ชาวตรัง โวย งวงช้างสนามบินใช้งานไม่ได้ หลังเปิดอาคารใหม่ ต้องเดินตากแดด-ฝน นานนับปี
เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 นายภัคพงษ์ วิธานติรวัฒน์ แกนนำเครือข่ายชมรมเสียงประชาชน(สปช.) เปิดเผยว่า ได้รับเสียงสะท้อนจากประชาชนผู้ใช้บริการสนามบินตรัง ซึ่งใช้งบประมาณก่อสร้างหลายพันล้านบาท เมื่อโครงการแล้วเสร็จก็ควรใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่เริ่มเดินทางเข้ามาจังหวัดตรังมากขึ้น โดยเฉพาะในฐานะสนามบินนานาชาติ โดยเมื่อเปิดใช้งานแล้ว แต่กลับพบว่าสะพานเทียบเครื่องบิน(งวงช้าง) ยังไม่สามารถใช้งานได้ ทำให้เกิดคำถามจากประชาชนว่า โครงการติดปัญหาที่ขั้นตอนใด และเหตุใดจึงล่าช้า ทั้งที่จำนวนเที่ยวบินในสนามบินตรังยังไม่มากนัก จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบและแก้ไข เพื่อให้เกิดความคุ้มค่ากับงบประมาณที่ใช้ไป
“ขณะนี้เริ่มมีเสียงแซวในสังคมว่า งวงช้างสนามบินตรัง อาจกลายเป็นงวงช้างแมมมอธพันปี หากยังไม่สามารถเปิดใช้งานได้ ขอตั้งคำถามถึงผู้อำนวยการท่าอากาศยานตรังว่า เหตุใดสะพานเทียบเครื่องบินที่ก่อสร้างเสร็จแล้วจึงยังไม่สามารถเปิดใช้งานได้ และขั้นตอนดำเนินการอยู่ในระดับใด หลังจากเปิดใช้อาคารผู้โดยสารแห่งใหม่มาร่วมปี แต่ยังไม่สามารถใช้โครงสร้างสำคัญดังกล่าวได้ ขอเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงผู้แทนราษฎรในพื้นที่ ช่วยติดตามตรวจสอบและเร่งแก้ปัญหาโครงการที่ล่าช้า เพื่อไม่ให้เกิดการสูญเสียงบประมาณโดยไม่จำเป็นด้วย”นายภัคพงษ์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่พบว่า สำหรับประเด็นสะพานเทียบเครื่องบินหรือ งวงช้าง ของท่าอากาศยานนานาชาติตรัง ที่ยังไม่สามารถเปิดใช้งานได้ กลายเป็นคำถามจากภาคประชาชน หลังผู้โดยสารยังต้องเดินตากแดดตากฝนขึ้นลงเครื่อง แม้สนามบินแห่งใหม่เปิดใช้งานมาเกือบ 1 ปีแล้ว โดยปัจจุบันพบว่ามีผู้โดยสารทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางเข้าออกจำนวนมาก เพราะเข้าสู่ช่วงไฮซีซั่นส์ของการท่องเที่ยว แต่การขึ้น–ลงเครื่องยังคงต้องใช้การเดินผ่านลานจอดเครื่องบิน เนื่องจากสะพานเทียบเครื่องบินยังไม่เปิดใช้งาน ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงความพร้อมของสนามบินนานาชาติแห่งนี้
ด้านนายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง เปิดเผยว่า การเปิดใช้งานสะพานเทียบเครื่องบินจำเป็นต้องได้รับการอนุญาตจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย รวมถึงหน่วยงานด้านมาตรฐานความปลอดภัยก่อน จึงจะสามารถเปิดใช้งานได้อย่างเป็นทางการ ทั้งนี้ จากการชี้แจงของผู้อำนวยการท่าอากาศยานตรัง ในที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจจังหวัดตรัง (กรอ.) ระบุว่า สะพานเทียบเครื่องบินคาดว่าจะสามารถเปิดใช้งานได้ภายในช่วงปลายปี 2569
ทั้งนี้ จังหวัดตรังพบว่าปัจจุบันมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามาเพิ่มมากขึ้น จึงจำเป็นต้องเร่งพัฒนาความพร้อมด้านสาธารณูปโภคและโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อรองรับการท่องเที่ยวและยกระดับภาพลักษณ์ของจังหวัดในฐานะเมืองท่องเที่ยวของภาคใต้ต่อไป
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ปัจจุบันท่าอากาศยานตรังเปิดให้บริการอาคารที่พักผู้โดยสารหลังใหม่แล้ว สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 1,200 คน/ชม. หรือ 3.4 ล้านคน/ปี ความยาวทางวิ่งขนาด 45 x 2,100 เมตร (รองรับอากาศยานขนาด 189 ที่นั่ง) ทางวิ่งสามารถรองรับได้ 10 เที่ยวบิน/ชม. พื้นที่จอดรถยนต์ได้ 1,370 คัน อย่างไรก็ตามสำหรับสะพานเทียบเครื่องบินจนถึงปัจจุบันยังไม่สามารถเปิดใช้งานได้
สำหรับอาคารที่พักผู้โดยสาร ท่าอากาศยานตรัง หลังใหม่ เริ่มก่อสร้างเมื่อปี 2564 รวมระยะเวลาก่อสร้างราว 4 ปี วงเงิน 1,070 ล้านบาท ซึ่งถูกผู้รับจ้างรายเก่าทิ้งงานในงวดสุดท้ายมูลค่า 34 ล้านบาท ทำให้การก่อสร้างล่าช้า ไม่สามารถเปิดใช้งานได้ตามกำหนด ถูกเลื่อนกำหนดเปิดหลายครั้ง และเคยถูกโจรกรรมสายไฟในอาคาร จนถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลายหน่วยงานรวมทั้งภาคประชาชนได้ติดตามเร่งรัดต่อเนื่อง กระทั่งล่าสุด กรมท่าอากาศยาน(ทย.) ได้ผู้รับจ้างรายใหม่มาปิดงานในงวดสุดท้ายได้สำเร็จ จนสามารถเปิดใช้งานอย่างไม่เป็นทางการไปเมื่อวสันที่ 5 กันยายน 2568)
นอกจากนี้ท่าอากาศยานตรังยังอยู่ระหว่างต่อเติมความยาวทางวิ่ง(รันเวย์) จาก 2,100 เมตร เป็น 2,990 เมตร พร้อมระบบไฟฟ้าสนามบิน และองค์ประกอบอื่นๆ วงเงิน 1,775 ล้านบาท คาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณปี 2571 จะช่วยทำให้ท่าอากาศยานตรังสามารถรองรับอากาศยานที่มีขนาดใหญ่ขึ้นได้ อาทิ โบอิ้ง B747, โบอิ้ง B777 และแอร์บัส A330 ขนาด 300-400 ที่นั่ง และสามารถบินตรงไปยังประเทศในแถบยุโรป และแถบเอเชียได้ ปัจจุบันท่าอากาศยานตรัง มี 3 สายการบินให้บริการ ได้แก่ สายการบินไทยแอร์เอเชีย , นกแอร์ และไทย ไลอ้อน แอร์ มีผู้โดยสารมาใช้บริการ 1,500-1,600 คนต่อวัน วันละประมาณ 10 เที่ยวบิน(ไป-กลับ)

