แรงงานไทยในอิสราเอล กว่า 400 ชีวิต ยันยังปลอดภัย อยู่ห่างพื้นที่สู้รบ ฝากบอกครอบครัวไม่ต้องห่วง
เมื่อวันที่ 9 มีนาคม จากสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ทำให้หลายครอบครัวคนไทยที่มีญาติไปทำงานในประเทศอิสราเอล เป็นห่วงกับสถานการณ์การสู้รบ ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปบ้านของ นางสาวจุรีรัตน์ (สงวนนามสกุล) ชาวบ้านตำบลวังสะพุง อ.วังสะพุง จ.เลย หลังทราบว่า มีลูกชายนายธนาพงศ์ (สงวนนามสกุล) เดินทางไปทำงานที่อิสราเอล กำลังคุยวิดีโอคอล สอบถามสถานการณ์ พร้อมกับยืนยันปลอดภัยดี ยังไม่กลับบ้าน และได้ให้สัมภาษณ์ทางวิดีโอคอล
นายธนาพงศ์กล่าวว่า ตนเริ่มมาทำงานที่ประเทศอิสราเอล ตั้งแต่วันที่ 22 เมษายน 2568 จะครบปีในเดือนหน้า โดยทำงานที่เมืองบูกาต้า ซึ่งตั้งอยู่ทางตอนเหนือของอิสราเอล มีคนไทยมาทำงานอยู่เมืองนี้ประมาณ 400 คน ส่วนใหญ่ทำงานเกษตรกรรม ส่วนตนทำงานอยู่ในสวนองุ่น เมืองบูกาต้าทุกวันยังใช้ชีวิตเป็นปกติ จะมีบางการสู้รบส่วนใหญ่จะเป็นพื้นที่เฉพาะทางการทหารจะเป็นรอบนอกเสียมากว่า
นายธนาพงศ์กล่าวต่อว่า ส่วนที่แคมป์ทำงานและในตัวเมืองบูกาต้า ยังคงปกติไม่มีการสู้รบแต่อย่างใด ในแคมป์ที่พักและในสวนองุ่นจะมีหลุมหลบภัยให้ ทุกวันยังคงทำงานเป็นปกติ ช่วงแรกๆ ของการสู้รบจะมีระเบิดผ่านหัวไปบาง แต่ส่วนใหญ่ก็ไปตกในเขตของทหาร เท่าที่ทราบการสู้รบจะมีอยู่เฉพาะในเมืองหลวงของประเทศอิสราเอล ส่วนทางตอนเหนือตอนนี้ทุกอย่างยังปกติดี ยังไม่ได้ส่งผลกระทบใดๆ แต่เพื่อไม่ประมาท หากมีสัญญาณเตือนภัยดังขึ้น แรงงานทุกคนจะรีบเข้าหลุมหลบภัยทันที
“ขอฝากบอกคนไทยที่อยู่ในประเทศไทยว่า ไม่ต้องเป็นห่วงมาก ไม่ต้องวิตกกังวลอะไร ทางนี้ปลอดภัยดี เพราะทำตามกฎระเบียบของอิสราเอล ถ้าเราทำตามที่เขาบอกเราจะปลอดภัยดีทุกคน” นายธนาพงศ์กล่าว
ด้านนายโจโจ้ (นามสมมุติ) ชาวอำเภอผาขาว จ.เลย เพื่อนของนายธนาพงศ์กล่าวว่า ตนมาทำงานที่อิสราเอลกว่า 4 ปีแล้ว ช่วงนี้ประเทศอิสราเอลได้มีการสู้รบกัน หากมีเสียงเตือนพวกเราก็วิ่งไปหลุมหลบภัย การสู้รบครั้งนี้ทางภาคเหนือของอิสราเอลยังไม่รุนแรง ยังไม่ได้รับผลกระทบ คนไทยทางเมืองไทย ญาติพี่น้อง ไม่ต้องเป็นห่วง ส่วนใหญ่เขาจะยิงผ่านหัวเราไป ซึ่งตนอยู่ในเขตเบนชีอัน ติดกับประเทศจอร์แดน ทุกวันยังทำงานเป็นปกติ เช้าออกทำงานเลิกงานกับเข้าแคมป์ที่พัก ปกติทุกอย่างเหมือนกับไม่มีสงคราม อยู่ได้สบายๆ

