หน้าแรก ภูมิภาค เปิดแผน &#821...

เปิดแผน ‘เข้าเร็ว-ออกเร็ว’ คุมเข้มไฟป่า สกัดลาม

9.03.26 | 15:14 น.

หัวหน้าวอร์รูม อช.น้ำหนาว เข้มคุมไฟป่า เปิดแผน ‘เข้าเร็ว–ออกเร็ว’ สกัดลาม

วันที่ 9 มีนาคม นายสมเกียรติ กาติ๊บ หัวหน้าศูนย์สั่งการและติดตามไฟป่าและหมอกควัน (War Room) อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว จ.เพชรบูรณ์ กล่าวถึงสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่อุทยานฯว่า ปัจจุบันสถานการณ์ไฟป่าโดยรวมยังอยู่ในความควบคุม โดยอุทยานฯใช้ยุทธศาสตร์ “เข้าเร็ว–ออกเร็ว” เป็นหัวใจสำคัญในการควบคุมไฟป่า กล่าวคือเมื่อพบจุดความร้อนหรือมีรายงานการเกิดไฟ เจ้าหน้าที่จะเร่งส่งกำลังเข้าพื้นที่ทันที เพื่อควบคุมไฟตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ไม่ปล่อยให้ลุกลามขยายวงกว้าง โดยเฉพาะในช่วงฤดูแล้งที่มีเชื้อเพลิงตามธรรมชาติสะสมจำนวนมาก เช่น ใบไม้แห้ง ซึ่งทำให้ไฟสามารถลุกลามได้อย่างรวดเร็ว

“การเข้าดับไฟป่าในหลายจุดของอุทยานฯมีความยากลำบาก เนื่องจากเป็นพื้นที่ป่าลึกและภูมิประเทศเป็นภูเขาสลับซับซ้อน บางพื้นที่รถไม่สามารถเข้าถึงได้ เจ้าหน้าที่จึงต้องเดินเท้าเข้าไปยังจุดเกิดเหตุเป็นระยะทางไกล แม้จะเป็นป่าลึกหรือพื้นที่ทุรกันดาร เจ้าหน้าที่ก็ต้องเข้าไปควบคุมไฟให้ได้ เพื่อไม่ให้ไฟลุกลามขยายวงกว้าง บางครั้งต้องใช้เวลาปฏิบัติงานหลายชั่วโมง และบางกรณีเจ้าหน้าที่ต้องพักค้างคืนในป่าเพื่อเฝ้าระวังไฟที่อาจปะทุขึ้นมาอีก”นายสมเกียรติ กล่าว

นายสมเกียรติกล่าวอีกว่า อุทยานฯยังมีมาตรการป้องกันไฟป่าอย่างต่อเนื่อง ทั้งการจัดทำแนวกันไฟในพื้นที่เสี่ยง การบริหารจัดการเชื้อไฟตามหลักวิชาการ เช่น การเผาควบคุมหรือเผาชิง เพื่อลดปริมาณเชื้อเพลิงในป่า และกระตุ้นให้เกิดหญ้าอ่อนเป็นอาหารของสัตว์ป่า เช่น กระทิง โดยดำเนินการภายใต้การควบคุมของเจ้าหน้าที่อย่างเข้มงวด นอกจากนี้ยังมีการจัดเจ้าหน้าที่ออกลาดตระเวนในจุดเสี่ยงอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการลักลอบจุดไฟในป่าสำหรับการล่าสัตว์หรือหาของป่า

Advertisement

ข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้ War Room ศูนย์สั่งการและติดตามไฟป่าและหมอกควัน อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ได้รับรายงานจุดความร้อน (Hotspot) จากดาวเทียม Suomi NPP ระบบ VIIRS เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2569 เวลา 13.41 น. พบกลุ่มไฟจำนวน 1 กลุ่ม รวม 3 จุด บริเวณห้วยขอนแก่น ครอบคลุมพื้นที่ ต.หลักด่าน อ.น้ำหนาว และ ต.ห้วยไร่ อ.หล่มสัก จ.เพชรบูรณ์

จากนั้นเจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์อุทยานแห่งชาติน้ำหนาว นน.05 (ภูหมอก) พร้อมเจ้าหน้าที่ส่วนกลาง และกำลังจากจุดเฝ้าระวัง นน.01–นน.05 รวม 29 นาย เข้าปฏิบัติการดับไฟในพื้นที่ โดยเริ่มเข้าดับไฟเมื่อวันที่ 8 มีนาคม 2569 เวลา 13.00 น. และสามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ในเวลา 17.00 น. ของวันเดียวกัน เบื้องต้นพบว่าไฟป่าเกิดในพื้นที่ป่าเบญจพรรณและป่าเต็งรัง มีพื้นที่ได้รับความเสียหายประมาณ 50 ไร่ โดยคาดว่าสาเหตุเกิดจากการลักลอบล่าสัตว์ในพื้นที่ป่าอนุรักษ์