หน้าแรก ภูมิภาค พาณิชย์นครพนม...

พาณิชย์นครพนม ยันปุ๋ยไม่ขาดตลาด คุมราคาเข้ม ขอเกษตรกรอย่ากักตุน

9.03.26 | 17:54 น.

พาณิชย์นครพนม ยันปุ๋ยไม่ขาดตลาด คุมราคาเข้ม ขอเกษตรกรอย่ากักตุน

วันที่ 9 มีนาคม เวลา 10.00 น. ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่สำรวจร้านจำหน่ายปุ๋ยในพื้นที่จังหวัดนครพนม โดย นางสาวสุภนี อิงอาจ เจ้าของร้านเมืองเกษตร อำเภอเมืองนครพนม เปิดเผยว่า ขณะนี้ปุ๋ยยูเรียยังมีเพียงพอต่อการจำหน่าย ไม่ได้เกิดภาวะขาดแคลน ส่วนราคามีการปรับขึ้นเล็กน้อยตามกลไกตลาด โดยทางร้านยังคงจำหน่ายตามปกติ ไม่ได้มีการกักตุนสินค้าแต่อย่างใด และยังจำหน่ายควบคู่กับปุ๋ยสูตรอื่น ๆ ซึ่งเกษตรกรส่วนใหญ่นำไปใช้กับนาข้าวและพืชผัก

ด้าน นายชิดชัย  อายุ 53 ปี เกษตรกรผู้ปลูกผักริมแม่น้ำโขง บ้านเมืองเก่า ตำบลท่าค้อ อำเภอเมืองนครพนม กล่าวว่า ปุ๋ยยูเรียยังมีความจำเป็นต่อการปลูกพืชผัก โดยเฉพาะในช่วงที่พืชเริ่มตั้งต้น ซึ่งจะช่วยให้พืชเจริญเติบโตดี ใบเขียวสด แม้จะทราบว่าเป็นปุ๋ยเคมี แต่ยังเป็นปุ๋ยที่เกษตรกรนิยมใช้กันอย่างแพร่หลายในการปลูกพืชผักเพื่อจำหน่ายในตลาด

ขณะที่ กระทรวงพาณิชย์ ยืนยันสถานการณ์ปุ๋ยเคมีในประเทศยังมีเพียงพอต่อความต้องการใช้ โดยมีการติดตามปริมาณนำเข้าและสต๊อกอย่างใกล้ชิด พร้อมกำชับผู้ประกอบการรายงานข้อมูลทุกวันที่ 10 ของเดือน เพื่อให้ภาครัฐสามารถบริหารจัดการสินค้าได้อย่างเหมาะสม พร้อมย้ำยังไม่มีความจำเป็นต้องกักตุนปุ๋ย

ข้อมูลล่าสุดระบุว่า ในเดือนมกราคมประเทศไทยมีสต๊อกปุ๋ยเคมีประมาณ 1.52 ล้านตัน ขณะที่มีความต้องการใช้เฉลี่ยเดือนละประมาณ 0.8 ล้านตัน จึงมั่นใจว่าปริมาณปุ๋ยยังเพียงพอต่อการใช้ภายในประเทศ และคาดว่าในเดือนมีนาคมจะมีปริมาณเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีการนำเข้าปุ๋ยล่วงหน้าก่อนเกิดสถานการณ์ตึงเครียดในตะวันออกกลาง

Advertisement


ส่วนปุ๋ยยูเรีย ปัจจุบันมีอยู่ประมาณ 0.32 ล้านตัน หรือราว 6.5 ล้านกระสอบ และอยู่ระหว่างการนำเข้าจาก ซาอุดีอาระเบีย 120,000 ตัน หรือประมาณ 2.4 ล้านกระสอบ รวมทั้งนำเข้าจาก มาเลเซียอีก 20,000 ตัน ทำให้คาดว่าจะมีปุ๋ยยูเรียรวมประมาณ 8.9 ล้านกระสอบ ซึ่งเพียงพอต่อการใช้งานในประเทศได้ประมาณ 5 เดือน นอกจากนี้ ไทยยังสามารถนำเข้าแม่ปุ๋ยโพแทสเซียมจาก แคนาดา จีน และเกาหลีใต้ รวมถึงมีแหล่งนำเข้าจาก มาเลเซียและบรูไน ที่สามารถนำเข้าได้ตามปกติ

ทั้งนี้ ปุ๋ยที่จำหน่ายในปัจจุบันส่วนใหญ่ยังเป็นสต๊อกเดิม จึงยังไม่มีการปรับราคาขึ้นมากนัก โดยกระทรวงพาณิชย์ได้สั่งการให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศลงพื้นที่ตรวจสอบราคาปุ๋ยอย่างต่อเนื่อง หากพบการฉวยโอกาสขึ้นราคาเกินสมควร หรือกักตุนสินค้า จะดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พร้อมขอความร่วมมือเกษตรกรไม่จำเป็นต้องกักตุน หากพบการจำหน่ายเกินราคาสามารถร้องเรียนได้ที่ สายด่วน 1569 หรือสำนักงานพาณิชย์จังหวัดทั่วประเทศ