หน้าแรก ภูมิภาค จ่อเรียกนิติฯ...

จ่อเรียกนิติฯ ให้ปากคำคดีตู้เซฟอินฟลูฯหาย คอนโดอ้างถอดกล้องในลิฟต์ออกเพราะสายแลนมีปัญหา

17.03.26 | 15:04 น.

จ่อเรียกนิติฯคอนโด ให้ปากคำ คดีตู้เซฟยักษ์ของอินฟลูฯสาวหายปริศนา พร้อมทรัพย์สินกว่า 3 ล้าน คอนโดอ้าง วงจรปิดในลิฟต์ถูกถอดเพราะสายแลนมีปัญหา

จากกรณีที่ น.ส.พรรณราย หรือ ‘มดตานอย’ อินฟลูเอ็นเซอร์สายอาหาร ได้เข้าแจ้งความกับพนักงานสอบสวน หลงจากทรัพย์สินภายในตู้เซฟขนาดใหญ่ได้สูญหายไปจากห้องพัก ภายในคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่ง ในตัวเมืองนครราชสีมา โดยตู้เซฟดังกล่าว มีน้ำหนักมาก และถูกซ่อนอยู่ในตู้บิลด์อินภายในห้อง ซึ่งพบเห็นครั้งสุดท้ายเมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ก่อนจะมาทราบว่า ตู้เซฟขนาดใหญ่นั้น ได้หายไปเมื่อคืนวันที่ 14 มีนาคม 2569 เมื่อเวลาประมาณ 23.30 น.

อินฟลูสาว

โดยผู้เสียหายแจ้งว่า ภายใต้ตู้เซฟ มีทองคำแท่งรวม 35 บาท ประกอบด้วย ทองคำแท่งหนัก 10 บาท จำนวน 2 แท่ง ทองคำแท่งหนัก 5 บาท จำนวน 5 แท่ง นอกจากนี้ ยังมีสร้อยข้อมือเลสหลวงพ่อรวยเลี่ยมทองคำ มูลค่าประมาณ 100,000 บาท และเหรียญหลวงพ่อคูณเลี่ยมทอง มูลค่าประมาณ 10,000 บาท รวมมูลค่าเสียหายทั้งหมดกว่า 3 ล้านบาท

ตู้เซฟ

ความคืบหน้าล่าสุด เมื่อวันที่ 17 มีนาคม น.ส.พรรณราย ผู้เสียหาย ได้เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เชิญตนไปชี้จุดเกิดเหตุอย่างละเอียด ตั้งแต่ในห้องพัก ลิฟต์ ไปจนถึงจุดจอดรถของคอนโดฯ โดยพบความผิดปกติที่กล้องวงจรปิดภายในลิฟต์ ถูกถอดออก ซึ่งทางนิติบุคคลแจ้งว่า สายแลนมีปัญหา ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้บันทึกภาพและเก็บไว้เป็นหลักฐานแล้ว ส่วนภาพจากกล้องวงจรปิดอื่นๆ ยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ

Advertisement

ลิฟต์

ด้าน พ.ต.อ.ศิริชัย ศรีชัยปัญญา ผู้กำกับการ สภ.เมืองนครราชสีมา เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (16 มี.ค.) เจ้าหน้าที่ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุซ้ำอย่างละเอียด ทั้งตำแหน่งกล้องวงจรปิด เส้นทางเข้า-ออกอาคาร และจุดเสี่ยงต่างๆ รวมถึงสอบถามข้อมูลจากนิติบุคคลเกี่ยวกับมาตรการรักษาความปลอดภัยเพื่อใช้ประกอบการสืบสวน

ตำรวจ
เบื้องต้น พบข้อมูลบุคคลและยานพาหนะที่เข้าออกภายในคอนโดฯจำนวนมาก ซึ่งเจ้าหน้าที่จะนำมาคัดกรองและวิเคราะห์อย่างละเอียด เพื่อหาความเชื่อมโยงกับเหตุการณ์ พร้อมทั้งตรวจสอบรถทุกคนที่มีความเป็นไปได้ว่าจะนำไปใช้ในการขนย้ายตู้เซฟขนาดใหญ่ดังกล่าว ขณะเดียวกัน ภายในห้องพักของผู้เสียหาย เจ้าหน้าที่ได้เก็บรวบรวมพยานหลักฐานทุกชนิดอย่างครบถ้วน เพื่อใช้วิเคราะห์ทางคดี และหากสามารถติดตามของกลางกลับคืนมาได้ ก็จะนำมาเปรียบเทียบกับหลักฐานที่เก็บไว้

ส่วนกรณีที่มีกระแสวิพากษ์วิจารณ์บนโลกโซเชียลนั้น พ.ต.อ.ศิริชัย บอกว่า คดีนี้ไม่น่าจะมีความซับซ้อน เนื่องจากคอนโดมิเนียมมีระบบรักษาความปลอดภัยและการเข้าออกที่ชัดเจน เชื่อว่า หากตรวจสอบข้อมูลอย่างละเอียดจะสามารถระบุตัวผู้ก่อเหตุได้ในเร็ววัน ขอให้ประชาชนติดตามข้อมูลข่าวสารอย่างมีวิจารณญาณ ทั้งนี้ ผู้เสียหายได้ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี พร้อมให้ข้อมูลเชิงลึกที่เป็นประโยชน์ต่อการสืบสวน เพื่อเร่งติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ด้าน พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ พรหมทา ผู้บังคับการตำรวจภูธร จังหวัดนครราชสีมา เปิดเผยว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเร่งรวบรวมพยานหลักฐานอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดทั้งภายในอาคารและบริเวณโดยรอบ ซึ่งเจ้าหน้าที่กำลังไล่ตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อหาความเชื่อมโยงของผู้ก่อเหตุ

ในส่วนของประเด็นภาพวงจรปิดที่อาจพบความเคลื่อนไหวของบุคคลเข้าออกห้องพักผู้เสียหายนั้น เจ้าหน้าที่ขอสงวนรายละเอียด เนื่องจากเป็นข้อมูลสำคัญในการสืบสวน ขณะเดียวกัน พนักงานสอบสวนเตรียมเรียกนิติบุคคลของคอนโดฯ ซึ่งเป็นผู้ถือกุญแจสำรองของห้องพัก มาให้ปากคำในฐานะพยาน เพื่อประกอบการสืบสวนและหาเบาะแสเพิ่มเติม

พล.ต.ต.ณรงค์ศักดิ์ กล่าวด้วยว่า ตั้งแต่ผู้เสียหายเข้าแจ้งความ เจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุทันที พร้อมเก็บรวบรวมพยานหลักฐานในหลายมิติ ขณะนี้อยู่ระหว่างการวิเคราะห์แนวทางต่างๆ เพื่อหาสาเหตุและรูปแบบของการก่อเหตุ นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดย้อนหลัง ตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ต่อเนื่องถึงเดือนมีนาคม โดยดำเนินการไปแล้วเกือบทั้งหมด เหลือเพียงบางช่วงเวลา ซึ่งจากการตรวจสอบพบข้อมูลบางส่วนที่เป็นประโยชน์ต่อรูปคดี

ทั้งนี้ ตำรวจย้ำว่าคดีดังกล่าวเป็นที่สนใจของสังคม จึงเร่งรัดการสืบสวนอย่างเต็มที่ เพื่อคลี่คลายข้อสงสัยและติดตามตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมขอเวลาในการทำงานของเจ้าหน้าที่ โดยยืนยันว่าจะเร่งให้คดีมีความคืบหน้าโดยเร็วที่สุด