หน้าแรก ภูมิภาค เจ้าหน้าที่ ป...

เจ้าหน้าที่ ป่าไม้เตรียมเข้าแจ้งความเอาผิด “มือเผา” เขานกยูง วอด1.4พันไร่

13.03.26 | 10:15 น.

จนท.ท้องถิ่นเอาอยู่ สนธิกำลังเข้าควบคุมไฟป่าเขานกยูงแถวปากช่อง ถูกไหม้กว่า 1,400 ไร่ ก่อนจะดับลง

เมื่อวันที่ 13 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีการเกิดไฟป่าเผาไหม้บนภูเขานกยูง ม.3 บ้านหนองยางและหมู่ 10 บ้านพรหมประกาศิต ต.พญาเย็น อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา ตั้งแต่วันที่ 10 มี.ค. เป็นต้นมาอย่างต่อเนื่อง ทำให้ไฟลุกลามเป็นบริเวณกว้างอย่างรวดเร็ว ขึ้นไปบนยอดเขาสูง ริมถนนผ่านศึก กลางดง-เขาใหญ่ สร้างความเสียหายต่อธรรมชาติผืนป่า สัตว์ป่า ยังส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม มลพิษทางอากาศและฝุ่นละออง PM 2.5

ตามที่ นายอนุพงศ์ สุขสมนิตย์ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ได้มอบหมายให้ นายวิจิตร กิจวิรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เดินทางลงพื้นที่บริเวณเกิดไฟป่า เพื่อดูแลสั่งการ พร้อมด้วยนายกฤษณธร เลิศสำโรง นายอำเภอปากช่อง , นายสิริวัฒก์ ภัทรวิเศษพันธ์ ปลัดอำเภอหัวหน้ากลุ่มงานป้องกัน นายชัยยา ห้วยหงษ์ทอง หัวหน้าอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ , นางสาวอเทพตยา หาญคำจันทร์ หัวหน้าควบคุมไฟป่าเขาใหญ่ , นางสาวอัญชลี ศรีจันทึก หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จังหวัดนครราชสีมา (สาขาปากช่อง) นายมานพ รุ่งโรจน์ กำนันตำบลพญาเย็น นายอร่าม มั่นชาวนา หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่านครราชสีมา (นม.1) และท้องถิ่น ร่วมประชุมวางแผนการป้องกัน ณ ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจควบคุมไฟป่า ณ วัดนิเทศธรรมรสาราม ม.13 ตำบลพญาเย็น อ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา นั้น

นายกฤษณธร เลิศลำโรง นายอำเภอปากช่อง ในฐานะผู้อำนวยการดับไฟป่าเขานกยูง กล่าวว่า หลังจากเกิดเหตุไฟป่าโหมไหม้เขานกยูง หมู่ 13 บ้านพญาเย็น ต.พญาเย็น อ. ปากช่อง ตั้งแต่เช้าวันที่ 10 มี.ค. รวมระยะเวลา กว่า 3 วัน 3 คืน ได้สนธิกำลังเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วน รวมทั้งเฮลิคอปเตอร์ จากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย บินโปรยน้ำดับไฟบนยอดเขาสูง เจ้าหน้าที่หน่วยดูแลควบคุมไฟป่าเขาใหญ่ , ชุดดับไฟป่าหน่วยป้องกันรักษาป่านครราชสีมา (นม.1) ฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน , เทศบาล , อบต. และ ทหารจากมณฑลทหารบกที่ 21 นครราชสีมา ร่วมเดินเท้าขึ้นไปทำแนวกันไฟ รอบบริเวณระยะทางกว่า 500 เมตร ทั้งกลางวัน และกลางคืน ทำให้ไฟป่าไม่ขยายวงกว้างออกไป

Advertisement

“ทำให้ไฟดับลงได้ โดยได้ใช้โดรนบินตรวจสอบจับความร้อนว่ายังมีไฟไหม้หลงเหลืออยู่หรือไม่ เพื่อให้แน่ใจว่าไฟที่ไหม้ดับลงแล้วจะเหลือเพียงที่ไหม้ตอไม้ที่มีควัน ทั้งนี้ไฟป่าได้เผาผลาญทรัพยากรป่าไม้ สร้างความเสียหายพื้นที่กว่า 1,400 ไร่เศษ และได้ปิดศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจดับไฟป่า และเจ้าหน้าที่กลับตั้ง พร้อมกำชับ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน เฝ้าระวังป้องกันอย่าให้เกิดขึ้นอีก

ด้าน นายอร่าม มั่นชาวนา หัวหน้าหน่วยป้องกันรักษาป่านครราชสีมา (นม.1) กล่าวว่า การเกิดไฟป่าครั้งนี้ เชื่อว่ามีคนลักลอบเผาเพื่อเก็บของป่าหรือเจตนาอื่น ในพื้นที่ป่ามีความผิดตามพระราชบัญญัติป่าไม้ พ.ศ.2484 มาตรา 54 และ 74 และป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.2507 ( และแก้ไขเพิ่มเติม ) มาตรา 14 ผู้ฝ่าฝืนต้องระวางโทษ ตั้งแต่ 1 ปี ถึง 10 ปี หรือ 4 ถึง 20 ปี และปรับตั้งแต่ 200,000 บาท ถึง 2,000,000 บาท และเตรียมเข้าแจ้งความต่อ พนักงานสอบสวน สภ.กลางดง เพื่อสืบหาผู้กระทำความผิดมาลงโทษตามกฎหมายต่อไป