หน้าแรก ภูมิภาค สู้ราคาน้ำมัน...

สู้ราคาน้ำมันเขียวไม่ไหว เรือประมงทยอยจอดแล้ว แพปลาเจอผลกระทบต่อ ชะลอรับซื้อวัตถุดิบ

17.03.26 | 10:46 น.

เรือประมงเริ่มทยอยจอด หลังราคาน้ำมันเขียวปรับเพิ่มรวดเดียว 10 บาท ขณะที่อาหารทะเลเริ่มปรับราคา หวั่นมีปริมาณน้อย ผลกระทบราคาน้ำมัน

เมื่อวันที่ 17 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์ราคาน้ำมันเขียว ซึ่งเป็นน้ำมันที่ใช้สำหรับเรือประมง ได้ปรับราคาขึ้นวันที่ 15 มีนาคม เป็นลิตรละ 34 บาท ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการเรือประมงอย่างมาก ทำให้เรือประมงที่กลับเข้าฝั่งทยอยหยุดออกเรือ เนื่องจากแบบภาระค่าน้ำมันไม่ไหว และรอดูท่าทีการช่วยเหลือของรัฐบาล

นายชานนท์ อัตตนารถ รองนายกสมาคมจังหวัดสงขลา กล่าวว่า การปรับขึ้นราคาน้ำมันเขียวรวดเดียว 10 บาทต่อลิตรไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ก่อนหน้านี้มีการปรับขึ้นครั้งละ 30-40 สตางค์ต่อลิตร แต่ครั้งนี้เกิดวิกฤตขึ้นครั้งแรกปรับขึ้นมาลิตรละ 4 บาทกว่า ครั้งที่ 2 ขึ้น 10 บาท ซึ่งไม่เคยเกิดขึ้น ชาวประมงไม่สามารถปรับตัวได้และยังกังวลว่าสินค้าอาหารทะเลอาจจะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากมีเรือจอดเพิ่มมากขึ้น

นายชานนท์กล่าวว่า ผู้ประกอบการเรืออวนลากเริ่มทยอยจอดเรือ เพราะอยู่ไม่ได้ โดยได้คุยกับชาวประมงเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาว่าจะทำอย่างไรต่อถ้าน้ำมันลิตรละ 34 บาท คงต้องจอด เพราะผู้ประกอบการใช้น้ำมันเยอะมาก เป็นต้นทุนหลัก ในรายที่ใช้น้ำมันน้อยหน่อยก็อาจพอประกอบการได้ แต่คิดว่าถ้าเกิน 30 บาทคงต้องหยุด ส่วนเรือที่ยังคงทำการประมงอยู่นั้นเป็นเรือที่ออกไปก่อนหน้าราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้น แต่ในรายที่กลับเข้ามาแล้ว รอบนี้คงจะต้องพิจารณาว่าจะมีการออกเรืออีกครั้งหรือไม่ ซึ่งอาจจะต้องมีการพูดคุยกันกับลูกเรือ ไต๋เรือด้วย

“แต่ก่อนหน้าที่จะเกิดวิกฤตเดือนที่ผ่านมา แพปลาได้แจ้งมาว่าเดือนนี้จะปรับลดราคาสินค้าสัตว์น้ำที่ป้อนเข้าสู่โรงงาน ทำให้กังวลว่าสินค้าสัตว์น้ำที่จะเข้าโรงงานในครั้งนี้อาจจะถูกปรับลดลงราคาลง ซึ่งจะทำให้เรือประมงอย่างเราต้องแบกรับภาระเพิ่มขึ้น อาจจะต้องมีการหารือว่าแพปลาต้องชะลอการรับซื้อวัตถุดิบจากชาวประมง ปลาอินทรีย์ก็เช่นเดียวกัน

Advertisement

ยอมรับว่าการปรับราคาน้ำมันขึ้น 10 บาทมองเห็นภาวะขาดทุนอยู่แล้ว โดยเรืออวนติดตาและเรือครอบหมึกใช้น้ำมันลำละ 4-5 พันลิตรต่อเดือน แต่ถ้าเป็นเรืออวนลากใช้เป็นหมื่นลิตรต่อลำต่อเดือน วันนี้น้ำมันเกิน 30 บาททำให้อยู่ไม่ได้อยู่แล้ว” นายชานนท์กล่าว

ด้านแม่ค้าอาหารทะเลเผยว่า ยังมีความหวังว่ารัฐบาลจะมีมาตรการเพื่อที่จะช่วยเหลือชาวประมง รอการหารือกับภาครัฐว่าจะให้ความสำคัญกับชาวประมงซึ่งยังมีความหวังว่ารัฐบาลจะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ ในขณะที่การสู้รบในตะวันออกกลางทำให้ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงมีแนวโน้มสูงขึ้น โดยเฉพาะน้ำมันดีเซลที่เป็นต้นทุนหลักในการขนส่งสินค้า ซึ่งถือเป็นต้นทุนหลักในการออกเรือเพื่อทำการประมง แนวโน้มการปรับราคาทำให้แม่ค้าอาหารทะเลมีความกังวลว่าหลังจากนี้ต้นทุนสินค้าอาหารทะเลที่จะถูกส่งมาขายในตลาดจะเพิ่มสูงขึ้น

แม่ค้าอาหารทะเลกล่าวอีกว่า วันนี้ราคาสินค้าเพิ่มขึ้นเฉลี่ยกิโลกรัมละ 20 บาท ทั้งปูม้า กุ้งแม่น้ำ ปลาสำลี รวมถึงปลาชนิดอื่นๆ แม้แม่ค้าอย่างตนจะซื้อสินค้ามาในราคาที่เพิ่มขึ้น แต่วันนี้ยังไม่สามารถขยับราคาได้เนื่องจากลูกค้าส่วนใหญ่เป็นลูกค้าประจำและซื้อขายกันมานาน เพียงแต่ได้บอกให้ลูกค้าทราบแล้วว่าเมื่อน้ำมันปรับราคา สินค้าอาหารทะเลต้องปรับเพิ่มขึ้น และอาจมีลดน้อยลง หากเรือประมงไม่สามารถแบกรับภาระการขาดทุนได้จึงอยากให้รัฐบาลหาแนวทางลดภาระความเดือดร้อนให้กับประชาชน