โคราชสัปดาห์ พบจุดความร้อน Hotspot เกือบ 160 จุด ขณะที่วานนี้เพียงวันเดียว พบจุดความร้อนถึง 21 จุด ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่เกษตร คาดลอบเผาเตรียมพื้นที่เพาะปลูกรอบใหม่ และเผาหาของป่า
เมื่อวันที่ 9 มีนาคม สำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 11 (นครราชสีมา) ได้รายงานสถานการณ์ไฟป่า หมอควัน และฝุ่นมลพิษในอากาศของ จ.นครราชสีมา ว่า ผลการตรวจคุณภาพอากาศเช้าวันนี้ เวลา 07.00 น. พบว่า คุณภาพอากาศอยู่ในเกณฑ์ปานกลาง “สีเหลือง” วัดค่าฝุ่น PM 2.5 ได้ 27.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร มีอัตราการระบายอากาศดี แต่ประชาชนควรลดระยะเวลาทำกิจกรรมกลางแจ้งหรือลดการออกกำลังกายที่ใช้แรงมาก ส่วนกลุ่มเสี่ยงควรสวมหน้าการอนามัยป้องกันตนเองและเฝ้าระวังสุขภาพ หากมีอาการผิดปกติให้รีบไปพบแพทย์
ในขณะที่สำนักงานพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศและภูมิสารสนเทศ (องค์การมหาชน) หรือ GISTDA ได้รายงานข้อมูลจุดความร้อนสะสมจำแนกรายจังหวัด ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2568 – 8 มีนาคม 2569 ว่า จ.นครราชสีมา พบจุดความร้อน หรือ Hotspot มากถึง 1,033 จุด โดยพบจุดความร้อนในพื้นที่เกษตรมากสุด 420 จุด , เขต สปก.305 จุด ,ป่าสงวนแห่งชาติ 175 จุด , ชุมชนและอื่นๆ 98 จุด , ป่าอนุรักษ์ 21 จุด และริมทางหลวง 14 จุด
เฉพาะวานนี้ (8 มีนาคม 2569) เพียงวันเดียว จ.นครราชสีมา พบจุดความร้อนถึง 21 จุด เป็นพื้นที่การเกษตร 13 จุด , เขต สปก. 3 จุด ,ชุมชนและอื่น ๆ 3 จุด และป่าสงวนแห่งชาติ อีก 2 จุด ส่วนข้อมูลจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย รายงานจุดความร้อน Hotspot ของ จ.นครราชสีมา ระหว่างวันที่ 2 – 8 มีนาคม 2569 ว่า ในห้วงไม่ถึง 1 สัปดาห์ พบจุดความร้อนทั้งหมด 159 จุด โดยพบในพื้นที่เกษตรมากสุด 64 จุด รองลงมา คือ เขต สปก.46 จุด , พื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ 36 จุด , ชุมชนและอื่นๆ 9 จุด , ป่าอนุรักษ์ 2 จุด และพื้นที่ริมทางหลวง 2 จุด
เมื่อดูข้อมูลของแต่ละหน่วยงาน จะเห็นได้ว่า จุดความร้อนที่ตรวจพบ เกิดจากน้ำมือของมนุษย์มากที่สุด ไม่ว่าจะเป็นการลักลอบเผาเพื่อจะเตรียมพื้นที่เพาะปลูกรอบใหม่ หรือการลักลอบเผาเพื่อหาของป่า ล้วนแต่เป็นสาเหตุหลักก่อให้เกิดฝุ่นมลพิษในอากาศ และเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมาย สร้างความเสียหายอย่างร้ายแรงต่อพื้นที่อนุรักษ์
และเมื่อโฟกัสเฉพาะพื้นที่การเกษตร กรมส่งเสริมการเกษตรได้รายงานพิกัดจุดความร้อนที่ตรวจพบในช่วงวันที่ 1 – 8 มีนาคม 2569 ของ จ.นครราชสีมา ว่า พบจุดความร้อนมากสุดถึง 12 จุด ที่ อ.ด่านขุนทด และพบในอำเภออื่น อำเภอละ 5 จุด ที่ อ.คง และ อ.โนนสูง , อำเภอละ 2 จุด ที่ อ.โนนไทย อ.ปักธงชัย อ.หนองบุญมาก อ.สีคิ้ว อ.สูงเนิน และอำเภอละ 1 จุด ที่ อ.ชุมพวง อ.ครบุรี อ.เทพารักษ์ อ.ขามสะแกแสง อ.เฉลิมพระเกียรติ อ.พิมาย และ อ.โชคชัย โดยพื้นที่เกษตรส่วนใหญ่ที่ตรวจพบจุดความร้อน จะเป็นนาข้าว กว่า 59% , พื้นที่เกษตรอื่นๆ 22 % , ไร่อ้อย 16 % นอกนั้น เป็นไร่ข้าวโพด พืชหมุนเวียน และอื่นๆ จึงเป็นอำนาจหน้าที่ของเจ้าหน้าที่รัฐที่จะต้องเร่งยกระดับป้องกันอย่างเข้มข้น พร้อมกับลาดตระเวนป้องปรามและบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังกับผู้ที่กระทำผิดเหล่านี้


