ปชช.หวั่นปมบุกรุกโบราณสถานสงขลา ดำเนินคดีไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน หลังเป็นกลุ่มผู้มีอิทธิพลในพื้นที่
เมื่อวันที่ 13 มีนาคม จากกรณีคหบดีใหญ่บุกรุกปรับพื้นที่โบราณสถานเมืองสงขลาเก่า บริเวณป้อมหมายเลข 9 ในอำเภอสิงหนคร จังหวัดสงขลา โดยเจ้าหน้าที่สำนักศิลปากรที่ 11 สงขลา รายงานผลการตรวจสอบกรณีการก่อสร้างในเขตโบราณสถานเมืองสงขลาเก่าโดยไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมศิลปากร เมื่อ 26 กุมภาพันธ์ พบว่าในพื้นที่เอกสารสิทธิ์โฉนดที่ดินของคหบดีชื่อดังมีเนื้อที่ประมาณ 1 ไร่เศษ ได้มีการปรับดิน ถมดิน ขุดแนววางท่อระบายน้ำคอนกรีตเสริมเหล็กยาวประมาณ 30 เมตร
พร้อมด้วยก่อสร้างบ่อพักน้ำคอนกรีตเสริมเหล็ก จำนวน 10 บ่อแล้วเสร็จ และก่อสร้างฐานสี่เหลี่ยมคอนกรีตเสริมเหล็กขนาดกว้าง 3 เมตร ยาว 6 เมตร และก่อสร้างกำแพงคอนกรีตเสริมเหล็กแล้วเสร็จ ซึ่งเอกสารสิทธิ์โฉนดที่ดินแปลงดังกล่าว ตั้งอยู่ในเขตโบราณสถานเมืองสงขลาเก่า ตำบลหัวเขา อำเภอสิงหนคร ตามที่กรมศิลปากรได้ประกาศขึ้นทะเบียน และกำหนดขอบเขตโบราณสถานเมืองสงขลาเก่าเนื้อที่ประมาณ 2,460 ไร่
การดำเนินการดังกล่าวไม่ปรากฏว่ายื่นคำขออนุญาตก่อสร้างในเขตพื้นที่โบราณสถาน จึงเป็นการก่อสร้างโดยฝ่าฝืนพระราชบัญญัติโบราณสถานโบราณวัตถุศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพ.ศ 2504 แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติโบราณสถานโบราณวัตถุศิลปวัตถุและพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติฉบับที่ 2 พ.ศ 2535 มาตรา 10 ต้องระวังโทษตามมาตรา 35 ของพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน
สำนักศิลปากร 11 สงขลาได้รวบรวมผลการตรวจสอบพร้อมภาพถ่ายนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.สิงหนครทันที เมื่อ 26 กุมภาพันธ์ คือวันเดียวกันเพื่อร้องทุกข์กล่าวโทษดำเนินคดี อย่างไรก็ตามพบว่าพนักงานสอบสวนสภ. สิงหนคร ได้มีการลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานกรณีเอกสารร้องทุกข์กล่าวโทษดังกล่าวเมื่อ 11 มีนาคมที่ผ่านมา
นายบรรจง นะแส เครือข่ายคัดค้านการบุกรุกโบราณสถานสงขลา กล่าวว่า ภาคประชาชนมีข้อกังวลว่าการดำเนินคดีจากไม่เป็นมาตรฐานเดียวกันส่งผลกระทบต่อการบุกรุกโบราณสถานในระยะยาว การที่ยังไม่ได้รับอนุญาตจากอธิบดีกรมศิลปากรแต่ได้ดำเนินการปรับพื้นที่ต่างๆไปแล้ว ถือว่ามีการกระทำผิดกฎหมายไปแล้ว สิ่งที่ภาคประชาชนอยากทราบคือ เมื่อเกิดการปรับพื้นที่โดยไม่ได้ขออนุญาต อธิบดีกรมศิลปากร สภ.สิงหนคร ดำเนินการอย่างไร กรมศิลปากรได้ดำเนินการอย่างไร
ประเด็นสำคัญ คือ ก่อนหน้านี้เมื่อปี 2565 ก็มีการบุกรุกปรับพื้นที่โบราณสถานบริเวณนี้มาก่อนแล้วและกลุ่มผู้ที่บุกรุกก็เป็นกลุ่มผู้มีอิทธิพลเป็นนักการเมืองท้องถิ่นเป็นคหบดีเช่นเดียวกับที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ซึ่งผู้ก่อเหตุเป็นคหบดีใหญ่เป็นเหตุหนึ่งที่ทำให้การบังคับใช้กฎหมายไม่ตรงไปตรงมา
ในขณะเดียวกันทางผู้ดูแลการปรับพื้นที่ของเจ้าของโฉนดที่ดินได้ยื่นขออนุญาตมายังผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 11 สงขลา เมื่อ 28 มกราคม โดยระบุว่าต้องการปรับพื้นที่ถมดินลูกรังวางท่อทำรั้วและปลูกต้นไม้บริเวณหลังป้อมหมายเลข 9 หมู่ที่ 7 ตำบลหัวเขาอำเภอสิงหนครจังหวัดสงขลา โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำที่พักผ่อนและแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ แต่ไม่ปรากฏว่ามีเอกสารอนุญาตจากอธิบดีกรมศิลปากรแต่อย่างใด
ทั้งนี้คณะทำงานติดตามการแก้ไขปัญหาการบุกรุกพื้นที่โบราณสถานเมืองเก่าสงขลา มีกำหนดที่จะประชุมเพื่อพิจารณาปัญหาที่เกิดขึ้น ในวันที่ 22 มีนาคมนี้
สำหรับปัญหาการบุกรุกโบราณสถานเมืองสงขลาเก่า ในอำเภอสิงหนครนั้น เมื่อปี 2565 มีคดีการบุกรุกโบราณสถาน 3 คดี ซึ่งผู้ต้องหามีทั้งคหบดี รวมถึงครอบครัวนักการเมืองท้องถิ่นในพื้นที่ ซึ่งขณะนี้คดียังอยู่ระหว่างการพิจารณาในชั้นศาล

