวณหลังร่องสวน, ให้น้ำอย่างประหยัด พอเหมาะพอชุ่ม เป็นต้น สำหรับพืชล้มลุกที่ปลูกในโรงเรียนเพาะชำ ควรให้น้ำแบบประหยัด, ทำการพลางแสงแดด เพื่อลดการคายน้ำเลือกใช้วัสดุที่อุ้มความชื้นให้แก้ต้นพืชเพิ่มเติม,ตัดหน่อแก่ทิ้ง เป็นต้น นอกจากนี้ยังต้องเตรียมน้ำสำรองด้วยการเก็บน้ำในร่องสวนหรือบ่อเก็บน้ำ, ขุดบ่อโพง หรือบ่อปอก, รวมทั้งขุดน้ำบาดาล หรือบาดาลน้ำตื้นด้วย

นายถนอม วัชวงษ์ ชาวสวนผสมหมู่ 10 ต.สวนหลวง อ.อัมพวา จ.สมุทรสงคราม กล่าวถึงแนวทางการป้องกันภัยแล้งว่าช่วงที่เกิดภัยแล้งไม้ควรตัดหญ้าที่อยู่ในสวนเพื่อให้หญ้าช่วยคลุมดินซึมซับความชื้น นอกจากนี้พืชที่อุ้มน้ำเช่นกล้วย, ผักตบชวา ควรนำมาคลุมโคนต้นพืชไว้ก็จะช่วยได้เป็นอย่างดี

Advertisement
QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image