เจ้าหน้าที่ตำรวจ-ทหารเชียงรายสกัดขบวนการขนยา มีรถจักรยานยนต์นำทาง-ตามประกบ รวบ 5 ผู้ต้องหายึดยาบ้า 7 ล้านเม็ด
เมื่อเวลา 02.00 น. วันที่ 17 มีนาคม เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เชียงของ ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ต.มานพ เสนากูล ผบก.ภ.จว.เชียงราย พ.ต.อ.รัฐวิชญ์ วศีนพงศ์ธนัช ผกก.สภ.เชียงของ ร่วมกับฝ่ายทหารนำโดย พ.อ.จักรพงษ์ สอดสี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 31 กองกำลังผาเมือง และกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 326 สกัดกั้นรถยนต์ 1 คันบรรทุกยาบ้าประมาณ 7,000,000 เม็ด พร้อมคนขับขี่จักรยานยนต์นำทาง อีก 5 คน
การสกัดกั้นและจับกุมครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจาก เจ้าหน้าที่สืบทราบว่าจะมีการลักลอบลำเลียงยาเสพติดจากแนวชายแดนไทย-สปป.ลาว ผ่านเส้นทางเลียบแม่น้ำโขง ในพื้นที่ อ.เชียงของ จ.เชียงราย เพื่อนำเข้าสู่พื้นที่ตอนใน จึงวางกำลังตั้งจุดตรวจจุดสกัดบริเวณถนนหมายเลข 1290 บ้านห้วยเม็ง หมู่ 6 ต.เวียง อ.เชียงของ โดยตำรวจจัดกำลังสายตรวจ สภ.เชียงของ ปฏิบัติการตามแผน “พญาเม็งราย” ร่วมกับทหารจากกองร้อยทหารพรานที่ 3101 ฉก.ทพ.31 และ ตชด.326 ตั้งจุดตรวจ ก่อนพบรถยนต์อเนกประสงค์ยี่ห้อเชฟโรเลต สีดำ ทะเบียนจังหวัดชลบุรี พร้อมรถจักรยานยนต์ 3 คัน ขับขี่มาด้วยความเร็ว เมื่อเจ้าหน้าที่ให้สัญญาณหยุดตรวจ กลุ่มรถดังกล่าวกลับเร่งเครื่องหลบหนี โดยมีเจ้าหน้าที่ไล่ติดตามอย่างกระชั้นชิด
ต่อมาพบรถยนต์คันดังกล่าวถูกจอดทิ้งริมทาง โดยคนขับเปิดประตูหลบหนีเข้าป่าข้างทางไปได้ จากการตรวจค้นภายในรถ พบกระสอบฟาง 24 ใบ ภายในบรรจุยาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) รวมประมาณ 7,000,000 เม็ด รวมทั้งเจ้าหน้าที่สามารถสกัดจับกลุ่มผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์ได้ 3 คัน พร้อมผู้ต้องสงสัยชาย 5 คน จึงนำตัวพร้อมของกลางรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เชียงของ เพื่อดำเนินคดีและขยายผล
จากการสืบสวนเบื้องต้น เจ้าหน้าที่ทราบตัวผู้ขับขี่รถยนต์ที่หลบหนีแล้ว เป็นชายอายุประมาณ 31 ปี ชาวอำเภอเวียงเชียงรุ้ง จ.เชียงราย ขณะนี้อยู่ระหว่างติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมาย สำหรับรูปแบบการลำเลียงครั้งนี้ใช้วิธีจัดขบวนรถนำ-รถตาม เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจค้น และอาศัยเส้นทางเลียบแม่น้ำโขง ซึ่งมีความซับซ้อนของภูมิประเทศ อย่างไรก็ตาม การบูรณาการกำลังของทุกหน่วยทำให้สามารถสกัดจับของกลางได้จำนวนมาก เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลไปยังเครือข่ายผู้สั่งการและผู้ร่วมขบวนการ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด พร้อมเพิ่มความเข้มงวดในพื้นที่ชายแดนอย่างต่อเนื่อง เพื่อตัดวงจรการลำเลียงยาเสพติดเข้าสู่พื้นที่ตอนในของประเทศ


