กาญจนบุรี พบจุดความร้อน 77 จุด ขณะที่ ปภ.ส่งเฮลิคอปเตอร์ สนับสนุนภารกิจทิ้งน้ำดับไฟป่า 4 เที่ยว รวม 1.2 หมื่นลิตร ด้าน จนท.ระดมควบคุมแนวไฟและป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามขยายวงกว้าง
เมื่อวันที่ 10 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 9 มีนาคม นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี ได้ขอรับการสนับสนุนอากาศยานปีกหมุน ปภ. รุ่น KA-32 จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ร่วมกับกองทัพบก เพื่อปฏิบัติภารกิจแก้ไขปัญหาไฟป่าหมอกควัน และฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี
โดยเมื่อเวลา 14.15 น. เฮลิคอปเตอร์กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย KA-32 จำนวน 1 ลำ พร้อมนักบิน ทีมช่างอากาศยาน ฮ.ปภ.32 หมายเลข 02 ชุดปฏิบัติการบิน ฮ.ปภ.32 ถึงลานจอดเฮลิคอปเตอร์เขื่อนศรีนครินทร์ พร้อมประชุมสรุปสถานการณ์และประเมินพื้นที่เพื่อวางแผนการขึ้นบินทิ้งน้ำดับไฟป่าในพื้นที่จังหวัดกาญจนบุรี
15.30 น. อากาศยานปีกหมุน ปภ. รุ่น KA-32 วิ่งขึ้นจากสนามจอดเฮลิคอปเตอร์เขื่อนศรีนครินทร์ อำเภอศรีสวัสดิ์ ทิ้งน้ำดับไฟป่าบริเวณเขาโกเต็ง อุทยานแห่งชาติเขื่อนศรีนครินทร์ โดยเฮลิคอปเตอร์บินทิ้งน้ำจำนวน 4 เที่ยว ปริมาณน้ำ 12,000 ลิตร
ขณะที่ นายอรรคนิตย์ กลางประพันธ์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติลำคลองงู ในฐานะหัวหน้าศูนย์สั่งการและติดตามสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควัน พื้นที่ป่าอนุรักษ์อุทยานแห่งชาติลำคลองงู ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ประจำชุดลาดตระเวนที่4 (เกริงกระเวีย) ร่วมกับชุดเฝ้าระวังไฟป่า (บ้านเกริงกระเวีย) ได้ออกปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนและเฝ้าระวังสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่รับผิดชอบ โดยในระหว่างการปฏิบัติหน้าที่ได้ตรวจพบเหตุไฟป่าเกิดขึ้นบริเวณพื้นที่ป่าเกริงกระเวีย พิกัด 47P 0466091E 1643118N ซึ่งมีสภาพพื้นที่เป็นป่าเบญจพรรณสลับกับพื้นที่หญ้าแห้งและใบไม้ทับถมจำนวนมาก ทำให้มีเชื้อเพลิงธรรมชาติสะสมอยู่ในพื้นที่ค่อนข้างมาก
เจ้าหน้าที่จึงได้เข้าดำเนินการสกัดและควบคุมไฟป่าโดยใช้อุปกรณ์ดับไฟ ได้แก่ ไม้ตบไฟ และเครื่องเป่าลม เพื่อควบคุมแนวไฟและป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามขยายวงกว้างไปยังพื้นที่ป่าโดยรอบ จนสามารถควบคุมและดับไฟได้เป็นผลสำเร็จ โดยประเมินพื้นที่ได้รับความเสียหายประมาณ 100–150 ไร่
ต่อมาในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน ได้รับแจ้งจากชุดเฝ้าระวังไฟป่า (บ้านอู่ล่อง) พบเหตุไฟป่าเกิดขึ้นบริเวณพื้นที่ป่าเขาเขียว พิกัด 47P 0466386E 1637871N สภาพพื้นที่เป็นป่าบนเนินเขา มีหญ้าแห้ง กิ่งไม้ และใบไม้แห้งสะสมอยู่จำนวนมาก ซึ่งเป็นเชื้อเพลิงที่ทำให้ไฟสามารถลุกลามไปตามพื้นป่าได้ เจ้าหน้าที่ประจำชุดลาดตระเวน ที่4 (เกริงกระเวีย) จึงได้จัดกำลังเจ้าหน้าที่ จำนวน 2 ชุด เข้าตรวจสอบและดำเนินการควบคุมไฟป่าในบริเวณพื้นที่ดังกล่าว โดยใช้อุปกรณ์ดับไฟ ได้แก่ ไม้ตบไฟ และเครื่องเป่าลม ในการสกัดและควบคุมแนวไฟ พร้อมทั้งจัดทำแนวกันไฟเพื่อจำกัดขอบเขตการลุกลามของไฟป่า จนสามารถดับไฟได้เรียบร้อย โดยประเมินพื้นที่ได้รับความเสียหายประมาณ 50–80 ไร่ ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ในพื้นที่อย่างต่อเนื่องต่อไป
สรุปพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากเหตุไฟป่าในวันนี้ รวมประมาณ 150–230 ไร่ ทั้งนี้เจ้าหน้าที่จะยังคงดำเนินการเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ไฟป่าในพื้นที่อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการปะทุซ้ำของไฟป่า และจะรายงานสถานการณ์ให้ผู้บังคับบัญชาทราบต่อไป
ด้าน นายอำนาจ พัชระกุล หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่าที่ กจ.2 (บ้านสามหลัง) ส่วนป้องกันรักษาป่าและควบคุมไฟป่า พร้อมเจ้าหน้าที่ ดำเนินการตรวจสอบพื้นที่ตามรายงานจุดความร้อน (Hotspot) ในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าโรงงานกระดาษไทยแปลงที่หก พิกัดที่ 47P 511192E 1641467N พิกัดที่ 47P 509876E 1642297N พิกัดที่ 47P 509997E 1642434N พิกัดที่ 47P 509924E 1642681N คณะเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการดับไฟป่าได้ในบางพื้นที่ เนื่องจากเป็นภูเขาสูงชัน ไฟได้ลุกลามขึ้นไปบนภูเขา จึงได้ดำเนินการทำแนวกันไฟไว้อีกทางและเฝ้าระวังในพื้นที่ พื้นที่เสียหายรวมประมาณ 20 ไร่ บริเวณป่าเขาโกเต็ง หมู่ที่ 1 ตำบลเขาโจด อำเภอศรีสวัสดิ์ จังหวัดกาญจนบุรี
ทางด้าน นายพีร พวงมาลี หัวหน้าศูนย์สั่งการและติดตามสถานการณ์ไฟป่าและหมอกควัน อุทยานแห่งชาติไทรโยค ได้รับแจ้ง Hotspot จำนวน 3 จุด ดังนี้ พิกัดที่ 47P 0481394E 1597452N, พิกัดที่ 47P 0476906E 1599328N, พิกัดที่ 47P 0476814E 1599473N ซึ่งเป็นกลุ่มไฟที่ลุกลามมาจาก วันที่ 8 มี.ค. จำนวน 3 จุด บริเวณบ้านดาวดึงส์ หมู่ 6 และบ้านแม่น้ำน้อย หมู่ 5 ตำบลไทรโยค อำเภอไทรโยค จังหวัดกาญจนบุรี คณะเจ้าหน้าที่ ประกอบด้วย เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ฯ ที่ ทย.2 (ดาวดึงส์) เจ้าหน้าที่หน่วยพิทักษ์ฯ ที่ ทย.5 (แม่น้ำน้อย) เจ้าหน้าที่จุดเฝ้าระวังไฟป่า เจ้าหน้าที่สถานีควบคุมไฟป่า รวมทั้งหมด 20 นาย เข้าดำเนินการควบคุมและจัดทำแนวกันไฟ เพื่อป้องกันมิให้ไฟลุกลามขยายเป็นวงกว้าง
มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 9 มี.ค.69 จังหวัดกาญจนบุรี พบจำนวนจุดความร้อน (HOTSPOT) รวม 77 จุด ใน 10 อำเภอ จาก 13 อำเภอ โดยพบว่า อำเภอทองผาภูมิ พบจุดความร้อนมากที่สุด จำนวน 30 จุด แบ่งเป็น ป่าอนุรักษ์ 18 จุด ป่าสงวนแห่งชาติ 12 จุด รองลงมาเป็น อำเภอศรีสวัสดิ์ ซึ่งพบจุดความร้อน จำนวน 13 จุด แบ่งเป็น ป่าอนุรักษ์ 9 จุด ป่าสงวนแห่งชาติ 4 จุด ขณะที่ อำเภอเมืองกาญจนบุรี พบจุดความร้อน จำนวน 10 จุด โดยพบว่าเกิดขึ้นในพื้นที่ชุมชน
อำเภอสังขละบุรี พบจุดความร้อน จำนวน 7 จุด แบ่งเป็น ป่าอนุรักษ์ 4 จุด ชุมชนและอื่นๆ 3 จุด อำเภอด่านมะขามเตี้ย พบจุดความร้อน จำนวน 6 จุด ในพื้นที่ชุมชนและอื่นๆ อำเภอบ่อพลอย พบจุดความร้อน จำนวน 3 จุด แบ่งเป็น ป่าสงวนแห่งชาติ พื้นที่เกษตร ชุมชนและอื่นๆ อำเภอหนองปรือ พบจุดความร้อน 1 จุด ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติ อำเภอเลาขวัญ และอำเภอท่ามะกา พบอำเภอละ 1 จุด เป็นพื้นที่เกษตร


