หน้าแรก ภูมิภาค เสียหายกว่า 3...

เสียหายกว่า 3 ล้าน! อินฟลูฯ ถูกยกตู้เซฟกลางคอนโดดัง ตร.ไล่กล้องวงจรปิด–สอบพยาน 

16.03.26 | 16:42 น.
ตู้เซฟ

เสียหายกว่า 3 ล้าน! อินฟลูฯ ถูกยกตู้เซฟกลางคอนโดดัง ตร.ไล่กล้องวงจรปิด-สอบพยาน 

จากกรณีเมื่อวันที่ 16 มีนาคม น.ส.พรรณราย ได้นำเอกสารใบแจ้งความมาเปิดเผยต่อสื่อมวลชน หลังเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจว่าทรัพย์สินภายในตู้เซฟได้สูญหายไป โดยระบุว่าครั้งสุดท้ายที่เห็นตู้เซฟยังอยู่ภายในห้องพักคือวันที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก่อนจะมาทราบอีกครั้งว่าตู้เซฟหายไปเมื่อวันที่ 14 มีนาคม เวลาประมาณ 23.30 น. หลังแฟนหนุ่มเปิดตู้บิลด์อินภายในห้อง แล้วพบว่าตู้เซฟที่ซ่อนอยู่ด้านในได้หายไป ทำให้รู้สึกตกใจอย่างมาก เนื่องจากตู้เซฟมีขนาดใหญ่และมีน้ำหนักมาก

อ่านข่าวอินฟลูฯดัง ช็อก! ตู้เซฟขนาดใหญ่ หนัก 250 กก. หายจากคอนโดปริศนา เผยเก็บทองคำไว้เพียบ

เมื่อวันที่ 16 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าว่า จากการตรวจสอบทรัพย์สินที่เก็บไว้ภายในตู้เซฟ พบว่ามีทองคำแท่งน้ำหนักรวม 35 บาท ประกอบด้วย ทองคำแท่งหนัก 10 บาท จำนวน 2 แท่ง, ทองคำแท่งหนัก 5 บาท จำนวน 2 แท่ง และทองคำแท่งหนัก 1 บาท จำนวน 5 แท่ง นอกจากนี้ยังมีทรัพย์สินอื่น ได้แก่ สร้อยข้อมือเลสหลวงพ่อรวย น้ำหนัก 4 บาท เลี่ยมกรอบทองคำหนัก 1 บาท มูลค่าประมาณ 100,000 บาท และเหรียญหลวงพ่อคูณเลี่ยมกรอบทองคำ มูลค่าประมาณ 10,000 บาท รวมมูลค่าความเสียหายทั้งหมดกว่า 3 ล้านบาท

 

Advertisement

ผู้เสียหายเปิดเผยว่า ภายในห้องพักไม่พบร่องรอยการงัดแงะหรือการรื้อค้นทรัพย์สินอื่นแต่อย่างใด ขณะที่ประตูห้องยังอยู่ในสภาพปกติ ทำให้เชื่อว่าคนร้ายอาจเข้ามาก่อเหตุในช่วงที่ไม่มีใครอยู่ และอาจมีการวางแผนมาเป็นอย่างดี อีกทั้งตู้เซฟมีน้ำหนักมาก จึงเชื่อว่าคนร้ายอาจมีมากกว่า 1 คน โดยอาจต้องใช้กำลังอย่างน้อย 3 คนในการเคลื่อนย้าย

ด้าน พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยถึงความคืบหน้าของคดีว่า ภายหลังผู้เสียหายเข้าแจ้งความ เจ้าหน้าที่ได้เข้าตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุทันที พร้อมประสานเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานและนิติวิทยาศาสตร์เข้าตรวจเก็บพยานหลักฐานภายในห้องพักอย่างละเอียด

ขณะเดียวกัน ชุดสืบสวนได้เร่งตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดภายในคอนโดมิเนียม ซึ่งมีติดตั้งอยู่หลายจุด โดยพบว่าช่วงเวลาที่ผู้เสียหายยังพบทรัพย์สินครั้งสุดท้ายคือวันที่ 21 กุมภาพันธ์ และมาทราบว่าทรัพย์สินสูญหายในวันที่ 14 มีนาคม ทำให้เจ้าหน้าที่ต้องไล่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดย้อนหลังเป็นเวลาหลายวัน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่พบข้อมูลบางส่วนที่เป็นประโยชน์ต่อการสืบสวนสอบสวน และได้สอบปากคำพยานไปแล้วประมาณ 3-4 ปาก โดยอยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม

ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครราชสีมาระบุว่า ขั้นตอนต่อไปเจ้าหน้าที่จะรอผลการตรวจพิสูจน์ทางนิติวิทยาศาสตร์ เพื่อนำมาประกอบกับพยานบุคคลและพยานแวดล้อม ก่อนสรุปข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าคดีดังกล่าวเป็นคดีลักทรัพย์ ซึ่งจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมายอย่างรอบคอบ และจะให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย แม้ว่าคดีนี้จะได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนและประชาชนจำนวนมากก็ตาม