เปิดเคล็ดลับอายุยืน คุณยาย 4 แผ่นดิน อายุ 102 ปี อายุยืนข้ามศตวรรษ อยู่มาตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2
เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บ้านหลังหนึ่งใน ต.หนองกระโดน อ.เมือง จ.นครสวรรค์ หลังทราบว่ามีหญิงชราที่มีอายุยืนถึง 102 ปี อาศัยอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าว ทราบชื่อคือ นางสำเภา พานแก้ว เกิดเมื่อเดือนมกราคม พ.ศ.2468 ในช่วงสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ยังทรงครองราชย์ และเป็นช่วงเวลาก่อนเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2

จากการลงพื้นที่พบว่า นางสำเภาอาศัยอยู่ในบ้านไม้ยกพื้นสูงกลางพื้นที่ของครอบครัว โดยมีบ้านของลูกหลานและเครือญาติปลูกอยู่รายล้อมราว 5-6 หลังคาเรือน ภายในบริเวณเดียวกัน บรรยากาศเป็นครอบครัวใหญ่ที่คอยดูแลกันอย่างใกล้ชิด โดยนางสำเภามีบุตรรวม 7 คน เป็นชาย 2 คน หญิง 5 คน ปัจจุบันยังมีชีวิตอยู่ 6 คน และยังคงผลัดเปลี่ยนกันมาดูแลแม่อย่างสม่ำเสมอ

แม้จะมีอายุกว่า 1 ศตวรรษแล้ว แต่นางสำเภายังสามารถเดินเหินได้ตามปกติ เพียงแต่ต้องใช้ไม้เท้าช่วยพยุง เนื่องจากเมื่อไม่กี่เดือนก่อนเกิดลื่นล้มภายในบ้าน อย่างไรก็ตาม ยังคงใช้ชีวิตประจำวันได้เองในระดับหนึ่ง ส่วนอาหารการกินในแต่ละวัน ลูกหลานจะนำอาหารมาจัดไว้ที่เพิงไม้หน้าบ้าน ซึ่งเป็นอาหารพื้นบ้านทั่วไป ไม่ได้มีเมนูพิเศษหรืออาหารบำรุงราคาแพงแต่อย่างใด

เมื่อสอบถามถึงเคล็ดลับของการมีอายุยืน นางสำเภาเล่าว่า ในอดีตตนประกอบอาชีพเกษตรกร ปลูกข้าว ปลูกพืชผัก และเลี้ยงสัตว์ไว้จำหน่ายและบริโภคเอง ทำให้ได้กินอาหารที่ปลูกเองตามธรรมชาติ อีกทั้งสมัยก่อนการทำเกษตรในพื้นที่ยังแทบไม่ใช้สารเคมีเหมือนปัจจุบัน จึงอาจเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้สุขภาพแข็งแรง ขณะเดียวกันตนเป็นคนอารมณ์ดี ยิ้มแย้ม และใช้ชีวิตเรียบง่ายมาตลอด

นางสำเภายังเล่าย้อนความทรงจำในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ว่า เหตุการณ์ความขัดแย้งในสมัยนั้นเคยลุกลามมาถึงพื้นที่จังหวัดนครสวรรค์ ทำให้ชาวบ้านต้องคอยเฝ้าระวังภัยอยู่ตลอด เมื่อเห็นอาวุธจรวดลอยมาแต่ไกลก็ต้องรีบวิ่งหนีไปหลบในหลุมหลบภัย ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านประมาณ 1 กิโลเมตร แม้จะเป็นช่วงเวลาที่น่าหวาดกลัว แต่ก็ยังไม่เท่ากับความตึงเครียดของสถานการณ์สงครามในโลกปัจจุบันที่ยายติดตามข่าวสารอยู่ ทำให้รู้สึกหดหู่ใจ และไม่อยากเห็นความขัดแย้งลุกลามจนกลายเป็นสงครามโลกครั้งใหม่เหมือนที่เคยประสบมาในอดีต

ปัจจุบัน นางสำเภายังคงใช้ชีวิตท่ามกลางลูกหลานในครอบครัวใหญ่ที่คอยดูแลอย่างใกล้ชิด และยังถือเป็นหนึ่งในผู้สูงอายุที่มีอายุยืนของชุมชน สะท้อนวิถีชีวิตเรียบง่ายของคนรุ่นเก่าที่เติบโตมากับการทำเกษตรและการพึ่งพาธรรมชาติ


