ผู้ว่าฯ ขอนแก่น ลงพื้นที่ตรวจหัวจ่ายน้ำมัน ยันน้ำมันเพียงพอ ไม่ต้องตื่นตระหนก ขณะที่ปุ๋ยการเกษตรเริ่มหมดสต๊อก เกษตรกรหันมาใช้สูตรต่ำเพื่อลดต้นทุน หลังปุ๋ยหลักราคาทะลุกระสอบละ 1,000 บาทแล้ว จากเดิม 800-900 บ.
เมื่อวันที่ 12 มีนาคม ที่บริษัทไทยปรีดาการปิโตรเลี่ยม จำกัด จ.ขอนแก่น นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบมาตรฐานคุณภาพและปริมาตรน้ำมันเชื้อเพลิง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน ย้ำชัดปริมาณน้ำมันในพื้นที่มีเพียงพอต่อความต้องการ พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเฝ้าระวังการฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า จากสถานการณ์ความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง

ผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น กล่าวว่า การลงพื้นที่ตรวจสอบครั้งนี้เป็นมาตรการเชิงรุกของจังหวัดในการติดตามสถานการณ์ราคาพลังงานอย่างใกล้ชิด จากการตรวจสอบพบว่าหัวจ่ายน้ำมันของสถานีบริการมีความแม่นยำตามมาตรฐานสากล คุณภาพน้ำมันเป็นไปตามกฎหมายกำหนด และมีการแสดงราคาชัดเจนตรงตามหน้าหัวจ่าย พร้อมย้ำว่าจังหวัดขอนแก่นยังได้ดำเนินมาตรการประหยัดพลังงานตามมติคณะรัฐมนตรีอย่างเคร่งครัด โดยให้หน่วยงานภาครัฐเป็นแบบอย่างในการลดการใช้พลังงาน พร้อมติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันการเอาเปรียบผู้บริโภค และขอความร่วมมือประชาชนร่วมกันใช้พลังงานอย่างประหยัดในช่วงที่ราคาพลังงานมีความผันผวน

ด้านนายสุรชัย สินประกอบ พลังงานจังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า ปัจจุบันสถานการณ์น้ำมันเชื้อเพลิงในจังหวัดขอนแก่นยังมีเพียงพอสำหรับการให้บริการประชาชน โดยจังหวัดมีคลังน้ำมันสำคัญจำนวน 3 แห่ง ซึ่งรับน้ำมันจากจังหวัดสระบุรีและจังหวัดระยอง ทำให้มีปริมาณสำรองเพียงพอ อย่างไรก็ตามอาจมีสถานีบริการขนาดเล็กบางแห่งที่มีน้ำมันจำหน่ายไม่เพียงพอในบางช่วง หรือมีการปรับราคาสูงขึ้นเล็กน้อยตามต้นทุนจากต้นทาง ซึ่งเป็นไปตามกลไกตลาด หากพบการจำหน่ายในราคาสูงเกินจริง ประชาชนสามารถแจ้งร้องเรียนได้ที่สำนักงานพาณิชย์จังหวัดขอนแก่น

ส่วนที่ห้างหุ้นส่วนจำกัด ซื่อตรงการเกษตร ซึ่งตั้งอยู่เลขที่ 86 ถนนขอนแก่น-โคกท่า ม.5 ต.ศิลา อ.เมือง จ.ขอนแก่น พบว่า ปุ๋ยยูเรียสูตร 46-0-0 เหลือไม่ถึง 10 กระสอบและยังไม่มีวี่แววที่จะมีปุ๋ยล็อตใหม่เข้ามาเพิ่มเนื่องจากบริษัทฯผู้ผลิตไม่สามารถส่งสินค้าได้

น.ส.นิชาภัทร วงศ์สุข ผู้จัดการ หจก.ซื่อตรงการเกษตร กล่าวว่า ปุ๋ยยูเรียสูตร 46-0-0 ซึ่งเป็นปุ๋ยที่เกษตรกรจำเป็นต้องใช้ ช่วงนี้ปรับราคาขึ้นสูงมากปกติขายอยู่ที่กระสอบละ 800 – 900 บาท ตอนนี้ราคาจำหน่ายกระสอบละ 1,000 บาทและที่สำคัญคือหาปุ๋ยมาขายไม่ได้แล้ว และที่ร้านเหลือปุ๋ยยูเรีย 46-0-0 อยู่ประมาณไม่ถึง 10 กระสอบ เกษตรกรเตรียมใจไว้แล้วว่าปุ๋ยน่าจะแพงขึ้นแต่บางคนก็ไม่คิดว่าจะแพงขนาดนี้ บางคนก็มีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการซื้อใหม่จากเคยใช้ยูเรีย สูตร 46-0-0 ก็ลดลงมาใช้สูตรต่ำกว่า คือ 30-0-0 หรือ 25-0-0 เพราะราคาถูกกว่าและคุณภาพพอใช้แต่ก็จะเสริมธาตุอาหารเข้าไปเพื่อให้ข้าวเขียวนานกว่าเดิม แต่ก็อาจจะไม่ทันใจแบบสูตร 46-0-0 ที่ใช้อยู่เป็นประจำและปุ๋ยสูตรต่ำกว่า ราคาก็จะถูกกว่าคือประมาณกระสอบละ 200-300 บาท

น.ส.นิชาภัทร กล่าวอีกว่า ขณะนี้ปุ๋ยหลาย ๆ สูตรเตรียมปรับราคาขึ้นอีก และต้นทางได้แจ้งราคามายังทางร้านเรียบร้อยแล้ว โดย ราคาปุ๋ยยูเรียจะปรับขึ้นกระสอบละ 100-200 บาท ปุ๋ยชนิดอื่นๆปรับขึ้น 20-30 บาท ปุ๋ยทดแทนยูเรียปรับขึ้น 50-100 บาท ซึ่งราคาที่ปรับขึ้นมาจากการสู้รบพื้นที่ตะวันออกกลาง โดยเกษตรกรบางส่วนบ่นว่าแพงขึ้นจึงปรับตัวจากเคยซื้อเยอะก็ซื้อน้อยลงเท่าที่จำเป็นหรือเปลี่ยนใช้สูตรที่ถูกกว่า เพราะต้องประหยัดต้นทุนมากขึ้นใช้เท่าที่จำเป็น อย่างไรก็ตามตั้งแต่ขายปุ๋ยมาช่วงนี้ราคาแพงที่สุด ซึ่งโดยส่วนตัวก็เห็นใจเกษตรกรเพราะปุ๋ยแพงแต่ราคาข้าวยังถูก จึงกลัวขายข้าวจะไม่คุ้มกับเงินที่ลงทุนไป


